ในบรรดาชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ "ชุดไทยเรือนต้น" ถือเป็นชุดที่มีความเรียบง่ายที่สุด แต่กลับแฝงไปด้วยความสุภาพและเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีไทยที่ต้องการความคล่องตัวแต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันงดงาม
ชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ไม่เป็นทางการมากนัก (Informal) โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:
เสื้อ: เป็นเสื้อแขนกระบอก ความยาวประมาณข้อศอกหรือเลยข้อศอกลงมาเล็กน้อย คอกลมตื้นไม่มีขอบตั้ง (คอไม่มีปก) ผ่าอกด้านหน้าและติดกระดุม 5 เม็ด ตัวเสื้อแยกชิ้นกับผ้านุ่ง
ผ้านุ่ง: นิยมใช้ผ้าซิ่นป้ายหน้า ยาวจรดข้อเท้า วัสดุมักเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่มีลายริ้วขวางหรือลายดอกตามขวาง หรือจะใช้ผ้าพื้นที่มีเชิงก็ได้
สีสัน: สามารถเลือกใช้สีที่สดใสหรือสีพาสเทลได้ตามความชอบและโอกาส
ด้วยดีไซน์ที่เน้นความสบาย ชุดไทยเรือนต้นจึงนิยมสวมใส่ในงานที่ไม่เป็นพิธีการจนเกินไป เช่น:
งานทำบุญตักบาตรในตอนเช้า หรือไปวัดในวันพระ
งานมงคลสมรสในช่วงพิธีสงฆ์หรือเลี้ยงพระ (สำหรับผู้ร่วมงาน)
งานเลี้ยงน้ำชาหรือการต้อนรับแขกคนสำคัญที่บ้าน
งานกาชาด หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น
เนื่องจากเป็นชุดแบบลำลอง การประดับตกแต่งจึงควรเน้นความพอดี:
เครื่องประดับ: นิยมสวมสร้อยคอทองเส้นเล็ก หรือสร้อยมุกเพื่อให้ดูซอฟต์และสุภาพ ต่างหูแบบติดหูหรือแบบระย้าเล็กๆ จะช่วยเสริมใบหน้าให้ดูเด่นขึ้น
ทรงผม: สามารถรวบผมตึง เกล้าผมมวยต่ำ หรือปล่อยผมไดร์ตรงสลวยก็ได้ตามความเหมาะสม
ชุดไทยเรือนต้น คือเครื่องสะท้อนถึงภูมิปัญญาการออกแบบที่เข้าใจวิถีชีวิตจริงของผู้สวมใส่ เป็นชุดที่พิสูจน์ว่า "ความน้อยแต่มาก" (Less is more) ในแบบไทยนั้นมีอยู่จริง และยังคงเป็นชุดยอดนิยมที่สตรีไทยเลือกใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไม่เสื่อมคลาย