ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ความผันผวนของราคา และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง การเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ รายได้เกษตรกรไม่เพียงพอ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่ตลาดโลกแข่งขันกันอย่างดุเดือด การปรับตัวตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นทางออกที่สำคัญในการทำให้เกษตรกรไทยอยู่รอดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้หมายถึงการทำการเกษตรแบบเล็ก ๆ จนไม่มีทางเติบโต แต่คือการสร้างสมดุลระหว่าง พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน โดยไม่หยุดพัฒนา และต้องอาศัยทั้ง ความรู้และคุณธรรม เป็นแกนหลัก
การผลิตพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้เพียงมุ่งหวังรายได้ แต่ต้องให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ เช่น การปลูกพืชหลากหลาย หรือ 9 พืชผสมผสาน ที่ครอบคลุมทั้งพืชอาหาร พืชสมุนไพร พืชพลังงาน ตลอดจนพืชเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรมีทั้งอาหาร บรรเทาค่าใช้จ่าย และยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายส่วนเกิน
การทำการเกษตรตามแนวพอเพียงต้องอาศัย 4 เสาหลัก ได้แก่
หัวใจพอเพียง คือ ความเชื่อมั่น ศรัทธา และตั้งมั่นที่จะดำเนินชีวิตตามแนวทางที่ถูกต้อง
9 พืชผสมผสาน คือ การปลูกพืชหลายชนิด เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคง
ภูมิปัญญาภิวัตน์พอเพียง คือ การผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเหมาะสม
การดำรงชีพพอเพียง คือ การใช้ชีวิตอย่างสมดุล พอประมาณ และรู้จักพึ่งพาตนเอง
เกษตรกรตามแนวพอเพียงไม่ได้เน้นการผลิตให้มากสุด แต่เน้น คุณภาพ และลดต้นทุน เช่น ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี ผลิตปุ๋ยหรือสารชีวภัณฑ์ใช้เอง ลดการพึ่งพาตลาดภายนอก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูป บรรจุภัณฑ์ หรือสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้าของตนเอง
เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น ความจำเป็น เพราะช่วยให้เกษตรกรไทยอยู่รอด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นำมาซึ่งชีวิตที่มั่นคง มีความสุข และยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม