เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หลายพื้นที่ของประเทศไทยโดยเฉพาะเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคเหนือ มักประสบปัญหา ค่าฝุ่น PM2.5 สูงกว่าปกติ จนเกิดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน หลายคนอาจสงสัยว่า “อากาศเย็นน่าจะดี ทำไมฝุ่นถึงเยอะขึ้น?”
ในฤดูหนาวอากาศมัก “นิ่ง” เพราะลมพัดเบาลง การหมุนเวียนอากาศในแนวดิ่งลดลง
ส่งผลให้ ฝุ่นควันค้างอยู่ในระดับต่ำ ไม่กระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน ทำให้ค่าฝุ่นสะสมหนาแน่นในบริเวณพื้นดินมากขึ้น
ช่วงเช้ามืดอากาศใกล้พื้นดินเย็น แต่ชั้นอากาศด้านบนอุ่นกว่า เกิดสิ่งที่เรียกว่า อุณหภูมิผกผัน
ชั้นอากาศอุ่นด้านบนจะทำหน้าที่เหมือน “ฝา” ปิดกั้นไม่ให้ฝุ่นจากด้านล่างลอยขึ้นไปได้
ผลคือ PM2.5 ถูกกักอยู่กับพื้น ทำให้ค่าฝุ่นสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเช้า
แม้จะเป็นหน้าหนาว แต่กิจกรรมที่สร้างมลพิษยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น
การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากรถยนต์
การก่อสร้าง
โรงงานอุตสาหกรรม
การเผาในที่โล่งบางพื้นที่
เมื่อ “ฝุ่นผลิตเยอะเท่าเดิม แต่กระจายได้น้อยลง” ค่าฝุ่นจึงพุ่งสูงกว่าฤดูกาลอื่น
ช่วงเก็บเกี่ยวปลายปี มักพบการเผาตอซัง ฟางข้าว หรือวัชพืชในหลายจังหวัด
ทำให้ ควันและฝุ่นขนาดเล็กถูกปล่อยออกมาเพิ่มขึ้น
เมื่อประกอบกับอากาศนิ่ง จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นในหลายพื้นที่
ในภาคเหนือ พื้นที่เป็นแอ่งกระทะ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
ฝุ่นจะ สะสมในแอ่งลุ่ม และกระจายตัวได้ยากกว่า ทำให้ค่าฝุ่นสูงเป็นพิเศษ
ฝุ่นขนาดเล็กนี้สามารถเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ทำให้เกิด
ระคายเคืองตา ไอ หายใจติดขัด
โรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจ
ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหากได้รับนาน ๆ
จึงควรติดตามค่า AQI และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงค่าฝุ่นสูง
✔ สวมหน้ากากมาตรฐาน N95/KN95
✔ ปิดประตู–หน้าต่างเมื่อค่าฝุ่นสูง
✔ ใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน
✔ หลีกเลี่ยงการเผาในที่โล่ง
✔ ตรวจสอบค่าฝุ่นผ่านแอป/เว็บไซต์ประจำวัน
ฤดูหนาวไม่ใช่แค่ลมเย็นอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่วงที่สภาพอากาศเอื้อต่อการ สะสมฝุ่น PM2.5 มากที่สุดของปี
เพราะลมเบา อากาศนิ่ง เกิดอุณหภูมิผกผัน และมีการเผาในหลายพื้นที่เพิ่มขึ้น
ทำให้ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังปัญหาฝุ่นเป็นพิเศษในช่วงนี้