ในการนำเข้าสินค้ามายังประเทศไทย หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า "ของต้องห้าม" และ "ของต้องกำกัด" ซึ่งทั้งสองคำนี้มีความหมายและข้อปฏิบัติทางกฎหมายที่แตกต่างกัน
คือ สินค้าที่ "ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด" ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม หากฝ่าฝืนนำเข้ามาจะมีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สินค้าเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียต่อศีลธรรม ความมั่นคง หรือชื่อเสียงของประเทศ
ตัวอย่างของต้องห้าม
🔴วัตถุลามก: หนังสือ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี วีดีโอเทป หรือสิ่งของที่มีลักษณะลามก
🔴สินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ปลอม: เช่น สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า (Brand name ปลอม)
🔴ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ปลอม: รวมถึงพันธบัตรและตราสารหนี้ปลอม 💴
🔴ยาเสพติดให้โทษ: ทุกประเภท (ตามที่กฎหมายระบุ) ☠️
🔴สินค้าที่มีรูปธงชาติไทย: ที่นำมาใช้ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม 🏴
คือ สินค้าที่ "สามารถนำเข้าได้" แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า หากนำเข้ามาโดยไม่มีใบอนุญาต (License) จะถือเป็นความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร
ตัวอย่างของต้องกำกัดและหน่วยงานที่ดูแล
🔶ยา อาหาร และเครื่องสำอาง: ต้องขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 💊
🔶อาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิด: ต้องขออนุญาตจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย 💣
🔶พืชและส่วนประกอบของพืช: ต้องขออนุญาตจาก กรมวิชาการเกษตร🌴
🔶สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์: ต้องขออนุญาตจาก กรมปศุสัตว์🐵
🔶ชิ้นส่วนยานพาหนะและเครื่องยนต์เก่า: ต้องขออนุญาตจาก กระทรวงพาณิชย์ 🛠
🔶โดรนหรืออุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม: ต้องขออนุญาตจาก กสทช.
ข้อควรระวัง: > รายการสินค้าต้องกำกัดมีการอัปเดตอยู่เสมอตามนโยบายของรัฐบาล หากคุณไม่แน่ใจว่าสินค้าที่จะนำเข้าจัดอยู่ในประเภทใด แนะนำให้ตรวจสอบกับ กรมศุลกากร หรือหน่วยงานที่ควบคุมสินค้านั้นๆ โดยตรงก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ
แหล่งที่มาข้อมูล : กรมศุลกากร