
-----------------------------------------
วันที่ ๑๘ มกราคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย โดยเป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งหงสาวดี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะทางทหารที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการประกาศเอกราชและความแข็งแกร่งของราชอาณาจักรอยุธยาให้เป็นที่ประจักษ์สืบมา
ในปี พ.ศ. ๒๑๓๕ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงได้โปรดให้พระมหาอุปราชา ยกกองทัพขนาดยักษ์จำนวน ๒๔๐,๐๐๐ นาย มาตีกรุงศรีอยุธยา หวังจะปราบปรามให้ราบคาบ ในขณะนั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพไปตั้งรับที่ หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี
ในระหว่างการรบ ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวร (เจ้าพระยาไชยานุภาพ) และช้างทรงของสมเด็จพระเอกาทศรถ (เจ้าพระยาปราบไตรจักร) เกิดอาการตกมันและวิ่งไล่ตามข้าศึกเข้าไปในวงล้อมของกองทัพพม่าเพียงลำพัง เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาประทับอยู่บนหลังช้างใต้ร่มไม้ จึงทรงใช้ไหวพริบปฏิภาณเชิญพระมหาอุปราชามาทำ "ยุทธหัตถี" หรือการรบบนหลังช้างอันเป็นเกียรติยศสูงสุดของกษัตริย์
"เจ้าพี่จะยืนอยู่ในร่มไม้ทำไม เชิญเสด็จมาทำยุทธหัตถีกันให้เป็นเกียรติยศเถิด กว่าเราสองคนจะตายไปจะไม่มีกษัตริย์องค์ใดทำยุทธหัตถีได้เหมือนเราอีกแล้ว"
ผลของการกระทำยุทธหัตถีในครั้งนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงใช้พระแสงพลพ่ายฟันพระมหาอุปราชาขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์บนคอช้าง ทำให้กองทัพหงสาวดีต้องถอยทัพกลับไป และไม่กล้ายกทัพมาเบียดเบียนไทยอีกเป็นเวลากว่า ๑๕๐ ปี
ในอดีต คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ ๒๕ มกราคมของทุกปีเป็น "วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" และ "วันกองทัพไทย" ตามการคำนวณวันทางจันทรคติเดิม
อย่างไรก็ตาม ต่อมามีการตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และคำนวณใหม่โดยอาศัยปฏิทินหลวง เพื่อให้ตรงกับวันทางสุริยคติที่ถูกต้อง พบว่าวันที่ทรงกระทำยุทธหัตถีตรงกับ วันจันทร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕ (ตรงกับวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะโรง)
ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้เปลี่ยนแปลงวันที่ระลึก ดังนี้:
วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (วันยุทธหัตถี): ตรงกับวันที่ ๑๘ มกราคมของทุกปี
วันกองทัพไทย: ย้ายจากวันที่ ๒๕ มกราคม มาเป็นวันที่ ๑๘ มกราคม เพื่อให้สอดคล้องกับวันแห่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของไทย
การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์: รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อปกป้องเอกราชของชาติ
ความรักชาติและความสามัคคี: เป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยตระหนักถึงความเหนื่อยยากของบรรพบุรุษในการธำรงรักษาแผ่นดิน
เกียรติภูมิของกองทัพไทย: เป็นวันที่ทหารไทยทุกเหล่าทัพได้กระทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงไชยเฉลิมพล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม
โดยทั่วไปหน่วยงานราชการและภาคประชาชนจะจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น:
พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ
การจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติและวีรกรรม
พิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล
-----------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง: กรมศิลปากร, กระทรวงกลาโหม