ฉายา: "ท่าดีไชยา"
ลักษณะเด่น: ขึ้นชื่อเรื่องการป้องกันตัวที่แข็งแกร่ง (การป้อง ปัด ปิด เปิด) มีท่ายืนที่รัดกุม (ท่ายืนขยับแบบเสือลากหาง) เน้นการใช้ศอกและเข่าในระยะประชิด
การแต่งกาย: พันผ้าเพียงแค่ข้อมือ (คาดเชือก) เพื่อให้ขยับนิ้วมือเพื่อจับทุ่มหรือหักแข้งขาคู่ต่อสู้ได้สะดวก
หัวใจของมวยไชยาคือการ "ประหยัดแรงแต่ได้ผลลัพธ์สูงสุด"
การจดมวย: นักมวยไชยาจะจดมวยต่ำกว่าสายอื่น เรียกว่า "ท่าเสือลากหาง" หรือการย่อตัวลงต่ำเพื่อความมั่นคงและพร้อมที่จะพุ่งเข้าหาหรือถอยฉากได้อย่างรวดเร็ว
การป้องกัน (Defense): มวยไชยาไม่ได้มีแค่การรับหมัด แต่มีหัวใจคือ "ป้อง ปัด ปิด เปิด"
ป้อง: ใช้มือหรือแขนรับ
ปัด: ปัดป้องอาวุธให้พ้นตัว
ปิด: ปิดป้องจุดอ่อนของตัวเอง
เปิด: เปิดช่องว่างของคู่ต่อสู้เพื่อโจมตีสวนกลับ
คลุกวงใน: มวยไชยาเก่งมากในระยะประชิด ใช้ศอก เข่า และการจับทุ่ม (ทุ่ม ทับ จับ หัก) เพื่อสยบคู่ต่อสู้
มวยไชยามีการคาดเชือกที่ "สั้น" กว่าสายอื่นอย่างเห็นได้ชัด:
การพันมือ: พันเพียงแค่ ข้อมือ (ไม่เกินครึ่งท่อนแขน)
เหตุผล: มวยไชยาเน้นการใช้ นิ้วมือ ในการคว้า จับ หัก หรือเหนี่ยวรั้งคู่ต่อสู้ หากพันผ้าหนาไปถึงศอกจะทำให้ขยับข้อมือและนิ้วมือได้ลำบาก ซึ่งขัดกับหลักการ "ทุ่ม ทับ จับ หัก" ของสายนี้
ลูกไม้มวยไทย: มวยไชยามีท่าไม้ตายที่รู้จักกันดีคือ "จระเข้ฟาดหาง" (ซึ่งมวยไชยาทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ) และท่า "หักงวงไอยรา"
ท่าพันรั้ง: การใช้แขนพันรอบคอหรือแขนคู่ต่อสู้เพื่อกดให้เสียหลักแล้วโจมตีด้วยเข่าหรือศอก
มวยไชยาเป็นสายมวยโบราณที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้ได้เหนียวแน่นที่สุดสายหนึ่งครับ ปัจจุบันมีการเปิดสอนอย่างเป็นทางการและเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ที่สนใจ ศิลปะการป้องกันตัว (Self-defense) เพราะสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ดีมาก แม้แต่ในภาพยนตร์แอ็กชันระดับโลกหลายเรื่องก็นำท่าร่างของมวยไชยาไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบคิวบู๊