การหลอกลวงไปอุ้มบุญต่างประเทศ : ความเสี่ยงที่ควรระวัง

ในยุคที่เทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การมีบุตรกลายเป็นความฝันของหลายครอบครัว แต่สำหรับบางครอบครัวที่ประสบปัญหาด้านการมีบุตร การอุ้มบุญหรือการหาผู้อุ้มบุญ (Surrogacy) อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกพิจารณา อย่างไรก็ตาม การอุ้มบุญในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย และมีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ หากไม่ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ

การอุ้มบุญคืออะไร ?

การอุ้มบุญคือกระบวนการที่หญิงคนหนึ่งยินยอมตั้งครรภ์และคลอดบุตรให้กับคู่สมรสหรือบุคคลอื่นที่ต้องการมีบุตร แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง กระบวนการนี้มักเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) โดยที่ไข่และอสุจิอาจมาจากคู่สมรสหรือผู้บริจาคก็ได้

ทำไมคนจึงเลือกไปอุ้มบุญต่างประเทศ?

หลายประเทศมีกฎหมายที่เข้มงวดหรือห้ามการอุ้มบุญโดยสิ้นเชิง ทำให้คู่สมรสหรือบุคคลที่ต้องการมีบุตรต้องมองหาตัวเลือกในต่างประเทศที่กฎหมายเอื้ออำนวยมากขึ้น เช่น อินเดีย ยูเครน รัสเซีย หรือสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปอุ้มบุญในต่างประเทศมีความเสี่ยงหลายประการ โดยเฉพาะการถูกหลอกลวง

รูปแบบการหลอกลวงในการอุ้มบุญต่างประเทศ

  1. การหลอกลวงโดยเอเจนซี่
    เอเจนซี่บางแห่งอาจโฆษณาชวนเชื่อด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้บริการ พวกเขาอาจให้ข้อมูลที่เกินจริงเกี่ยวกับความสำเร็จของกระบวนการ หรือปกปิดค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมในภายหลัง

  2. การไม่ปฏิบัติตามสัญญา
    บางกรณี เอเจนซี่หรือผู้อุ้มบุญอาจไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ เช่น ไม่ยอมมอบบุตรหลังคลอด หรือเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยไม่มีเหตุผล

  3. การหลอกลวงทางกฎหมาย
    กฎหมายเกี่ยวกับการอุ้มบุญแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ บางประเทศอาจไม่มีการคุ้มครองสิทธิ์ของพ่อแม่ที่ต้องการมีบุตรอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาด้านกฎหมายตามมา เช่น การไม่สามารถนำบุตรกลับประเทศได้

  4. การหลอกลวงทางออนไลน์
    ในยุคดิจิทัล การหลอกลวงทางออนไลน์เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย บางเว็บไซต์อาจสร้างข้อมูลปลอมเพื่อหลอกลวงให้ลูกค้าส่งเงินมัดจำหรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้า โดยไม่มีการให้บริการจริง

วิธีป้องกันการถูกหลอกลวง

  1. ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
    ก่อนตัดสินใจใช้บริการอุ้มบุญในต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเอเจนซี่ ผู้อุ้มบุญ และกฎหมายของประเทศนั้นๆ อย่างละเอียด

  2. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเอเจนซี่
    ควรเลือกเอเจนซี่ที่มีความน่าเชื่อถือ และมีรีวิวจากลูกค้าที่เคยใช้บริการจริง ควรตรวจสอบประวัติและใบอนุญาตของเอเจนซี่ให้แน่ใจ

  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
    การปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจะช่วยให้เข้าใจสิทธิ์และข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญในต่างประเทศ

  4. ทำสัญญาอย่างชัดเจน
    ควรทำสัญญากับเอเจนซี่และผู้อุ้มบุญอย่างชัดเจน โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย กระบวนการ และเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วน

  5. เตรียมพร้อมด้านจิตใจ
    การอุ้มบุญเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีความเสี่ยง ดังนั้นควรเตรียมพร้อมทั้งด้านจิตใจและทางการเงินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

กฎหมายอุ้มบุญในประเทศไทย

ประเทศไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการอุ้มบุญจากต่างประเทศ แต่หลังจากเกิดปัญหาด้านจริยธรรมและกฎหมาย รัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น โดยปัจจุบัน พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

  1. ห้ามการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์
    การอุ้มบุญในประเทศไทยต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางมนุษยธรรมเท่านั้น ห้ามมีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ให้กับผู้อุ้มบุญ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการตั้งครรภ์และคลอดบุตร

  2. ผู้อุ้มบุญต้องเป็นญาติทางสายเลือด
    ผู้อุ้มบุญต้องเป็นญาติทางสายเลือดของคู่สมรสที่ต้องการมีบุตร เช่น พี่สาว น้องสาว หรือญาติใกล้ชิด ห้ามใช้ผู้อุ้มบุญที่ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้อง

  3. คู่สมรสต้องเป็นชายและหญิงที่ถูกต้องตามกฎหมาย
    คู่สมรสที่ต้องการมีบุตรผ่านการอุ้มบุญต้องเป็นชายและหญิงที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี

  4. ห้ามชาวต่างชาติใช้บริการอุ้มบุญในไทย
    กฎหมายไทยห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอุ้มบุญในประเทศไทย โดยกระบวนการอุ้มบุญจะอนุญาตเฉพาะคู่สมรสชาวไทยเท่านั้น


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar