ผลเลือกตั้งที่ออกมายังสร้างความกังวลต่อนักลงทุน และส่งผลให้ตลาดหุ้นอินเดียดิ่งรูด หลังจากที่พบว่า โมดี ซึ่งรั้งอำนาจปกครองแดนภารตะมาตั้งแต่ปี 2014 จะต้องพึ่งพาเสียงจากพรรคเล็กอีกอย่างน้อย 3 พรรคในการบริหารขับเคลื่อนประเทศนับจากนี้
นักวิเคราะห์มองว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทิศทางการกำหนดนโยบายของอินเดียเริ่มไม่แน่ไม่นอน จากเดิมที่ โมดี เคยมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดมาตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
พรรค BJP เคยชนะศึกเลือกตั้งในปี 2014 และกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาพรรคเดียว ก่อนที่จะทำสำเร็จอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2019
โมดี เปิดแถลงข่าวหลังจากที่มีการเริ่มนับคะแนนว่า ชาวอินเดียได้มอบความไว้วางใจให้กลุ่มพันธมิตรของ BJP เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์
“คำอวยพรที่ได้รับจากประชาชนเป็นครั้งที่ 3 หลังจากบริหารประเทศมา 10 ปี ทำให้พวกเราทุกคนมีกำลังใจและกลับมามีพลังที่เข้มแข็งอีกครั้ง” โมดี กล่าวต่อบรรดาสมาชิกพรรค ณ ที่ทำการพรรค BJP ในกรุงนิวเดลี
“ฝ่ายตรงข้ามแม้จะผนึกกำลังกันเหนียวแน่นเพียงไร แต่ก็ไม่สามารถกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้เท่ากับ BJP”
โมดี ให้สัญญาว่า รัฐบาลเทอม 3 ของเขาจะทำงานหนักขึ้น และ “ตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ” ของประเทศ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์และกลาโหม พลังงานหมุนเวียน และภาคการเกษตร
จากผลการนับคะแนนเมื่อเวลา 16.15 GMT พบว่ากลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (National Democratic Alliance - NDA) ที่นำโดยพรรค BJP ได้ ส.ส. รวมกันประมาณ 290 ที่นั่ง จากทั้งหมด 543 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพรรค BJP เองได้จำนวน ส.ส. เพียง 240 ที่นั่ง ไม่ถึงเกณฑ์ 272 ที่นั่งที่จะเป็นเสียงข้างมากในสภาแบบพรรคเดียว
ก่อนหน้านี้ พรรค BJP เคยคว้าที่นั่ง ส.ส.ได้มากถึง 303 ที่นั่งในศึกเลือกตั้งปี 2019