มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ๓ แห่ง
๑. เขื่อนขุนด่านปราการชล บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เขื่อนขุนด่านปราการชล ชื่อเดิมเรียกว่า เขื่อนคลองท่าด่าน สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อกักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ใช้หน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน และเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเขื่อนคลองท่าด่านว่า “เขื่อนขุนด่านปราการชล” พร้อมทั้งมี พระราชกระแสให้ติดป้ายโลหะจารึกประวัติของขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน ณ บริเวณเขื่อนเพื่อเชิดชูเกียรติคุณของท่าน โครงการก่อสร้างเขื่อนหัวงานและอาคารประกอบพร้อมส่วนประกอบอื่น มีขนาดความจุอ่างเก็บน้ำ ๒๒๔ ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ผิวอ่างฯ ที่ระดับเก็บกักปกติรวม ๓,๐๘๗ ไร่
๒. บ่อน้ำทิพย์ เมืองโบราณดงละคร ตั้งอยู่ในเมืองโบราณดงละคร ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๙ กิโลเมตร บ่อน้ำทิพย์ เป็นสถานที่สำคัญส่วนหนึ่งของเมืองโบราณดงละคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ่อ ก่อด้วยคอนกรีตลึกลงไปคล้ายบ่อบาดาล มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๔ เมตร บ่อน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่จุดที่เป็นบ่อน้ำทิพย์ เคยเป็นแนวแม่น้ำนครนายกสายเดิม ซึ่งเปลี่ยนทางเดินในภายหลัง ปัจจุบันอยู่ในแนวคูเมืองโบราณระหว่างคันดิน สูงประมาณ ๒๐ – ๓๐ เมตร ซึ่งเป็นแนวกำแพงเมืองชั้นนอกและชั้นใน และมีบ่อศิลาแลง สันนิษฐานว่าเป็นบ่อศิลาแลงที่นำไปสร้างกำแพงเมืองดงละคร และศาสนสถานต่างๆ ในสมัยนั้น
๓. บึงพระอาจารย์ ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เดิมตำบลพระอาจารย์มีบึงน้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก ในบึงจะมีน้ำตลอดปี และมีพระอาจารย์ ผู้มีวิชาความรู้ทางด้านไสยศาสตร์สามารถแปลงกายเป็นจระเข้ได้ วันหนึ่งพระอาจารย์และลูกศิษย์ได้เดินธุดงค์ไปพำนักที่สำนักสงฆ์บึงพระอาจารย์ ปัจจุบันคือ “วัดสุนทรพิชิตาราม” ต่อมาคณะสงฆ์ ได้เดินธุดงค์มาเรื่อยๆ จนพบบึงน้ำขนาดใหญ่ พระอาจารย์และลูกศิษย์ต้องการที่จะข้ามไปยังบึงชวดงูเห่า พระอาจารย์บอกกับลูกศิษย์ว่าตนจะทำพิธีแปลงกายเป็นจระเข้ เพื่อให้ลูกศิษย์เหยียบหลังจระเข้ เพื่อข้ามไปยังบึงชวดงูเห่า พระอาจารย์จึงแสดงปาฏิหาริย์แปลงกายเป็นจระเข้ตัวใหญ่ แต่ก่อนที่พระอาจารย์จะแปลงกาย ได้ทำน้ำมนต์ให้กับลูกศิษย์ไว้คอยราดหัวจระเข้ เพื่อให้กลับคืนร่างเป็นคนได้ และพระอาจารย์ได้แปลงร่างเป็นจระเข้ตัวใหญ่อยู่ในบึงน้ำ ลูกศิษย์เดินข้ามฝั่งไปจนเหลือเณรรูปสุดท้าย หลังจากเณรข้ามไปแล้ว จระเข้ใหญ่ก็ผงกหัวขึ้นเพื่อจะให้เณรเอาน้ำมนต์ที่เตรียมไว้ในบาตร ราดไปที่หัวจระเข้ เณรเกิดตกใจกลัวจึงทำขันน้ำมนต์หก ทำให้พระอาจารย์ไม่สามารถคืนกลับสู่ร่างเดิมได้ พระอาจารย์จึงแสดงปาฏิหาริย์ให้มีน้ำวนเกิดขึ้นในบึงนั้น ชาวบ้านจึงเรียกบึงน้ำนี้ว่า”บึงพระอาจารย์”และได้กลายมาเป็น”ตำบลพระอาจารย์”จนทุกวันนี้
สถานที่เสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์
พระอุโบสถวัดอุดมธานี อำเภอเมืองนครนายก