กลับมาอีกครั้งความงดงามตระการตา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ สานต่อโขนมรดกของชาติ

กลับมาอีกครั้งความงดงามตระการตา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ สานต่อโขนมรดกของชาติ

       ขอนำภาพบรรยากาศเมื่อค่ำคืนของวันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรการแสดงโขนรอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอนพระจักราวตาร ณ หอประชุมใหญ่  ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยชวาง กรุงเทพมหานคร

           

ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ นับเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกวาระหนึ่ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพันปีหลวง จัดแสดงโขนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยหลากหลายแขนงในการแสดงโขน และเพื่อเฉลิมฉลอง 2 โอกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทย ได้แก่ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคล  เฉลิมพระชนมพรรษา 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

 

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้ โดยได้คัดเลือกการแสดงโขน
เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” โดยอิงจากบทละครพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) เนื้อเรื่องมาจากวรรณคดีของอินเดียเรื่อง รามายณะ อันเป็นวรรณคดีที่สำคัญและมีมานานกว่า ๒๐๐๐ ปีมาแล้ว  ไทยเรานำมาเล่นเป็นหนังและโขนตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยกรุงธนบุรี ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง รามเกียรติ์ เป็นกลอนบทละครไว้ด้วยเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเกรงว่า เรื่อง รามเกียรติ์ จะสูญหายไปเสีย และมีพระราชประสงค์ที่จะฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมของชาติให้จำเริญ มั่นคงสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กวีประจำราชสำนัก ร่วมกันแต่งบทละครเรื่อง "รามเกียรติ์"  เมื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยแล้ว จึงให้ตราเป็นบทละครไว้สำหรับพระนคร และต่อมาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์       ได้มีการเขียนจิตรกรรมเรื่อง “รามเกียรติ์” ไว้รอบพระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง จวบจนปัจจุบัน ได้รับการสืบสานต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าสู่คนรุ่นใหม่ด้วยการสร้างสรรค์ จิตรกรรมฝาผนังรามเกียรติ์ ให้โลดแล่น เหมือนมีชีวิต

            สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ  พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้สานต่อพระราชปณิธานของ พระมหาบูรพกษัตริย์ อันได้แก่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลหมหาราช (รัชกาลที่ ๑)  ในการทรงฟื้นฟู ทรงอนุรักษ์  ทรงส่งเสริม และสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่ อีกนานเท่านาน นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นดังหลักยึดเหนียวศิลปะอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมิให้สูญหายไปตามกาลเวลา
       ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ  ได้ดำเนินงานตามกระบวนการทุกขั้นตอนอย่างละเอียดพิถีพิถันและถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนที่มีความสนใจทราบทุกรายละเอียดการฝึกซ้อมของนักแสดง นักดนตรี ที่ทุ่มเทการฝึกซ้อมอย่างหนัก และช่างฝีมือด้านต่าง ๆ ทัก ทอ และร้อยเรียงให้เกิดความวิจิตรงดงาม เพื่อมอบให้กับผู้ชมโขน
  
ภาพบรรยากาศเยาวชนให้ความสนใจร่วมสมัครคัดเลือกเป็นผู้แสดงในโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี ๒๕๖๗ โขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เรื่องรามเกิยรติ์ ตอน พระจักราวตาร ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๗      
                                    
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร” ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย โดยมี ท่านผู้หญิง จรุงจิตต์ ทีขะระ รองประธานกรรมการอำนวยการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี กล่าวถึง พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ “โขน” นาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย และความเป็นมาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร” พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึง การสนับสนุนการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และความสำคัญของการเผยแพร่ศิลปะการแสดง “โขน” มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นางนิภา โสภาสัมฤทธิ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ นายประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ประพันธ์บทโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร” นายสุดสาคร ชายเสม (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ออกแบบฉากและอุปกรณ์ประกอบฉากประกอบการแสดง และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “พระจักราวตาร” ร่วมแถลงข่าว มีโชว์พิเศษเป็นตัวอย่างการแสดงให้ผู้ร่วมงานได้ชม  การแสดงบนเวที ชุด “กฤษฎาภินิหารพระรามา (ปราบกากนาสูร)” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

 
เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ โดยมีพันโทสมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี ณ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่ออำนวยพรให้ การจัดสร้างฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ  ตอน “พระจักราวตาร” เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
        อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ศิลปินแห่งชาติ ผู้ประพันธุ์บท ได้เล่าให้ฟังว่า ที่คัดเลือกตอน” พระจักราวตาร” คำว่า พระจักรา หมายถึง พระนารายณ์ ซึ่งเกี่ยวพันกับพระราขวงศ์จักรี  เป็นตอนที่แสดงกฤษฎาภินิหารของพระจักรา หรือ พระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเป็นพระราม โอรสของท้าวทศรถ กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยาเพื่อปราบฝ่ายอธรรมเปรียบประดุจพระราชวงศ์จักรี ที่ผดุงความสุขความสงบให้กับพสกนิกรไทยตลอดมา พระจักราวตาร จับตอนตั้งแต่พระอินทร์และเหล่าเทพนิกรพากันไปอัญเชิญพระนารายณ์ขณะที่ประทับอยู่บนบัลลังก์อนันตนาคราชพร้อมพระลักษมีพระชายา ให้เสด็จลงมาปราบยุคเข็ญ พระนารายณ์   จุติลงมาเป็นพระรามและพระลักษมีลงมาเป็นนางสีดา ปฐมเหตุแห่งการต่อสู้ปราบอธรรมคือทศกัณฐ์ และพระญาติวงศ์ จากนั้นดำเนินเรื่องเป็นลำดับตั้งแต่ทศกัณฐ์สั่งให้มารีศแปลงกายเป็นกวางทองเข้าไปล่อลวงพระรามให้ตามกวางแล้วลักพาตัวนางสีดาขึ้นราชรถเหาะไปยังกรุงลงกา เป็นเหตุให้เกิดสงครามระหว่าง กองทัพพระรามและทศกัณฐ์

“ สร้างบทอ้างอิงบทละครเรื่อง”รามเกียรติ์” พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่  1) โดยเรียบเรียงให้อยู่ในกรอบระยะเวลาการแสดง 2 ชั่วโมง  คัดเลือกตอนที่เกี่ยวเนื่องกับพระราม เปิดฉากแรกพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ พระอินทร์และขบวนเทวดามาทูลเชิญให้เป็นพระราม ฉากนี้จะสวยมาก ฉากสองเป็นกฤษฎาภินิหารพระราม หรือปราบกากนาสูร พระรามสามารถกำราบอธรรมได้แม้ในวัยเด็ก จากนั้นตัดต่อเรื่องให้สนุกสนาน  และผูกเรื่องให้มีปม ตอนที่นางสำมนักขาถูก พระลักษณ์ตัดมือ เท้า จมูก ลงโทษ จึงไปฟ้องทศกัณฐ์  ยุยงก่อให้เกิดศึกสงคราม เรื่องดำเนินไปทศกัณฐ์ ใช้มารีศแปลงกายเป็นกวางทอง นางสีดาอยากได้อ้อนวอนให้พระรามไปจับ ฉากนี้ใช้เทคนิคพิเศษแปลงเป็นกวางทองจุดต่างๆ เป็นการพัฒนารูปแบบการแสดง ทศกัณฐ์แปลงเป็นสุธรรมฤาษี ศรีษะฤาษีอ้างอิงจากศิลปวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ที่แสดงในพิพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร แต่แต่งกายตามรูปแบบกรมมหรสพรัชกาลที่ 6 มาหลอกนางสีดา นางสีดาไม่เชื่อ ทศกัณฐ์โกรธ จึงลักนางสีดาไปกรุงลงกา ระหว่างทางนกสดายุเห็นทศกัณฐ์ลักพานางสีดาจึงเข้าไปขัดขวางและต่อสู้กัน นกสดายุแพ้ ต่อจากนั้น พระราม พระลักษมณ์ เสด็จออกติดตามนางด้วยความห่วงใย จนได้พบกับหนุมาน และ สุครีพ  สุครีพ เกณฑ์ไพร่พลลิงมาช่วย             พระรามรบ และพิเภก น้องของทศกัณฐ์ มาช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการทำสงครามแก่พระรามอยู่เสมอ ทำให้ทศกัณฐ์พ่ายแพ้ เข้าสู่ฉากเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่แต่งบทตอนนี้เหมือนข้าราชบริพารในกรุงอโยธยา ร้องรำฉลอง มีเทวดานางฟ้าร่วม จบด้วยความเป็นมงคล ทุกปีครูทัศนีย์ ขุนทอง บรรจุเพลงโบราณ ไม่เคยแสดงที่ไหนนำมาใช้  คณะกรรมการตั้งใจทำงานสุดความสามารถเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อโขน”
  
                        สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในทุก ๆ ปี ผู้ชมได้รับความตื่นเต้น แทรกความสนุกสนานบันเทิง เสริมด้วยอารมณ์ขัน  ทั้งยังให้คติธรรมที่ว่า ธรรมย่อมชนะอธรรม และยกย่องความซื่อสัตย์ ความกตัญญู และเป็นการสร้างทายาทโขนโดยเปิดโอกาสให้เยาวชนนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีใจรัก ในการแสดงโขน ผ่านการคัดเลือกได้ร่วมแสดง เพื่อฝึกทักษะและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีตแล้ว ได้มีโอกาสฝึกฝีมือเป็นหนึ่ง ในนักแสดงสุดยิ่งใหญ่แห่งปี  รวม ๕00 กว่าชีวิต ผู้ชมจะได้ชมท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ผสมท่ารำเดิมที่ทรงคุณค่า รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีต และพบกับความพิเศษสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา เติมเต็มนาฏศิลป์ให้มีชีวิต อีกความพิเศษปีนี้ที่เป็นไปตามการเรียกร้องของผู้ชมจะเน้นกระบวนลิง ฉากถวายพลมีพลลิงจากทุกสารทิศบนเวทีต่าง ๆ เทคนิคพิเศษต่าง ๆ ทำให้ทุกคนต้องร้องว๊าว.....กันเลย
ทั้งนี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “พระจักราวตาร” เปิดให้ชมได้ตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จำหน่ายบัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) จำหน่ายบัตรที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา                                     โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com

  

 

     

 

 

 

 

 

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar