รอยอกีตอ พระราชาผู้สถิตในดวงใจของพวกเรา
ศาสนาอิสลาม ได้เผยแพร่มาสู่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย โดยชาวมุสลิมที่มา เรือสินค้า จนถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีการส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรี กับประเทศอิหร่านหรือเปอร์เซีย ที่นับถือศาสนาอิสลามอีกหลายครั้ง ทำให้มีการเดินทางมาค้าขายและตั้งบ้านเรือนผสมผสานกับพี่น้องชาวไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ชาวไทยมุสลิมหลายท่าน มีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งฝ่ายพลเรือน และทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาอธิปไตยของชาติ ชาวมุสลิมได้ร่วมต่อสู้ป้องกันพระนคร ให้รอดพ้นจากการรุกรานของข้าศึกศัตรู และได้ร่วมเสียสละเลือดเนื้อเพี่อประเทศชาติด้วยจิตใจที่รักและหวงแหนชาติบ้านเมืองอย่างบริสุทธิ์และจริงใจ
ประเทศไทยไม่เคยปิดกั้นการนับถือศาสนาของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ไทย ทรงเป็นพุทธมามะกะ และในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาย้อนไปเมื่อปีพุทธศักราช 2536 เป็นระยะเวลา ๓๑ ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ บรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งมัสยิดดังกล่าว มีความคับแคบ ไม่สะดวกที่ชาวมุสลิมที่มาทำละหมาด จึงทรงให้มีการบูรณะปรับปรุงอาคารใหม่ และหลังจากนั้นก็ทรงมีกระแสพระราชดำริให้ก่อสร้างมัสยิดอีกหลายแห่งในหลายจังหวัด ซึ่งบางแห่งทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ในการก่อสร้าง และทรงให้แปลความหมายของพระคัมภีร์อัลกุรอาน จากภาษาอาหรับเป็นภาษาไทย และได้ให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ภปร. และอักษรพระนามาภิไธย สก. ไว้บทปกพระคัมภีร์อัลกุรอาน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับนายต่วน สวรรณศาสน์ อดีตจุฬาราชมนตรี แปลและขยายความพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานจากภาษาอาหรับเป็นภาษาไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ทรงดำเนินพระราชกรณียกิจต่างๆ อันเป็นประโยชน์โดยตรงแก่พสกนิกรของพระองค์ โดยไม่ทรงถือความแตกต่าง ในด้านศาสนา เชื้อชาติ และชาติพันธุ์แต่ประการใด พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัย ในศาสนาอิสลามและเข้าพระราชหฤทัยศาสนาอิสลามอย่างลึกซึ้ง แม้รูปแบบการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิมอาจแตกต่างจากพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นอยู่บ้าง พระองค์ทรงทราบความข้อนี้เป็นอย่างดี พระราชจริยวัตรที่งดงามที่ปฏิบัติต่อพสกนิกรชาวมุสลิมได้ถ่ายทอดผ่านมายังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
ครั้นถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับเป็นพระราชภาระและดำเนินรอยตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาตั้งแต่ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในการเสด็จพระราชดำเนินแทนทั้งสองพระองค์ทรงเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย และทรงถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งยังสานต่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการแปลพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน เป็นภาษาไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1440” ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๑
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของบุคลากรมุสลิมอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นองค์ประธานในการพระราชทานถ้วยรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่านระดับประเทศ การพระราชทานรางวัลแก่ ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่มีความประพฤติดีและมีผลงานดีเด่น เป็นประจำทุกปี การปฏิบัติพระราชกรณียกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพสกนิกรชาวไทยมุสลิมรวมถึงการพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอ่างเก็บ
................................................
สามารถกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงมีความผูกพันกับพสกนิกรชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะชาวมุสลิมในจังหวัดปัตตานีที่พระองค์ได้ปฏิบัติดังที่เคยให้ไว้ว่า “ยังไงเราก็ต้องมา” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก็เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดปัตตานีอย่างต่อเนื่องทุกปี นำมาซึ่งความปลื้มปีติให้ประชาชนชาวปัตตานีเป็นอย่างมาก




พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2566 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2565 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2565 พร้อมพระราชทานพระราชดำรัส ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
ภาพที่ติดตรึงตราประทับในจิตใจของชาวมุสลิมทั้งในประเทศและนานาประเทศ ที่ได้ประจักษ์คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยก ๒ พระหัตถ์ของพระองค์ขึ้นสวดวิวรณ์พระพุทธเจ้าร่วมกับชาวมุสลิมด้วย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๖
พระราชจริยวัตรที่ได้แสดงถึงความเข้าพระราชหฤทัยและใส่พระราชหฤทัยถึงวิถีชีวิตและประเพณีปฏิบัติของชาวมุสลิมที่พระองค์ได้ดำเนินรอยตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้อย่างงดงาม จนเป็นที่ประทับใจกับพสกนิกรชาวไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สมญานามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดขมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “รอยอกีตอ” พระราชาผู้สถิตอยู่ในดวงใจ ของพวกเรา
***************************************************