ระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ หรือ Biological Treatment เป็นการใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
- การบำบัดขั้นต้น
- กำจัดของแข็งขนาดใหญ่ด้วยตะแกรงดักขยะ
- แยกไขมันและน้ำมันด้วยถังดักไขมัน
- ตกตะกอนของแข็งที่แขวนลอยในน้ำ
- การบำบัดขั้นที่สอง (บำบัดทางชีวภาพ)
- จุลินทรีย์จะย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย โดยใช้ออกซิเจนในการหายใจ
- มีการเติมอากาศเพื่อให้จุลินทรีย์ได้รับออกซิเจนเพียงพอ
- จุลินทรีย์จะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวน กลายเป็นตะกอนจุลินทรีย์
- การบำบัดขั้นสุดท้าย
- แยกตะกอนจุลินทรีย์ออกจากน้ำในถังตกตะกอน
- นำตะกอนบางส่วนกลับมาใช้ใหม่ในระบบ
- น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะมีคุณภาพดีขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ:
- อุณหภูมิ (เหมาะสมประมาณ 25-35°C)
- ค่า pH (เหมาะสมประมาณ 6.5-8.5)
- ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (ควรมากกว่า 2 mg/L)
- สารอาหารสำหรับจุลินทรีย์
- ระยะเวลาในการบำบัด
ข้อดีของระบบบำบัดแบบชีวภาพ:
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารอินทรีย์
- ค่าดำเนินการไม่สูงมาก
- ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด