ฉายา: "หมัดหนักโคราช"
ลักษณะเด่น: เน้นการเตะและต่อยที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะ "หมัดเหวี่ยงควาย" ซึ่งเป็นหมัดวงกว้างที่มีพลังทำลายล้างสูง
การแต่งกาย: พันหมัดด้วยด้ายดิบยาวไปจนถึงข้อศอก เพื่อเพิ่มแรงปะทะและป้องกันแขน
หัวใจของมวยโคราชคือ "บุกตะลุย" และ "ทำลายล้าง"
หมัดเหวี่ยงควาย: นี่คือท่าไม้ตายระดับตำนาน เป็นการเหวี่ยงหมัดวงกว้างที่ใช้แรงส่งจากไหล่และสะโพก พลังทำลายสูงขนาดที่ว่ากันว่าสามารถล้มควายได้ในหมัดเดียว หากเข้าจุดโฟกัสอย่างขมับหรือต้นคอ
การเตะที่หนักหน่วง: นอกจากหมัดแล้ว การเตะของสายโคราชจะเน้นการเตะตัดลำตัวและขาแบบ "เตะปู" หรือเตะเหวี่ยงที่รุนแรง
จิตวิญญาณ: นักมวยโคราชขึ้นชื่อเรื่องความอดทน ร่างกายแข็งแกร่ง และมีจิตใจรุกรบ ไม่ถอยหลังง่ายๆ
มวยโคราชมีการคาดเชือกที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนเพื่อรองรับสไตล์การชกที่เน้นพลัง:
การพันหมัด: นักมวยโคราชจะพันด้ายดิบ (คาดเชือก) ยาวขึ้นไปจนถึงข้อศอก * เหตุผล: 1. เพื่อเพิ่มน้ำหนักและแรงปะทะให้กับหมัด 2. เพื่อใช้ท่อนแขนที่พันด้ายหนาๆ แทนโล่ในการรับการเตะหรือหมัดของคู่ต่อสู้ 3. ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมือซ้นจากการเหวี่ยงหมัดที่รุนแรง
ท่าจดมวย: มวยโคราชมักตั้งท่าจดมวยค่อนข้างสูง มือหนึ่งยกสูงป้องกันใบหน้า อีกมือเตรียมพร้อมเหวี่ยง
ท่ายักษ์เยื้อง: เป็นการเดินขยับเข้าหาคู่ต่อสู้ด้วยจังหวะที่มั่นคงแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
ปัจจุบันมวยโคราชยังคงเป็นรากฐานสำคัญของนักมวยไทยอาชีพจำนวนมาก โดยเฉพาะนักมวยจากภาคอีสานที่ขึ้นชื่อเรื่องปอดใหญ่ (ความทนทาน) และอาวุธที่หนักเปี่ยมไปด้วยพลัง ท่าหมัดเหวี่ยงควายถูกประยุกต์มาเป็น "หมัดเหวี่ยง" หรือ "Overhand" ในมวยไทยเวทีปัจจุบันที่ใช้เผด็จศึกคู่ต่อสู้บ่อยครั้ง
เกร็ดน่ารู้: นักมวยโคราชโบราณมักจะฝึกเตะต้นกล้วยและชกกระสอบทรายที่ทำจากหนังวัวอัดทราย เพื่อฝึกให้หมัดและแข้งแข็งแกร่งราวกับเหล็ก