
วันที่ 16 มกราคมของทุกปี คือวันที่คนไทยทั้งประเทศร่วมใจกันรำลึกถึงพระคุณของ “ครู” ผู้เปรียบเสมือนเรือจ้างที่ส่งศิษย์ถึงฝั่ง และเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่หล่อหลอมทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ แต่ทราบหรือไม่ว่า ประวัติความเป็นมาของวันครูในประเทศไทยนั้นมีความเป็นมาที่ยาวนานและทรงคุณค่ามากกว่าเพียงแค่การหยุดเรียนหนึ่งวัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2499 ในการประชุมสามัญคุรุสภาสมัยสามัญทั่วประเทศ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ในขณะนั้น ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศ เพื่อเสนอแนะให้มีวันแห่งการรำลึกถึงพระคุณครู โดยมีใจความสำคัญว่า:
"เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นอันมากแก่ศิษย์และแก่ชาติบ้านเมือง จึงควรที่จะมีวันใดวันหนึ่งเพื่อให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครู"
จากข้อเสนอแนะดังกล่าว คุรุสภาจึงได้มีมติเห็นชอบและนำเสนอต่อรัฐบาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 คณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น "วันครู" โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา (16 มกราคม พ.ศ. 2488) เป็นวันสำคัญนี้
การจัดงานวันครูครั้งแรก ของประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสานประเพณีการไหว้ครูและการยกย่องวิชาชีพครูในระดับชาติสืบมาจนปัจจุบัน
ในปี 2569 นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในโอกาสวันครูไว้ว่า:
“คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มี ‘ครู’”
นายกรัฐมนตรีได้ขยายความถึงคำขวัญนี้เพื่อให้ศิษย์ทุกคนได้ระลึกว่า เราทุกคนล้วนมีรากเหง้า มีที่มา และมีผู้มีพระคุณที่คอยอุปถัมภ์ค้ำชูสั่งสอนก่อนจะเติบใหญ่ ขณะเดียวกันก็เพื่อให้ครูได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพที่มีผลต่อชีวิตของศิษย์อย่างยาวนาน แม้ในวันที่ศิษย์จะพ้นจากอ้อมกอดของสถานศึกษาไปแล้วก็ตาม
ในการจัดงานวันครู จะประกอบด้วยกิจกรรมหลักที่เป็นสากลของสถานศึกษาทั่วประเทศ ได้แก่:
พิธีทางศาสนา: เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ครูผู้ล่วงลับ
พิธีคุรุสดุดี: การกล่าวคำปฏิญาณตนของครูเพื่อรักษาเกียรติแห่งวิชาชีพ
ดอกไม้ประจำวันครู: คือ "ดอกกล้วยไม้" โดยพิจารณาเห็นว่ากล้วยไม้เป็นพืชที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นเวลานานกว่าจะออกดอกสวยงาม เปรียบเสมือนการเคี่ยวเข็ญศิษย์ที่ครูต้องใช้ความอดทนและความรักในการบ่มเพาะปัญญา
เพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
เพื่อส่งเสริมความสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน
เพื่อส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานด้วยความมานะอุตสาหะ
ในปัจจุบัน วันครูไม่ได้เป็นเพียงวันหยุดของสถานศึกษา แต่ยังเป็นวันที่สังคมจะได้ร่วมกันตระหนักถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของครู เพื่อให้ "แม่พิมพ์ของชาติ" สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงโลกการศึกษา
คุรุสภา (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา): ประวัติวันครู
กระทรวงศึกษาธิการ: เอกสารประวัติความเป็นมาและวิสัยทัศน์การศึกษาชาติ
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ: บันทึกมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2499