การทำเกษตรยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงแค่การผลิตเพื่อขายให้ได้มากที่สุด แต่หมายถึง การผลิตที่อยู่ได้จริง พอเพียง และยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา ได้เผยแพร่ไว้ในเอกสาร “การผลิตพืชตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อนำพาเกษตรกรไทยสู่ความมั่นคง
ตามเอกสารฯ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่แค่การปลูกพืชเพื่อพอกิน แต่ต้อง “พอมี พอกิน และพอใช้” มีรายได้ที่มั่นคง สามารถสร้างโรงเรียน เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี จุดเน้นคือทำทุกอย่างด้วย เหตุและผล มีความรู้ รอบคอบ และซื่อสัตย์สุจริต
สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 ระบุปัญหาที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญ เช่น
ราคาพืชผลตกต่ำ
ต้นทุนสูง
พึ่งพาสารเคมีมากเกินไป
ปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
แรงกดดันจากการค้าเสรีและสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรไทยเสี่ยงต่อความไม่มั่นคง หากไม่ปรับตัว
กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาแนวทาง 4 เสาหลัก เพื่อการผลิตพืชอย่างพอเพียง ได้แก่:
หัวใจพอเพียง – ความเชื่อมั่น ศรัทธา และตั้งใจทำตามแนวปรัชญาพอเพียง
9 พืชผสมผสาน – ปลูกพืชหลากหลาย เช่น พืชอาหาร พืชสมุนไพร พืชใช้สอย เพื่อพอกิน พอใช้ และเหลือขาย
ภูมิปัญญาภิวัตน์พอเพียง – ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่
ดำรงชีพพอเพียง – ใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ รู้จักวางแผนการเงิน และสร้างความสมดุลในทุกมิติ
แนวทางของสำนักฯ ยังเน้นการลดต้นทุน เช่น
ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง
ใช้พันธุ์พืชทนโรค
แปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่า เช่น การทำผลิตภัณฑ์จากพืชเพื่อเพิ่มราคาจำหน่าย
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้ แม้ราคาพืชผลจะผันผวน
การผลิตพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ยังส่งเสริมการรวมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบ เวทีวิจัยสัญจร ที่สำนักฯ จัดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เช่น การสาธิตการปลูกพืชผสมผสาน หรือการแปรรูปผลิตผล ซึ่งทำให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน