รู้จัก “พายุฤดูร้อน” (Thunderstorms) เกิดจากอะไร ?

ช่วงนี้ “พายุฤดูร้อน” มักมีในคำ “พยากรณ์อากาศ” โดย “กรมอุตุนิยมวิทยา” แทบจะรายวัน แล้วคำดังกล่าวที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “Thunderstorms” นั้นเกิดจากอะไร ทำไม ? จึงเกิดช่วงนี้ แล้วส่งผลกับเราอย่างไรบ้าง บทความนี้หาคำตอบมาให้แล้ว

“พายุฤดูร้อน” คืออะไร ?

จากการให้ความรู้โดย “กรมอุตุนิยมวิทยา” ให้ความหมายดังนี้ “พายุฤดูร้อน” หรือ “พายุฟ้าคะนอง” (Thunderstorm) เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน มักเกิดในราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคมหรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน “พายุฤดูร้อน” นั้นจะทำให้การหมุนเวียนของอากาศ แปรปรวนอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ลมพายุกระโชกแรง ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่าเกิดขึ้น หรือในบางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย

ฝนที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนมักจะตกไม่นาน บางครั้งเกิดขึ้นเพียง 15-30 นาที และเกิดขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ ประมาณ 10-20 ตารางกิโลเมตร

ด้าน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อธิบายเรื่องพายุฤดูร้อนไว้ว่า พายุฤดูร้อน หรือ พายุฟ้าคะนองจะเกิดขึ้นในฤดูร้อน หรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน ขณะที่อุณหภูมิในภาคต่าง ๆ เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากแกนของโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวและชื้นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตอนบนของภาคกลาง

อากาศที่อยู่ใกล้ผิวพื้นจะมีอุณหภูมิสูง ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดมาจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ในระยะนี้ถ้ามีลมเหนือ (อากาศเย็น) พัดลงมาจากประเทศจีนคราวใด จะทำให้อากาศสองกระแสกระทบกัน ทำให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน เป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรงและรวดเร็ว มีฟ้าแลบ (Lightning) ฟ้าร้อง (Thunder) และฟ้าผ่ารวมอยู่ด้วย นอกจากนี้มักจะมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเกิดขึ้น บางครั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองนี้เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นมีน้อยครั้งที่เกิดขึ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง

โดยทั่วไปพายุฤดูร้อนนี้ มักเกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากการแผ่ลิ่มของความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ลงมาบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและชื้น มีการยกตัวของมวลอากาศอยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อมีอากาศเย็นจากบริเวณความกดอากาศสูง ซึ่งมีลักษณะจมตัวลงและมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทำให้มวลอากาศร้อนยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นก็จะเจริญขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งอุณหภูมิยอดเมฆต่ำกว่า -60 ถึง 80 องศาเซลเซียส จึงทำให้เกิดลูกเห็บตกได้


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar