ครั้งนี้ไม่ได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ แต่ขอให้มั่นใจ.. เรารบ "ฟ้าเคียงดิน" Air-Land Battle #Gripen ปฏิบัติการใช้อาวุธ #ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จาก --บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ กรณี: กองทัพอากาศไทยใช้ JAS39 Gripen ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกัมพูชาเป็นครั้งแรก
1. บริบทสถานการณ์
ในห้วงเดือนกรกฎาคม 2025 ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาได้ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “ภูมะเขือ” และบริเวณ “ปราสาทตาเมือนธม” ซึ่งฝ่ายกัมพูชาใช้เป็นฐานยิงจรวดและปืนใหญ่มายังฝั่งไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งในหมู่พลเรือนและทหารอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลไทยถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางในเรื่องการตอบโต้ที่ไม่เพียงพอ กองทัพอากาศไทย (ทอ.ไทย) ได้เปิดฉาก ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเชิงรุกแบบบูรณาการ (Integrated Air Strike) โดยใช้เครื่องบินรบ JAS-39 Gripen จากสวีเดน และ F-16A/B จากสหรัฐฯ เข้าทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาอย่างแม่นยำ [1]
2. นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
2.1 Airpower as Strategic Deterrence
การใช้กำลังทางอากาศในลักษณะนี้สะท้อนแนวคิด “Deterrence by Punishment” ที่เสนอโดย Glenn Snyder ซึ่งเชื่อว่าการโจมตีตอบโต้ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงจะยับยั้งไม่ให้คู่ขัดแย้งกระทำการในลักษณะเดิมอีก [2] นี่จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าการโจมตีฝั่งไทยจะต้องแลกกับต้นทุนทางทหารที่สูงลิ่ว
2.2 First Combat-Proven Gripen – Turning Point in Air Doctrine
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การใช้งานที่ JAS-39 Gripen ได้เข้าสู่สถานการณ์ “combat-proven” โดยตรงในปฏิบัติการรบจริง (ไม่ใช่เพียงการลาดตระเวน เช่นในภารกิจ NATO เหนือน่านฟ้าลิเบีย ปี 2011)[3] ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องบินแบบ “defensive deterrent” สู่การเป็น “force projection asset”
2.3 Joint Air Operations Doctrine
การนำ Gripen และ F-16A/B เข้าสู่ปฏิบัติการโจมตีร่วมกันเป็นไปตามหลักแนวคิด “Joint Air Operations” ที่เน้นความสามารถในการบูรณาการกำลังทางอากาศต่างแบบ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายลึก (deep strike) และจำกัดขีดความสามารถของข้าศึก (enemy force degradation) [4]
3. การประยุกต์หลักทฤษฎีอำนาจทางอากาศ
• Giulio Douhet เคยกล่าวไว้ว่า “อำนาจทางอากาศสามารถใช้ข่มขู่ ขัดขวาง และทำลายขวัญข้าศึกได้โดยไม่ต้องยึดดินแดน” ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะการโจมตีของ Gripen ที่มุ่งใช้ความเร็ว ความแม่นยำ และเทคโนโลยีเหนือกว่าเพื่อสร้างผลเชิงจิตวิทยาและยุทธศาสตร์โดยไม่จำเป็นต้องยึดพื้นที่ [5]
• John Warden’s Five Rings Theory ยังสามารถใช้ในการวิเคราะห์โครงสร้างเป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ โดยหากเป้าหมายของการโจมตีมุ่งเน้นการตัดกำลังควบคุมและศูนย์บัญชาการของกัมพูชา ก็จะจัดอยู่ใน “Ring 1–Leadership & System Essentials” ซึ่งเป็นเป้าหมายชั้นในที่มีผลกระทบต่อขีดความสามารถรวมของฝ่ายตรงข้ามมากที่สุด [6]
4. ผลกระทบและข้อพิจารณาต่อภูมิรัฐศาสตร์
• การใช้กำลังรบทางอากาศต่อประเทศเพื่อนบ้านย่อมส่งแรงสะเทือนต่อระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อไทยเลือกใช้เครื่องบินรบจากแหล่งพันธมิตรตะวันตก ทั้ง Gripen และ F-16 ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็นการแสดงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ด้านพันธมิตร (alignment) ที่ชัดเจนขึ้น
• ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองตาม มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter)[7]
5. ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์
• เสริมสร้าง C4ISR (Command, Control, Communications, Computers, Intelligence, Surveillance and Reconnaissance) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมาย และลดความเสี่ยงในการโจมตีผิดเป้า
• พัฒนา Joint Targeting Doctrine ให้รองรับการปฏิบัติการผสม Gripen–F-16 อย่างมีประสิทธิภาพ
• ยกระดับ Soft Power ควบคู่ Hard Power ผ่านการชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศถึงความชอบธรรมของการใช้กำลังภายใต้สิทธิป้องกันตนเอง
เรียบเรียงและวิเคราะห์โดย น.อ.รัตนสุทธิ สุทธิแย้ม ผ่านเพจ : นภาธิปัตย์
References:
[1] Defence Security Asia. Thailand Confirms First-Ever JAS39 Gripen Combat Strike on Cambodian Forces. 2025. https://defencesecurityasia.com/.../thailand-gripen...
[2] Snyder, Glenn. Deterrence and Defense: Toward a Theory of National Security. Princeton University Press, 1961.
[3] IISS. The Military Balance 2012. International Institute for Strategic Studies (IISS), p. 120.
[4] U.S. Joint Publication JP 3-30. Joint Air Operations, 2019.
[5] Douhet, Giulio. The Command of the Air. Office of Air Force History, 1983.
[6] Warden, John A. III. The Enemy as a System, Airpower Journal, Spring 1995.
[7] United Nations. Charter of the United Nations, Article 51.
ภาพโดย : Ai Generate by RTAF