เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศ เช่น กำลังซื้อของประชาชนและภาระหนี้ครัวเรือน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวประมาณ 2.3% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคการท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และการบริโภคภายในประเทศ ส่วนภาคการส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มดีขึ้น
ในด้านเสถียรภาพทางการเงิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ยประมาณ 0.5% ซึ่งสะท้อนว่าความกดดันด้านราคาสินค้าเริ่มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ภาคครัวเรือนยังต้องเผชิญกับต้นทุนการดำรงชีพและภาระหนี้สินที่สูงขึ้น ทำให้การฟื้นตัวของกำลังซื้อเป็นไปอย่างจำกัด
ภาครัฐได้วางแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบ “สมดุลและยั่งยืน” โดยมุ่งส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต เช่น พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ในระยะต่อไป การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจะต้องอาศัยทั้ง เสถียรภาพทางการเงิน การกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม และการลงทุนเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายและเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ที่มา : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ