มวยท่าเสา ศาสตร์แห่งความเร็วและเชิงมวยพริ้วไหวแห่งแดนเหนือ

มวยท่าเสา มีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้านท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ ความโดดเด่นของมวยสายนี้อยู่ที่การผสมผสานระหว่าง "มวยไทย" และ "เชิงดาบ" เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เนื่องจากในอดีตอุตรดิตถ์เป็นเมืองนักรบสำคัญ และที่สำคัญที่สุด มวยสายนี้คือวิชาพื้นฐานของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่อย่าง "พระยาพิชัยดาบหัก" ครับ

1. เอกลักษณ์และการต่อสู้ (Fighting Style)

หัวใจของมวยท่าเสาคือ "ความรวดเร็ว ว่องไว และความพริ้วไหว"

  • เชิงเท้าที่ยอดเยี่ยม: นักมวยท่าเสาจะเน้นการเคลื่อนที่ (Footwork) ที่รวดเร็วและลื่นไหลเหมือนนักเต้น ทำให้คู่ต่อสู้หาจังหวะโจมตีได้ยาก

  • การเตะและถีบ: มวยสายนี้เด่นเรื่องการใช้เท้าและหน้าแข้งในการสกัดกั้นและโจมตี สามารถออกอาวุธเท้าได้จากทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง

  • เชิงมวยที่สวยงาม: มีลีลาที่อ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความรุนแรง เน้นการหลอกล่อให้คู่ต่อสู้หลงจังหวะแล้วเข้าทำอย่างรวดเร็ว (เหมือนการใช้ดาบ)

2. การแต่งกายและการคาดเชือก

มวยท่าเสาเน้นความคล่องตัวเป็นหลัก จึงมีลักษณะเฉพาะคือ:

  • การพันมือ: มักพันผ้าไม่สูงนัก (คล้ายมวยไชยาแต่บางกว่า) เพื่อให้ข้อมือทำงานได้อย่างอิสระ

  • การเคลื่อนไหว: มักใส่กางเกงที่เอื้อต่อการเตะสูงและการฉีกขาได้สะดวก

3. ท่าร่างที่เป็นตำนาน

  • ลูกไม้เชิงดาบ: ท่าทางของมวยท่าเสามักมีความคล้ายคลึงกับการรำดาบ เช่น การหมุนตัวหรือการเบี่ยงตัวหลบแบบ 45 องศา แล้วสวนกลับด้วยหน้าแข้ง

  • การเข้าทำแบบสายฟ้าแลบ: เน้นการจู่โจมแล้วฉากออก (Hit and Run) โดยไม่ยืนปะทะแลกหมัดตรงๆ

ความสำคัญในประวัติศาสตร์

มวยท่าเสาได้รับความเชื่อถืออย่างมากในกองทัพไทยสมัยโบราณ โดยเฉพาะในช่วงการกอบกู้เอกราชของพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องจาก นายจ้อย (หรือพระยาพิชัยดาบหักในเวลาต่อมา) ได้ใช้วิชามวยท่าเสาที่ร่ำเรียนมาจาก ครูเมฆ ผสมผสานกับวิชาดาบ จนสามารถชนะการประลองหน้าพระที่นั่งและกลายเป็นทหารเอกคู่พระทัย


เกร็ดน่ารู้: ในสมัยโบราณ มวยท่าเสาถูกเรียกว่า "มวยพระยาพิชัย" ในบางตำรา เพราะท่านได้นำวิชาพัด (การปัดป้องด้วยมือ) และวิชาดาบมาประยุกต์จนกลายเป็นมวยที่หาตัวจับยาก

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar