ในสายตาของคนทั่วไป นี่อาจเป็นเพียง “หมวกสีม่วง” ใบหนึ่ง...แต่สำหรับทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครผู้ผ่านศึกสงคราม หมวกใบนี้คือ “เหรียญตราแห่งเกียรติยศ” ที่จารึกเรื่องราวความเสียสละอันยิ่งใหญ่ไว้บนผืนผ้า เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของแผ่นดินไทย
ศรัทธาใต้ร่มพระบารมี
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2518 ท่ามกลางเสียงปืนและควันไฟตามแนวชายแดน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยเหล่านักรบที่ต้องกลายเป็นผู้ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเป็นองค์ประธาน “มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์” เพื่อเป็นที่พึ่งพิงทั้งทางกายและทางใจ เปลี่ยนจาก “ผู้สูญเสีย” ให้กลายเป็น “ผู้สร้าง” ผ่านการฝึกทักษะอาชีพ ทั้งงานเครื่องหนัง งานไม้ และงานแก้วเจียระไน ให้ทุกคนได้ยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง
สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงหัวใจนักรบ
เมื่อสมาชิกสายใจไทยสวมหมวกสีม่วงนี้ในงานพิธีการต่าง ๆ มันคือการแสดงพลังว่า “แม้ร่างกายจะสูญเสียไปบางส่วน แต่หัวใจยังคงแข็งแรงและพร้อมทำประโยชน์เพื่อสังคม” หมวกใบนี้ไม่ได้แบ่งแยกเหล่าทัพหรือสมรภูมิ ไม่ว่าท่านจะเคยกรำศึกหนักที่ เขาค้อ, ช่องบก หรือดินแดนด้ามขวานทอง แต่เมื่อสวมหมวกใบนี้ ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวที่ร่วมชะตากรรมและมีหัวใจดวงเดียวกัน...นั่นคือหัวใจที่รักชาติยิ่งชีพ
เกียรติยศที่คงอยู่ตลอดไป
ในวันที่บาดแผลจากสงครามอาจทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แต่เมื่อสมาชิกสวมหมวกสายใจไทย พวกเขาจะได้รับสายตาแห่งความเคารพรักจากคนในชาติ ในฐานะ “วีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ” ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ร่างกายของตนเองเป็นโล่กำบังให้พวกเราได้อยู่อย่างสงบสุข
มูลนิธิสายใจไทยฯ ยังคงเดินหน้าทำภารกิจหลักในการดูแลเยียวยาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้เสียสละเหล่านี้ เพราะเราเชื่อว่า “ความกล้าหาญไม่ควรถูกลืม และความเสียสละต้องได้รับการตอบแทน”
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งต่อกำลังใจให้แก่สมาชิกสายใจไทย เพราะทุกรอยยิ้มของพวกเขา คือความภูมิใจของพวกเราชาวไทยทุกคน
ที่มา : มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์