วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือวัดภูพร้าว หรืออีกชื่อที่นิยมคือวัดเรืองแสง ตั้งอยู่ในตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สร้างโดยพระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ เดินทางจากประเทศลาว มาพักปักกลดที่ภูพร้าว และสร้างวัด ให้ชื่อว่า "วัดภูพร้าว" ต่อมาราว พ.ศ.2516–2517 พระอาจารย์บุญมากได้เดินทางกลับไปยังวัดภูมะโรง เมืองจำปาสัก เนื่องจากเกิดความไม่สงบทางการเมืองในประเทศลาว วัดภูพร้าวจึงถูกปล่อยร้างเรื่อยมา จนกระทั่งปี พ.ศ.2535 อำเภอสิรินธรได้แยกตัวออกจากอำเภอพิบูลมังสาหาร จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น "วัดสิรินธรวราราม" ตามชื่ออำเภอ จน พ.ศ. 2542 พระครูกมลภาวนากร (สีทน กมโล) เจ้าอาวาสและผู้บูรณะพัฒนาวัดภูหล่น ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับอาราธนานิมนต์มาบูรณะวัดภูพร้าว จนได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2545 ในนาม "วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว" มีเนื้อที่วัดทั้งหมด 15 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2547
จุดเด่น คือ พระอุโบสถเรืองแสง เป็นพระอุโบสถที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม ด้านหลังพระอุโบสถมีจิตรกรรมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงในเวลาพลบค่ำ ต้นกัลปพฤกษ์จะเรืองแสงโดดเด่นสะดุดตา และด้วยวัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขา จึงกลายเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทัศนียภาพอ่างเก็บน้ำและจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาชมและถ่ายภาพ คือ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. และ 19.30 น. หากถ้าเราโชคดีจะได้พบกับดวงดาวรายล้อมไปกับอุโบสถเรืองแสงเพิ่มความงดงามตื่นตาใจ หากจะเพิ่มความสวยงามขึ้นไปอีกแนะนำให้ไปในคืนเดือนมืด เพราะหากยิ่งมืดเราก็จะสามารถเห็นการเรืองแสงของต้นกัลปพฤกและดวงดาวได้ขัดเจนมากขึ้น แต่ภาพเรืองแสงนี้หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงเล็กน้อย จะไม่เห็นเป็นสีเขียวชัดเจนเท่ากับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพ