มิจฉาชีพแอบอ้าง “ตลาดหลักทรัพย์” ลวงลงทุนคริปโทฯ – อย่าเชื่อในผลตอบแทนที่สูงเกินจริง

ในช่วงที่ผ่านมา มิจฉาชีพได้พัฒนารูปแบบการหลอกลวงให้มีความซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะการแอบอ้างชื่อและโลโก้ของหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือสูงในประเทศ เช่น "ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)" และ "สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)" เพื่อชักชวนให้ประชาชนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียเงินจำนวนมาก

🔍 กลโกง 3 ขั้นตอน: มิจฉาชีพสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างไร มิจฉาชีพไม่ได้มาแค่การชวนลงทุน แต่พวกเขาลงทุนในการสร้างภาพลวงตาอย่างเป็นระบบ

        1. สร้างภาพลักษณ์ที่ปลอมแปลง (Deceptive Identity)
            👨‍💼 
แอบอ้างชื่อ ใช้ชื่อคล้ายบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ, กองทุนส่วนบุคคล, หรือแม้แต่ใช้ชื่อ SET และ ก.ล.ต. เป็นผู้แนะนำการลงทุน
             ♾️ปลอมเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน 
สร้างเว็บไซต์ปลอม หรือแอปพลิเคชันซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีโลโก้และรูปแบบการใช้งานเหมือนจริงมาก เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังลงทุนผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย
             🧝‍♀️อ้างอิงบุคคลสำคัญ  ใช้ภาพผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์มาแอบอ้าง เพื่อสร้างความไว้วางใจให้แก่เหยื่อ

         2. ล่อใจด้วย "กำไรมหาศาล" (Unrealistic Returns)
             💰
การันตีผลตอบแทน: มิจฉาชีพจะเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงเกินจริงอย่างไม่มีเหตุผล เช่น การันตีกำไร 5-10% ต่อวัน หรือคืนทุนภายในหนึ่งสัปดาห์
             💰 ระบบโชว์กำไรปลอม:
ในช่วงแรก มิจฉาชีพจะให้เหยื่อเห็น "ตัวเลขกำไร" ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วบนแอปพลิเคชันปลอม เพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อและ เพิ่มเงินลงทุน เข้าไปอีกหลายเท่าตัว

         3. ดักเก็บเงินก้อนสุดท้าย (Final Extortion) เมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินก้อนใหญ่ มิจฉาชีพจะอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อไม่ให้ถอนได้ เช่น
             💵 ต้องจ่าย "ค่าธรรมเนียม"
หรือ "ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม" ก่อนจึงจะถอนได้
             💵ต้องจ่าย "ค่าปลดล็อกบัญชี"
เนื่องจากทำผิดเงื่อนไข หรือบัญชีติดล็อกเพราะทำกำไรมากเกินไป
             📃ข้อเท็จจริง
 การโอนเงินก้อนสุดท้ายเหล่านี้คือการหลอกลวงครั้งสุดท้าย และเงินทั้งหมดที่ลงทุนไปจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้

วิธีป้องกันตนเองและตรวจสอบก่อนลงทุน  การลงทุนที่ถูกกฎหมายและได้รับการกำกับดูแล ไม่มีการการันตีผลตอบแทน และย่อมมีความเสี่ยง หากสิ่งใดฟังดูดีเกินจริง ให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นกลโกง
         1. ตรวจสอบใบอนุญาต "SEC Check First" 
               🔎สิ่งที่ต้องทำ ก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือซื้อขายหลักทรัพย์ใด ๆ ให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก สำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น
               🔀ช่องทาง ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. (www.sec.or.th) หรือแอปพลิเคชัน "SEC Check First"
         2. อย่าโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา
              🏦 หลักการ
 แพลตฟอร์มการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องกำหนดให้ลูกค้าโอนเงินเข้า "บัญชีนิติบุคคล (บัญชีบริษัท)" ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
               ‼️คำเตือน หากมีการให้โอนเงินไปยังชื่อบัญชีบุคคลธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นชื่อของ "ผู้แนะนำ", "เจ้าหน้าที่" หรือ "ผู้จัดการกองทุน" นั่นคือการหลอกลวงแน่นอน
        3. ระวังการชักชวนจากคนแปลกหน้า   🦹‍♀️
              หน่วยงานของรัฐ, SET, หรือ ก.ล.ต. ไม่มีนโยบายโทรศัพท์, ทักแชทส่วนตัว, หรือส่งอีเมลไปชักชวนให้ลงทุนโดยตรง การติดต่อดังกล่าวเป็นไปไม่ได้และเป็นสัญญาณของมิจฉาชีพ         

📞 หากสงสัยหรือตกเป็นเหยื่อแล้วต้องทำอย่างไร 
         
การดำเนินคดีกับอาชญากรรมไซเบอร์ต้องอาศัยความรวดเร็ว หากคุณถูกหลอกหรือพบเบาะแสที่น่าสงสัย ควรรีบดำเนินการทันที
          👨‍✈️รีบแจ้งความ: โทรสายด่วน 1441 📞 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.com เพื่อดำเนินการอายัดบัญชีและสืบสวน
          👨‍✈️ แจ้ง ก.ล.ต.: หากพบการแอบอ้างชื่อ ก.ล.ต. หรือ SET โทร 1207 เพื่อรายงานข้อมูล

 

ย้ำเตือน: โอกาสในการลงทุนมีอยู่เสมอ แต่โอกาสที่จะทำกำไรมหาศาลโดยไม่มีความเสี่ยงนั้น ไม่มีจริง โปรดตรวจสอบให้มั่นใจก่อนโอนเงินทุกครั้ง

ที่มา: เฟซบุ๊กตำรวจไซเบอร์


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar