การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวของประเทศไทย ทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในทุกมิติ ไม่ใช่เพียงแค่การดูแลในช่วงที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดูแลอย่างสมเกียรติใน "วาระสุดท้าย" เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย และสืบสานประเพณีอันดีงาม
![]()
เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ เงินสงเคราะห์การจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี ซึ่งเป็นสวัสดิการที่สะท้อนถึงความห่วงใยที่รัฐมีต่อประชาชน
หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับความช่วยเหลือ
เพื่อให้การสนับสนุนเข้าถึงผู้ที่ความจำเป็นอย่างแท้จริง รัฐได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้สูงอายุที่เสียชีวิตไว้ดังนี้
1. มีสัญชาติไทย
2. มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
3. เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการสวัสดิการในลักษณะเดียวกันที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น หรือเป็นผู้สูงอายุที่ผู้อํานวยการเขต หรือนายอำเภอ หรือกํานัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบล หรือนายกเมืองพัทยา หรือประธานชุมชน รับรองว่า มีคุณสมบัติตามโครงการดังกล่าว ตามแบบที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุกำหนด รวมถึงผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ สถานสงเคราะห์ สถานดูแล สถานคุ้มครองหรือสถานใด ๆ ของรัฐหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจัดการศพตามประเพณีโดยมูลนิธิ สมาคม วัด มัสยิด โบสถ์ ให้ได้รับสิทธิการสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณีด้วย
รายละเอียดการสนับสนุนและช่องทางการยื่นคำขอ รัฐจะให้การสนับสนุนเป็น เงินช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท
การยื่นเรื่อง ผู้ที่จัดการศพ (ทายาท หรือบุคคลที่รับผิดชอบ) ต้องยื่นคำขอภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกใบมรณบัตร
สถานที่ติดต่อ กรุงเทพมหานคร : ติดต่อที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต หรือผ่านระบบออนไลน์ BMA OSS
ต่างจังหวัด : ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตามทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต
เอกสารที่ต้องเตรียม (Checklist)
ใบมรณบัตรของผู้สูงอายุ (ตัวจริงพร้อมสำเนา)
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ (ถ้ามี)
บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำขอ
แบบคำขอรับเงินสงเคราะห์ (พสศ.01)
หนังสือรับรองจากผู้นำชุมชน (กรณีไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ยากจน)
การสนับสนุนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่จะดูแล "หัวใจ" ของคนในครอบครัว รัฐบาลพร้อมยืนเคียงข้างในทุกช่วงจังหวะของชีวิต
เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนคนไทยจะไม่ถูกทอดทิ้ง และได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต