ในฤดูร้อนเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่นิยมไปท่องเที่ยวทะเล แต่หากขาดความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมทางน้ำ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เพื่อความปลอดภัย ดังนี้
1. เลือกแหล่งท่องเที่ยวทะเลที่มีสภาพแวดล้อมในการประกอบกิจกรรมปลอดภัยทางน้ำ
2. เช็กสภาพอากาศของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล หากมีประกาศแจ้งเตือนคลื่นพายุลมแรง ฝนตกหนัก หรือทะเลมีคลื่นสูง ให้งดการเดินทางหรือเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยว
3. ศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการลงเล่นน้ำที่ปลอดภัย ทั้งระดับความลึกของน้ำ ความแรงของกระแสน้ำ คลื่นใต้น้ำ (Rip Current) หรือสำรวจสัตว์ทะเลที่มีพิษ ถ้าหากมีให้หลีกเลี่ยงในพื้นที่ดังกล่าว
4. เลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย และสวมเสื้อชูชีพขณะเล่นน้ำ ไม่เล่นบริเวณมีโขดหิน ที่มีป้ายหรือ ธงสัญลักษณ์เตือนอันตราย หลีกเลี่ยงเล่นน้ำในขณะหรือหลังที่ฝนตก เพราะทะเลจะมีคลื่นสูง
5. ไม่เล่นน้ำบริเวณที่มีเครื่องเล่นทางน้ำ อาทิ สกู๊ตเตอร์ เรือยาง เจ็ตสกี เพราะอาจได้รับอันตรายได้
6. หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำโดยลำพังหรือห่างไกลจากกลุ่มคน เพราจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน
7. ไม่ควรเล่นน้ำหลังรับประทานอาหารอิ่มทันที และไม่เล่นน้ำเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจเสี่ยงเป็นตะคริวหรือเกิดความอ่อนเพลีย ทำให้จมน้ำเสียชีวิตได้
8. ควรดูแลการเล่นน้ำของเด็กอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
วิธีป้องกันและช่วยเหลือเบื้องต้น
1. เมาเรือ เวียนศีรษะ
- อย่าปล่อยให้ท้องว่าง อาจมีความเข้าใจผิดว่าการรับประทานอาหารก่อนเดินทาง เป็นสาเหตุของการเมาเรือ แต่ในความเป็นจริง ยิ่งปล่อยให้ท้องว่าง จะยิ่งทำให้เมาเรือเร็วขึ้น ดังนั้นก่อนออกเดินทาง หากเป็นเวลาของมื้ออาหารก็ควรรับประทานอาหารตามปกติ เคี้ยวช้า ๆ และพักประมาณ 30 นาทีก่อนขึ้นเรือ
- เลือกนั่งบริเวณกลางลำเรือและมีอากาศถ่ายเท มองออกไปไกล ๆ หลีกเลี่ยงการจ้องมองคลื่น และไม่ก้มหน้าอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะยิ่งทำให้เมาเรือได้ง่ายขึ้น
- คนที่มีการอาการเมาเรือมาก อาจรับประทานยาแก้เมา 1 เม็ดประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนลงเรือ เพื่อให้ยาสามารถดูดซึม ช่วยลดความไวต่อสิ่งกระตุ้นของประสาทการทรงตัว
- พบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุการเมาเรือ หากพบว่าเกิดจากประสาทการทรงตัวเสื่อม จะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี
2. โดนพิษของสัตว์ทะเลที่มีอันตราย
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีสัตว์ทะเลมีพิษ หรือช่วงที่มีการประกาศว่ามีแมงกะพรุนไฟระบาด ทั้งนี้การหาข้อมูลก่อนเดินทางก็สามารถช่วยให้ทราบล่วงหน้าได้
- ไม่แตะตัวสัตว์ทะเล หรือใช้เท้าเขี่ย ไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่มีพิษก็ตาม
- หากโดนพิษของแมงกะพรุนไฟหรือปะการังไฟ ควรรีบขึ้นจากน้ำทะเลโดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจืดล้าง เพราะน้ำจืดจะช่วยกระตุ้นพิษให้พิษกระจายมากขึ้น อย่าใช้มือเปล่าหยิบออกเด็ดขาด ให้ใช้หาผ้าหรือไม้เขี่ยออก จากนั้นให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี ป้องกันแผลติดเชื้อ
- ถ้าถูกหนามของเม่นทะเล มักบ่งไม่ออกเนื่องจากหนามเปราะ ให้ใช้ของแข็ง เช่น ขวดน้ำ ท่อนไม้ หรือก้อนหิน ทุบลงไปตรงบริเวณหนาม เพื่อให้หนามแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ความเจ็บปวดก็จะหายไป แต่หากอาการปวดไม่หายหรือแผ่ขยายวงกว้างขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
3. ลมแดด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 2 ลิตร/วัน
- หลีกเลี่ยงการออกไปว่ายน้ำขณะแดดจัด
- ควรสวมหมวกหากต้องการเดินเล่นกลางแจ้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงยาบางชนิด หากเป็นผู้ป่วยเรื้องรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกเดินทาง
- ช่วยเหลือผู้มีอาการลมแดดด้วยการพาเข้าที่ร่ม ให้นอนราบและยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ใช้น้ำเย็นเช็ดตัวอาจเปิดพัดลมเป่าช่วยระบายความร้อน จากนั้นรีบนำส่งโรงพยาบาล
4. จมน้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงไม่รับประทานอาหารอิ่มเกินไปก่อนลงน้ำ เพราะอาจทำให้เป็นตะคริวที่ท้อง เป็นสาเหตุให้จมน้ำได้
- หากเห็นธงสีแดงหรือสัญลักษณ์แสดงว่าเป็นเขตอันตรายหรือเป็นเวลาคลื่นสูง ไม่ควรฝ่าฝืนลงเล่นน้ำเด็ดขาด
- หากว่ายน้ำไม่เป็น ควรสวมใส่เสื้อชูชีพหรือห่วงยาง และไม่ควรเล่นน้ำตามลำพัง
- ไม่ว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในบริเวณที่มีเรือหรือสกู๊ตเตอร์ที่แล่นด้วยความเร็วสูง
- หากจะดำน้ำ ควรตรวจสอบสภาพอากาศ และปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่บริเวณไปดำน้ำอย่างเคร่งครัด
- หากถูกคลื่นลมซัดออกจากฝั่งไปไกล ให้โบกมือขอความช่วยเหลือ และใช้วิธีลอยตัวตามกระแสน้ำ รอจนกว่าจะมีคนมาช่วย ห้ามว่ายทวนน้ำเด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมดแรง
- หากพบคนจมน้ำ ควรขอความช่วยเหลือด้วยการเรียกหรือตะโกนเรียกให้ผู้มีความสามารถมาช่วย หรือโทรศัพท์เรียกหน่วยกู้ภัย
ทั้งนี้ ผู้รับความเดือดร้อนจากอุบัติภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ. รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID 1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง