ตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ : วังปารุสกวัน

“วังปารุสกวัน” หรือ “พระตำหนักสวนปารุสกวัน” เป็นวังเก่าแก่อายุมากกว่า 70 ปี ถูกออกแบบสถาปัตยกรรมแบบโรแมนติก เดิมเป็นอาคาร 2 ชั้น ต่อมาต่อเติมเป็นอาคาร 3 ชั้น การใช้สอยแต่เดิมชั้นล่างเป็นห้องโถงใหญ่ ใช้เป็นท้องพระโรง มีห้องรับแขก ห้องเสวย และห้องชุดสำหรับรับรองแขก มีเฉลียงใหญ่สำหรับเป็นที่ประทับพักผ่อน ชั้น 2 และ 3 เป็นที่ประทับ

เดิมเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธและได้พระราชทานให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คราเสร็จนิวัติพระนคร เมื่อ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2440 หลังการเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปครั้งแรก พระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าบริเวณระหว่างคลองสามเสนกับคลองผดุงกรุงเกษมเป็นสถานที่ที่มีอากาศดีเพราะเป็นทุ่งและสวน และมีพระราชประสงค์จะสร้างเป็นพระราชอุทยานแบบพระราชวังในยุโรป จึงทรงซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และพระชาทานนามว่า สวนดุสิต ได้เริ่มลงมือปรับพื้นที่ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2441 และเสด็จเถลิงพลับพลาครั้งแรกเมื่อ 1 มีนาคม พ.ศ. 2442 พระราชประสงค์เดิม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จะโปรดให้สร้างพระราชวังใหม่ในที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดราชบูรณะ ค่อนมาทางถนนจักรเพชรแต่ด้วยพระราชวิเทโศบายที่จะขยายเขตเมืองประกอบกับทรงโปรดที่จะเสด็จออกมาประทับ ณ พระราชวัง สวนดุสิตเป็นประจำ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้มาสร้างพระราชวังในเขตดุสิตแทนที่เดิม ได้แก่ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระตำหนักสวนกุหลาบ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระที่นั่งนงคราญสโมสร และวังปารุสกวัน เป็นต้น วังปารุสกวัน

เมื่อ พ.ศ. 2446 (ร.ศ. 122) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตย์นิมานกร เจ้ากรมโยธาธิการ ดำเนินการก่อสร้างพระตำหนักขึ้น 2 หลัง ในเขตวังปารุสกวัน เพื่อเตรียมไว้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ ในคราวเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศรัสเซีย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ได้ทรงประทับอยู่ที่วังปารุสกวัน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานให้อยู่ชั่วคราวส่วนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งในขณะนั้นดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงประทับอยู่พระตำหนักจิตรลดา (เก่า) ซึ่งอยู่ติดวังปารุสวัน พระตำหนักสวนจิตรลดา และพระตำหนักสวนปารุสกวัน สร้างโดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก นายเปโรเลวี (BEYROLEYVI) สถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

ที่มาของชื่อวัง “ปารุสกวัน”

บางแห่งกล่าวว่า “วังปารุสกวัน” แปลว่าสวนมะปรางค์ แต่มีในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ซึ่งเป็นที่ประทับของท้าวสักกะเทวราชหรือพระอินทร์ ในสวรรค์ชั้นนี้มีสวนที่สวยงาม 4 แห่ง มีชื่อว่า สวนนันทวัน จิตรลดา มิสกวัน และปารุสกวัน ถ้าพิจารณาถึงนามพระที่นั่งอัมพรสถาน พระที่นั่งต่างๆและพระราชอุทยานในเขตพระราชวังพระที่นั่งและพระราชอุทยานสำหรับสวนมิสกวัน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวังปารุสกวันเดิมเป็นโรงโขนหลวง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 วังปารุสกวันหลังการเสด็จทิวงคต

  • ปี พ.ศ. 2463 – 2464 หลังจากที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2463 ณ ประเทศสิงคโปร์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้วังปารุสกวันเป็นที่รับรองแขกเมืองที่สำคัญๆ หลายครั้งรวมทั้งได้ซ่อมแซมวังปารุสกวัน เพื่อประกอบพิธีพระราชทานพระสุพรรณบัตร สถาปนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณขึ้นเป็นพระนางเธอลักษมีลาวัณ เมื่อปี พ.ศ. 2464 (พระนามเดิมหม่อมเจ้าหญิงวรรณพิมลวรวรรณ พระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงษ์)
  • ระหว่างปี พ.ศ. 2470 -2474 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าหยู่หัวรัชกาลที่ 7 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมพระตำหนักปรับปรุงสวนบริเวณวังปารุสกวัน และซื้อเครื่องเรือนรวมทั้งพรมที่ใช้ปูพระตำหนักทุกห้องจากต่างประเทศ เพื่อให้เป็นที่ประทับของดุ๊กเดอบรามังค์มกุฎราชกุมารเบลเยี่ยมและพระชายา และเป็นที่รับรอง ฯพณฯ ปอล เรโนด์ เสนาบดีว่าการเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
  • วังปารุสกวันหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 หลังจากที่คณะราษฎร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้ว ปรากฏว่าวังปารุสกวันได้ใช้เป็นสถานที่ราชการและที่พักของบุคคลสำคัญตลอดมา เช่น วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎร์ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้วังปารุสกวันเป็นสถานที่ทำการและที่พักโดยการปรับปรุงและดัดแปลงพระตำหนักทั้งสองหลัง ดังนี้ ตำหนักจิตรลดาใช้เป็นสถานที่อยู่ของคณะราษฎร์ 14 คน โดยจัดห้องนอนชั้นบน 9 เตียง ตำหนักปารุสกวัน ใช้เป็นที่อยู่ของพระยามโนปกรณ์นิตาดา (นามเดิม ก้อน หุตะสิงห์) ประธานคณะราษฎร์ กับเป็นที่จัดทำการและที่ประชุมของคณะราษฎร์ โดยชั้นบนจัดเป็นห้องนอน 2 ห้อง ชั้น 2 ด้านใต้ห้องนอนด้านตะวันออก จัดเป็นห้องนอนของประธานคณะราษฎร์ ถัดมาเป็นห้องประชุม ห้องรับแขก และห้องพัก ทางด้านเหนือ ห้องตะวันออกและห้องแต่งพระองค์ เป็นห้องทำงานของคณะราษฎร์ ห้องแต่งตัวและห้องอื่นๆ ต่อๆ ไปเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ชั้นล่างจัดเป็นห้องรับแขก ห้องพัก และห้องนอน ห้องเสวยเดิมเป็นห้องรับประทานอาหารของคณะราษฎร์ สำหรับเรือนบริเวณหลังพระตำหนักจัดให้คนใช้พัก 14 คน การจัดเตรียมสถานที่ในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบได้รื้อของใช้เดิมจากพระตำหนักทั้งสองไปเก็บรวมไว้ที่ท้องพระโรง และบนพระตำหนักวังสวนกุหลาบ และจัดหาของใหม่มาใช้แทน มีหลักฐานปรากฏว่าคณะผู้จัดเตรียมสถานที่ได้หาของทุกวัง “สวนกุหลาบ อัมพร โรงโขน วังหลวง” มาแทนส่วนที่รื้อออก และสำหรับที่รื้อออกได้เก็บไว้ที่ห้องแถวนอกกำแพงชั้นใน 16 ธันวาคม พ.ศ. 2481 ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้ประกาศในพระปรมาภไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ซึ่งพ้นจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้พำนักอยู่ในวังปารุสกวันสืบต่อไปจนตลอดชีพ ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติสำหรับรัฐบุรุษผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะของพระราชทานรัฐธรรมนูญ และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ พระยาพลหพลพยุหเสนา ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490
  • พ.ศ. 2490 - 2501 กรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ใช้วังปารุสกวันเป็นสถานที่ทำงานและเมื่อได้ส่งมอบสถานที่คืนแล้ว สำนักพระราชวังได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำคอยดูแลและได้ใช้เป็นที่รับแขกของรัฐบาลเป็นครั้งคราว ต่อมานายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ได้ทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตขอใช้พระตำหนักปารุสกวัน (ตึก 3 ชั้น) เป็นสถานที่พักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาประชุมรัฐสภา ให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นเกียรติแก่สมาชิก และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องที่พัก
  • พ.ศ. 2492 คณะกรรมการเศรษฐกิจเอเชียและตะวันออกไกล (ECAFE) ได้ขอใช้ตำหนักปารุสกวันเป็นที่ทำงานเมื่อ 18 มกราคม พ.ศ. 2492 สำนักพระราชวังได้นำความเรียนต่อคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะผู้สำเร็จราชการฯ ได้มีมติอนุญาตให้ใช้ได้ ต่อมา ECAFE ได้ขอดัดแปลงแก้ไขตึกพลเรือนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้พอ สำนักพระราชวังจึงได้มอบให้กรมศิลปากร ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมพิจารณา
  • พ.ศ. 2495 หน่วยงาน ECAFE ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ที่อื่น สภาเศรษฐกิจแห่งชาติได้เตรียมที่จะขอเข้ามาใช้สถานที่แทน หากแต่คณะรัฐมนตรีโดยการอนุมัติของ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้มอบพระตำหนักปารุสกวัน หรือที่เรียกว่า ตึกพลเรือน ให้กรมตำรวจใช้ในราชการ และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2475 อนึ่ง เมื่อ พ.ศ. 2492 และ พ.ศ. 2501 กองทัพบกได้ทำเรื่องขอสงวนที่ดินระหว่างคลองเม่งเส็ง กับเขตวังปารุสกวันเพื่อสร้างที่พักอาศัยให้นายทหารและเจ้าหน้าที่ต่างๆ พร้อมทั้งขอขยายรั้วบริเวณคลองเม่งเส็งเข้าไปในเขตวังปารุสกวัน แนวคลองเม่งเส็งที่ยังปรากฏให้เห็นจะมีแนวคลอง ผ่านเขตพระราชฐานสวนอัมพร เขตวิทยุกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กระทรวงศึกษาธิการ (วังจันทร์เกษม)ได้ทำถนนซีเมนต์เหนือคลอง หากไม่มีการถมคลองนี้จะไหลทะลุออกคลองผดุงกรุงเกษม วังปารุสกวันกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้รับมอบพระตำหนักปารุสกวัน (ตึกพลเรือน) และพื้นที่บริเวณ วังปารุสกวันส่วนหนึ่งจากกรมตำรวจ โดยการอนุมัติของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี สมัยนั้น เป็นสถานที่ทำงานเมื่อเริ่มก่อตั้งกรมประมวลราชการแผ่นดิน สังกัดทบวงคณะรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2497 การก่อสร้างอาคาร
  • ระหว่าง พ.ศ. 2499 - 2504 กรมประมวลข่าวกลางได้สร้างอาคาร 3 ชั้น และ 2 ชั้นในพื้นที่บริเวณวังปารุสกวันฝ่ายพลเรือน
  • พ.ศ. 2514 กรมประมวลข่าวกลาง ได้รับมอบพื้นที่ในส่วนที่เป็นหน่วยปฏิบัติงานกองกำกับการรักษาสถานที่ตำรวจนครบาลวังปารุสกวันด้านถนนพิษณุโลก จากกรมตำรวจเพื่อสร้างอาคาร ที่ทำงานเพิ่มเติม และในพื้นที่ดังกล่าวมีอาคารเรือนครัวฝรั่งและเขากระโจมที่ปลูกสร้างอยู่ติดมาด้วย
  • พ.ศ. 2518 กรมประมวลข่าวกลางได้ทำหนังสือถึงสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อขออนุญาตรื้อถอนอาคารเรือนครัวฝรั่งพร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงเรื่องปลูกสร้างอาคาร 2 ชั้น และอาคาร 4 ชั้น ในพื้นที่วังปารุสกวันส่วนที่ได้รับมอบจากกรมตำรวจ ซึ่งสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้แจ้งให้ทราบว่า วังปารุสกวันอยู่ในบัญชีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ได้รับมอบจากพระคลังข้างที่ แต่มอบให้อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง ที่ผ่านมากรมประมวลข่าวกลางเข้ามาอยู่ใน วังปารุสกวันโดยมิได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตมาก่อน ดังนั้น กรมประมวลข่าวกลางจึงได้ติดต่อขอให้สำนักพระราชวังเป็นผู้พิจารณาดำเนินการนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้กรมประมวลข่าวกลางได้ใช้ตำหนักปารุสกวัน (ตึกพลเรือน) และพื้นที่บริเวณที่ได้รับมอบจากกรมตำรวจเป็นสถานที่ทำงานอย่างถูกต้องตามระเบียบต่อไปพร้อมทั้งขออนุญาต รื้ออาคารโรงครัวฝรั่งด้วย ต่อมาสำนักพระราชวังได้มีหนังสือที่ พว.0001/2334 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 แจ้งว่าได้มีพระบรมราชานุญาตให้กรมประมวลข่าวกลางใช้อาคารตึกพลเรือนและรื้ออาคารเก่าหนึ่งหลัง (เรือนครัวฝรั่ง) ในบริเวณวังปารุสกวันได้

ปัจจุบัน

วังปารุสกวันบริเวณที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเข้าใช้ปฏิบัติงานนั้น อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังตามความในมาตรา 5 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินงานฝ่ายพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2491 แต่สำนักพระราชวังได้ส่งโฉนดให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์รักษาไว้ ส่วนสถานที่มิได้ส่งมอบเพราะถือว่าเป็นเครื่องอุปโภค ตามมาตรา 5 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติฯ ทั้งนี้โฉนดวังปารุสกวันหมายเลข 582 ซึ่งเดิมอยุ่ในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้โอนมาเป็นของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้มีหนังสือที่ ศธ. 0704/182 ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2529 แจ้งเรื่องโครงการอนุรักษ์โบราณสถานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและได้พิจารณาให้พระตำหนักปารุสกวัน ซึ่งสำนักข่าวกรองแห่งชาติใช้อยู่เป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบัญชีดังกล่าว สมควรจะได้รับการอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิม หากมีโครงการซ่อมแซมทั้งภายในและภายนอกตึกอาคารที่ทำการ รวมทั้งบริเวณให้แจ้งและปรึกษากรมศิลปากร ด้วยเหตุนี้เมื่อสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ตั้งงบประมาณผูกพัน 3 ปี (พ.ศ. 2533 – 2535) จำนวนเงิน ทั้งสิ้น 9,300,000 บาท เพื่อทำการบูรณะซ่อมแซมพระตำหนักปารุสกวัน จึงได้แจ้งเรื่องนี้ให้กรมศิลปากรทราบ และขอเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรมาเป็นผู้ควบคุมดูแลจนงานแล้วเสร็จ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรักษารูปแบบสีห้องในพระตำหนักให้เสมือนสมัยที่ยังเป็นที่ประทับของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ให้มากที่สุด พระตำหนักปารุสกวันได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ที่อยู่: วังปารุสกวัน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถ.ราชดำเนินนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

โทรศัพท์: 0-2282-5057

โทรสาร: 0-2282-5057

วันและเวลาทำการ: เปิดวันพุธ-อาทิตย์ 10.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์

ค่าเข้าชม: ไม่เก็บค่าเข้าชม

หากจะเดินทางโดย “รถไฟฟ้า BTS ทำได้ด้วยการลงที่ “สถานีพญาไท” และนั่งรถแท็กซี่ต่อไปทาง “วังเทวราชกุญชร” ประมาณ 58 นาที บน “ถ.ศรีอยุธยา” “วังปารุสกวัน” จะถึงก่อน “วังเทวราชกุญชร” อยู่ติดกับ 3 แยก “ถ.ศรีอยุธยา” และ “ถ.ราชดำเนินนอก”

ข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน


image รูปภาพ
วังปารุสกวัน

image วิดีโอ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar