ยุทธศาสตร์เชิงรุกต่อต้าน Online Scams และการสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดนที่ยั่งยืน

ในยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามพรมแดนทวีความซับซ้อน รัฐบาลไทยได้ยกระดับการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Online Scams) ให้เป็น "วาระแห่งชาติ" โดยไม่เพียงแต่เร่งกวาดล้างภายในประเทศ แต่ยังรุกคืบสู่การเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศเพื่อรักษาพลวัตและความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

📣การสร้างบทบาทนำในเวทีโลก (Global Leadership)
ไทยยกระดับประเด็นการฉ้อโกงออนไลน์ให้เป็นวาระสำคัญในระดับสากลผ่านเวทีหลัก
     Global Fraud Summit 2026: ล่าสุด (16-17 มีนาคม 2569) ไทยได้เข้าร่วมประชุมที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมรับรองเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ คือ “ร่างเอกสารส่งเสริมการดำเนินการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง” (Call to Action on Combatting Fraud) และ “ร่างกรอบความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง” (Global Public-Private Partnership Framework against Fraud) การขับเคลื่อนนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNODC จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนธันวาคม 2568

📣กลไกปฏิบัติการที่จับต้องได้ (Concrete Action)
เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมีผลเป็นรูปธรรม รัฐบาลไทยได้ขับเคลื่อนผ่านศูนย์ปฏิบัติการ พัฒนาเป็นต้นแบบการจัดการแบบ One Stop Service ที่ประสานงานกับ FBI, ตำรวจสากล (INTERPOL) และบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก (Meta, LINE) จนสามารถปิดบัญชีต้องสงสัยได้มากกว่า 150,000 บัญชีในช่วงต้นปี 2569  ซึ่งนำไปสู่การดำเนินงานที่เห็นผลชัดเจนผ่าน ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center)

ศูนย์ AOC 1441 ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ที่สามารถระงับบัญชีโจรได้อย่างรวดเร็ว  โดยในช่วงปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 ศูนย์แห่งนี้ได้ระงับบัญชีธนาคารไปแล้วกว่า 340,314 บัญชี และป้องกันความเสียหายทางการเงินได้สูงถึง 21,980 ล้านบาท ความสำเร็จนี้ส่งผลให้โครงการได้รับรางวัล WSIS Prizes 2025 จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ในฐานะต้นแบบที่นานาชาติสามารถนำไปปรับใช้ได้

📣การบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาค
การแก้ไขปัญหา online scams จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรมักมีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน  รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก
     ความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคี: การลงนาม MOU ด้านดิจิทัลร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์และซิมการ์ดที่ไม่ลงทะเบียน 
     ปฏิบัติการกวาดล้างชายแดน:
 เพิ่มความเข้มงวดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะกับกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ มีการใช้มาตรการระงับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมายและการคัดกรองบัญชีม้าอย่างเข้มงวด
     การทลายเครือข่ายรายใหญ่: ตัวอย่างความสำเร็จคือปฏิบัติการ "Shadow Bay" ที่ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติซึ่งสร้างเว็บไซต์ปลอมกว่า 2,000 แห่ง หลอกลวงเหยื่อใน 20 ประเทศทั่วโลก สร้างความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท และการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งมีชาวต่างชาติร่วมขบวนการจำนวนมาก

----------------------------------

ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของไทยในเวทีสากล ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยรัฐบาลยืนยันที่จะรักษาพลวัตการทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่า "จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" ในการเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar