"ที่สาธารณประโยชน์" หมายถึง ที่ดินที่ทางราชการได้จัดให้หรือสงวนไว้เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันตามสภาพแห่งพื้นที่นั้น หรือที่ดินที่ประชาชนได้ใช้หรือเคยใช้ประโยชน์ร่วมกันมาก่อนไม่ว่าปัจจุบันจะยังใช้อยู่หรือเลิกใช้แล้วก็ตาม เช่น ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ป่าช้าฝังและเผาศพ ห้วย หนอง ที่ชายตลิ่ง ทางหลวง ทะเลสาบเป็นต้น ตามกฎหมายถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ใดจะเข้ายึดถือครอบครองเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะตนนั้นไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามที่ระเบียบและกฎหมายกำหนดไว้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดและได้รับโทษตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่นที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ
พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้บุคคลได้ใช้ประโยชน์ในที่สาธารณะเพื่อประโยชน์แห่งตนได้ ก็เฉพาะกรณีที่มีระเบียบและกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะเท่านั้นเช่น การอนุญาตขุดดินลูกรังหรือการอนุญาตดูดทราย เป็นต้น
"ที่ดินสาธารณะประโยชน์" จะเกิดขึ้นได้ใน 4 กรณี
1. เกิดขึ้นโดยการสงวนหวงห้ามตามกฎหมาย จะแบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา คือ
2. เกิดขึ้นโดยการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการสงวนหวงห้ามตามกฎหมาย แต่ที่ดินนั้นใช้เป็นที่สาธารณประโยชน์ได้ ในการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น มีที่ว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดมีสิทธิครอบครอง ปรากฏว่ามีประชาชนเอาสัตว์เลี้ยง วัว ควาย เข้าไปเลี้ยง จนเป็นที่รู้กันของทุกคนว่า เป็นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้าน ที่ดินนั้นจะกลายเป็นที่เลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์ โดยสภาพของการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน เป็นต้น
3. เกิดขึ้นเองโดยสภาพธรรมชาติ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง บาง พรุ ซึ่งแต่ละพื้นที่จะเรียกแตกต่างกันไป
4. เกิดขึ้นโดยการยกให้ มี 2 กรณี
การรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้ถูกต้อง ตามสภาพและขอบเขตที่แท้จริงตรงตามวัตถุประสงค์ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนในท้องที่ ช่วยให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกต่อการรังวัด ได้แก่
เมื่อเป็นที่สาธารณประโยชน์จะมีผล ดังนี้
1. ห้ามโอน ที่สาธารณประโยชน์จะโอนให้แก่กันไม่ได้ เว้นแต่จะออกเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น
2. ห้ามยกอายุความขึ้นต่อสู้กับรัฐ ผู้ที่เข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินสาธารณประโยชน์ จะอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองเกิน 10 ปี เหมือนอย่างที่ดินทั่ว ๆ ไป ไม่ได้
3. ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี ที่ดินสาธารณประโยชน์จะยึดเพื่อขายทอดตลาดตลาดไม่ได้
4. เมื่อเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์แล้ว จะเป็นตลอดไป จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพ เช่น ที่ดินลำรางสาธารณประโยชน์ ต่อมาปรากฏว่าลำรางตื้นเขิน ไม่มีสภาพเป็นลำราง ที่ดินบริเวณลำรางนั้น ก็ยังคงถือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ ผู้ใดจะเข้าไปครอบครองไม่ได้
ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีกรมการปกครองร่วมกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจดูแลตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2551)
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยบัญญัติโทษที่จะลงแก่ผู้บุกรุกที่ดินของรัฐไว้ในมาตรา 108 และมาตรา 108 ทวิ
ที่มา : กรมที่ดิน, สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน