ในหน้าประวัติศาสตร์สังคมไทย "นักข่าว" หรือ "คนหนังสือพิมพ์" ไม่ได้เป็นเพียงผู้รายงานเหตุการณ์รายวัน แต่คือ "กระจก" ที่สะท้อนความจริง และ "ตาข่าย" ที่คอยดักกรองความไม่โปร่งใส วันที่ 5 มีนาคมของทุกปี จึงไม่ใช่แค่เพียงวันเฉลิมฉลอง แต่เป็นวันแห่งการรำลึกถึงภารกิจอันหนักอึ้งของผู้อยู่ในวิชาชีพสื่อสารมวลชน
ย้อนกลับไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 วงการหนังสือพิมพ์ไทยมีความตื่นตัวอย่างมาก แต่ยังขาดองค์กรกลางที่จะมาดูแลสวัสดิภาพและจริยธรรมของคนในวิชาชีพ จนกระทั่งวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2498 นักข่าวรุ่นบุกเบิก 16 ท่าน นำโดย นายโชติ มณีน้อย ได้ร่วมกันก่อตั้ง "สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย" ขึ้น ณ ที่ทำการชั่วคราวท้ายวัดโบสถ์สามเสน
เหตุผลที่เลือกวันที่ 5 มีนาคม เนื่องจากในยุคนั้น หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับจะหยุดงานในวันจันทร์ (ซึ่งเป็นวันถัดจากวันอาทิตย์ที่มักไม่มีข่าวการเมืองหรือราชการ) ทำให้นักข่าวส่วนใหญ่ว่างมารวมตัวกันได้ในวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม ปีนั้นพอดี ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 สมาคมนักข่าวฯ ได้ควบรวมกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลายเป็น "สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย" ที่เข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน
คำว่า "ฐานันดรที่ 4" (The Fourth Estate) มีที่มาจาก เอ็ดมันด์ เบิร์ค นักการเมืองชาวอังกฤษ ที่เปรียบเทียบว่านอกจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการแล้ว "สื่อมวลชน" คืออำนาจที่สี่ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
ในบริบทไทย นักข่าวทำหน้าที่เป็น "สุนัขเฝ้าบ้าน" (Watchdog) คอยสอดส่องการใช้อำนาจรัฐและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน วันนักเร่าวจึงเป็นหมุดหมายที่ย้ำเตือนว่า เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของประชาชน หากสื่อถูกปิดปาก ประชาชนย่อมถูกปิดหูปิดตา
ไฮไลท์สำคัญของวันนักข่าวคือการประกาศรางวัล "อิศรา อมันตกุล" ซึ่งถือเป็นรางวัล "พูลิตเซอร์เมืองไทย" จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึง นายอิศรา อมันตกุล นายกสมาคมนักข่าวฯ คนแรก ผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพจนยอมติดคุกในยุคเผด็จการ รางวัลนี้จะมอบให้แก่:
ข่าวยอดเยี่ยม: ข้าที่สร้างผลกระทบต่อสังคมและเป็นการเจาะลึกความจริง (Investigative Report)
ภาพข่าวยอดเยี่ยม: ภาพที่เล่าเรื่องราวได้ทรงพลังและสะท้อนเสรีภาพ
ปัจจุบัน วันนักข่าวถูกยกระดับให้เป็น "วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ" เพื่อให้ครอบคลุมถึงสื่อทีวี วิทยุ และสื่อออนไลน์ ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่น (Trust Crisis) และการแพร่ระบาดของข่าวปลอม (Fake News) บทบาทของนักข่าวในวันนี้จึงต้องเปลี่ยนจาก "ผู้ส่งสารคนแรก" เป็น "ผู้ตรวจสอบความถูกต้องคนสุดท้าย" (The Verifier) ความสำคัญของวันนี้ในยุคปัจจุบันจึงอยู่ที่การ "ปฏิรูปตัวเอง" ของสื่อมวลชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งจริยธรรม ท่ามกลางกระแสการแสวงหาเรตติ้งและอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย
วันนักข่าว 5 มีนาคม จึงเป็นวันแห่งการเชิดชู "คนตัวเล็กๆ" ที่ทำหน้าที่ยิ่งใหญ่หลังเลนส์กล้องและปลายปากกา เพื่อยืนยันว่า "ความจริง" ยังคงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในสังคมประชาธิปไตย