แม่โขง - ล้านช้าง: สายน้ำแห่งมิตรภาพ สู่การพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน

แม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงพรมแดนธรรมชาติ แต่เป็น "เส้นเลือดใหญ่" ที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 300 ล้านคนใน 6 ประเทศ ตั้งแต่ที่ราบสูงทิเบตจนถึงดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในเวียดนาม จึงเป็นที่มาของ กรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC) ที่มุ่งหวังจะเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการพัฒนาร่วมกัน
     กรอบความร่วมมือนี้เป็นข้อริเริมของไทยเมื่อปี 2555 ที่ประสงค์จะพัฒนากรอบความร่วมมือในเขตเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง โดยเน้นให้มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมกระบวนการพัฒนาอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการพัฒนากรอบความร่วมมือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  และได้ประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 1 ในเดือนพฤศจิกายน 2558

ทำความรู้จัก 6 สมาชิก ความร่วมมือนี้ประกอบด้วยประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งหมด ได้แก่ กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, ไทย, เวียดนาม และจีน (ซึ่งเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า แม่น้ำล้านช้าง) 

3 เสาหลัก: รากฐานของความมั่นคงและมั่งคั่ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของชีวิตความเป็นอยู่ MLC จึงขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้

    🔷การเมืองและความมั่นคง เน้นการรักษาสันติภาพในภูมิภาค และที่สำคัญคือการร่วมมือกันปราบปราม อาชญากรรมข้ามพรมแดน เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และปัญหายาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน
    🔷เศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมการค้าชายแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น รถไฟความเร็วสูง) และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
    🔷สังคม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน สร้างความใกล้ชิดผ่านการท่องเที่ยว การศึกษาทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษา และความร่วมมือด้านสาธารณสุข

  ทบทวนความก้าวหน้า 3 เสาหลักความร่วมมือ เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและจีนได้ร่วมกันทบทวนความก้าวหน้าของความร่วมมือภายใต้กรอบ MLC ทั้ง 3 เสา โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับประเด็นต่าง ๆ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การเกษตร เศรษฐกิจและการค้าการลงทุน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล

3 วาระเร่งด่วนที่ไทยผลักดัน

    ในฐานะประเทศผู้ริเริ่มกรอบความร่วมมือนี้ ประเทศไทยได้ชูประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค 3 ด้านหลัก ได้แก่
    1. การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามพรมแดน:
โดยเฉพาะปัญหาการหลอกลวงออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือด้านการข่าวและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด
    2. การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ: การพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำโขง
    3. การจัดการมลพิษข้ามพรมแดน:
เร่งผลักดันความร่วมมือในการลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และการนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในอุตสาหกรรม

ยุทธศาสตร์ใหม่: ระเบียงนวัตกรรมและความเชื่อมโยง 

    ประเทศไทยได้เสนอแนวคิดการใช้ "ระเบียงนวัตกรรม MLC" (MLC Innovation Corridor) เพื่อเป็นกลไกหลักในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างศูนย์ทรัพยากรน้ำ (LMC Water Center) และศูนย์สิ่งแวดล้อม (LMEC) เข้ากับองค์กรระดับภูมิภาคอย่าง คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อ

ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ไทยได้มีการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือของล้านนา ครั้งที่ 5 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีกำหนดจัดที่กรุงเทพมหานคร ในเวลาที่เหมาะสม


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar