พลังแห่งความร่วมมือ: 26 กุมภาพันธ์ วันสหกรณ์แห่งชาติ เพราะเราก้าวไปได้ไกลกว่าถ้าไปด้วยกัน

26 กุมภาพันธ์ วันสหกรณ์แห่งชาติ: สานต่อพระปณิธาน "พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย"

เนื่องในโอกาสวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งเป็น "วันสหกรณ์แห่งชาติ" ถือเป็นวาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ จะได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ทรงวางรากฐานและก่อตั้งระบบสหกรณ์ขึ้นในประเทศไทย จนได้รับพระสมัญญาภิธานว่า "พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย"

1. ปฐมบทแห่งการสหกรณ์: แก้ปัญหาหนี้สินชาวนา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ประเทศไทยประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ชาวนาส่วนใหญ่เผชิญกับภาวะหนี้สินล้นตัวจากการกู้ยืมเงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ในขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสถิติพยากรณ์ ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกลและทรงเล็งเห็นว่า การจะช่วยให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การสงเคราะห์ด้วยเงินตราเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการสร้างกลไกให้พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


2. พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย: พระผู้จุดประกายแห่งความร่วมมือ

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (พระนามเดิม: พระองค์เจ้ารัชนีจามจร) ทรงศึกษาหลักการสหกรณ์จากต่างประเทศ และทรงประยุกต์ใช้รูปแบบ "สหกรณ์หาทุน" (Credit Cooperative) ตามแบบอย่างของไรฟ์ไฟเซน (Raiffeisen Model) จากเยอรมนี ซึ่งเน้นการรวมตัวของสมาชิกที่มีขนาดเล็ก มีความซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบร่วมกัน

พระองค์ทรงเริ่มทดลองจัดตั้งสหกรณ์แห่งแรกขึ้น เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2459 ณ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยใช้ชื่อว่า "สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้" * ทุนเริ่มแรก: กู้ยืมจากแบงก์สยามกัมมาจล (ธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน) จำนวน 3,000 บาท

  • จำนวนสมาชิก: 16 ท่าน

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้สมาชิกกู้ยืมเงินไปไถ่ถอนที่ดินและใช้เป็นทุนในการทำนา

ผลปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สมาชิกสามารถชำระหนี้คืนได้ตรงตามกำหนด และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


3. วิวัฒนาการและประเภทของสหกรณ์ในปัจจุบัน

จากสหกรณ์หาทุนขนาดเล็กในวันนั้น ได้เติบโตและขยายตัวไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันระบบสหกรณ์ในไทยถูกแบ่งออกเป็น 7 ประเภทหลัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของประชาชน:

  1. สหกรณ์การเกษตร: ช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการผลิต การตลาด และแหล่งทุน

  2. สหกรณ์ออมทรัพย์: ส่งเสริมการออมและให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมสำหรับกลุ่มวิชาชีพ

  3. สหกรณ์ประมง: ดูแลกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงชายฝั่ง

  4. สหกรณ์ร้านค้า: จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคายุติธรรม

  5. สหกรณ์นิคม: จัดสรรที่ดินทำกินและโครงสร้างพื้นฐานให้เกษตรกร

  6. สหกรณ์บริการ: สำหรับผู้ประกอบอาชีพบริการ เช่น รถรับจ้าง หรือกลุ่มหัตถกรรม

  7. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน: สหกรณ์ออมทรัพย์ในระดับชุมชนที่เน้นการช่วยเหลือสมาชิกตามหลักคุณธรรม


4. คุณค่าและหลักการสหกรณ์: พลังแห่งความยั่งยืน

หัวใจสำคัญที่ทำให้การสหกรณ์มั่นคงมานานกว่า 100 ปี คือ "หลักการสหกรณ์ 7 ประการ" ที่เป็นสากลทั่วโลก:

  • การเป็นสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง

  • การควบคุมโดยสมาชิกตามหลักประชาธิปไตย (1 สิทธิ 1 เสียง)

  • การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสมาชิก

  • การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ

  • การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร

  • การร่วมมือระหว่างสหกรณ์

  • การเอื้ออาทรต่อชุมชน


5. บทสรุป: สานต่อพระกรุณาธิคุณในโลกยุคใหม่

ในยุคที่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ ระบบสหกรณ์ยังคงเป็นคำตอบที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก "วันสหกรณ์แห่งชาติ" จึงไม่ใช่เพียงวันหยุดราชการหรือวันเพื่อจัดพิธีการเท่านั้น แต่เป็นวันที่พวกเราควรตระหนักถึงพลังของการ "รวมพลังเป็นหนึ่ง เพื่อความสุขของส่วนรวม" ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์

การสนับสนุนสหกรณ์ไทย คือการสนับสนุนเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเห็นอกเห็นใจและความเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยให้สังคมไทยก้าวข้ามผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้อย่างมั่นคงครับ


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar