การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไม่ได้เป็นเพียงระเบียบปฏิบัติทางธุรการเท่านั้น แต่เป็น กลไกทางกฎหมายที่สำคัญในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในการเมืองและการปกครองของไทย โดยมีประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรทราบดังนี้
ใครบ้างที่อยู่ในสปอร์ตไลท์?
กฎหมายกำหนดให้ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และข้าราชการการเมืองอื่น ๆ) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีฯ
🌟 กฎหมายบังคับให้ยื่นรวมถึงทรัพย์สินของ คู่สมรส (รวมถึงผู้ที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส) และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ต้องยื่นเมื่อไหร่? ผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินใน 2 กรณีหลัก คือ
กรณีเข้ารับตำแหน่ง: ต้องยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง
กรณีพ้นจากตำแหน่ง: ต้องยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่พ้นจากตำแหน่ง
(หมายเหตุ: สามารถขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน หากยื่นคำขอก่อนครบกำหนด) ทั้งนี้ กรณีพ้นจากตำแหน่งและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่ภายในหนึ่งเดือน และกรณีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่ไม่ต้องห้ามที่จะยื่นเพื่อเป็นหลักฐาน
ช่องทางการยื่นที่สะดวกและโปร่งใส ในปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. ได้อำนวยความสะดวกผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1. การยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนกลางหรือประจำจังหวัด)
2. การยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
3. การยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ODS) https://asset.nacc.go.th/ods-app/
บทลงโทษ: เมื่อความจริงไม่ปรากฏ
การยื่นบัญชีถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย หากผู้ใด จงใจไม่ยื่น หรือ จงใจยื่นด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง และมีพฤติการณ์ส่อเจตนาไม่แสดงที่มาของทรัพย์สิน จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของ "จริยธรรมสาธารณะ" เมื่อประชาชนมีความรู้และร่วมกันตรวจสอบ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือชั้นดีในการคัดกรองคนดีเข้ามาบริหารประเทศ และกำจัดคนที่ทุจริตออกไปจากระบบ