มหัศจรรย์ “ป่าชายเลน” แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน "ปากน้ำประแส" จังหวัดระยอง

เรียนรู้และสำรวจชุมชนปากน้ำประแส พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นผ่านรูปแบบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่าง ๆ

"ชุมชนปากน้ำประแส" ชุมชนในพื้นที่อำเภอแกลง ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย แม้ว่าความเจริญของเทคโนโลยีจะคืบคลานเข้าไปถึง แต่ชาวบ้านก็ยังรักษาตัวตนแต่ดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมกับเรียนรู้และสำรวจชุมชนริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดูแลโดยวิสาหกิจท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบลปากน้ำประแส ที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังผ่านการประเมินเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย ด้วยความที่เป็นชุมชนปากแม่น้ำชายฝั่งทะเล สภาพพื้นที่แถบนี้จึงเป็นป่าชายเลนที่ชาวบ้านร่วมกันฟื้นฟูและอนุรักษ์ไว้จนอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ป่าชายเลน ทั้งต้นโกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ แต่ที่พิเศษสุดต้องยกให้ “ทุ่งโปรงทอง” ทุ่งกว้างที่มีต้นโปรงขึ้นเบียดกันแน่นเต็มพื้นที่

ที่ปากน้ำประแสบริเวณชายหาดประแส ยังมี “อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส” เป็นความภาคภูมิใจของชาวตำบลปากน้ำประแสที่ได้มีส่วนร่วมในการตั้งอนุสรณ์เรือหลวงประแส ไว้ ณ บริเวณปากน้ำประแส โดยเรือรบหลวงประแสได้เข้าร่วมรบในสงครามเกาหลีเมื่อปี 2493 ในการรบครั้งนี้กองทัพเรือต้องสูญเสียเรือรบหลวงประแส (ลำที่ 1) ไป ต่อมาไทยจึงได้ติดต่อซื้อเรือจากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 ลำ หนึ่งในนั้นคือเรือรบหลวงประแส (ลำที่ 2) และได้นำออกไปปฏิบัติการในสงครามเกาหลีอีกครั้ง

จากนั้นเดินทางมายัง “วัดสมมติเทพฐาปนาราม” วัดเก่าแก่ของตำบลปากน้ำประแส โดยมีประวัติความเป็นมาว่าเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก ขึ้นประทับที่ตำบลปากน้ำประแส ฝั่งแหลมสนเมืองแกลง เสด็จมาใกล้เจดียสถาน ทรงพระราชดำริว่า “ตำบลปากน้ำแหลมสนนี้สมควรเป็นที่สร้างอารามได้” จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พระแกลงแกล้วกล้า (มั่ง) ผู้ว่าราชการเมืองแกลงสร้างอารามขึ้นใกล้เจดีย์ และพระราชทานนามว่า “วัดสมมติเทพฐาปนาราม” พร้อมพระราชทานที่ดินสร้างวัดจำนวน 10 ไร่ 2 งาน

ไม่ไกลจากวัดสมมติเทพฐาปนาราม จะมี “จุดชมวิวแหลมสน” มีศาลาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ บรรยากาศโดยรอบเป็นต้นสนทำให้บริเวณนั้นมีความร่มรื่น และยังสามารถเดินเล่นริมหาดได้ด้วย สำหรับเวลาที่เหมาะแก่การมานั่งเล่นรับลมเย็นๆ ก็ควรจะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ซึ่งวิวจาดจุดนี้จะสามารถมองเห็นเรือหลวงประแสที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ หากมองไปทางซ้ายก็จะพบกับสะพานประแสสิน ที่ทอดยาวข้ามระหว่างสองฝั่งของแม่น้ำประแส อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สำคัญอย่าง “สะพานประแสสิน” ในช่วงยามเย็นจะมีผู้คนแวะเวียนกันมาเดิน-วิ่ง ออกกำลังกายรับลมเย็น ๆ บนสะพานที่มีระยะทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร หรือจะมาชมวิวของปากน้ำประแสได้ทั้งสองฝั่งของถนน

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญของชุมชนก็คือ “วัดตะเคียนงาม” วัดสำคัญในชุมชน ที่มีความโดดเด่นตรงต้นตะเคียนใหญ่ อายุกว่า 500 ปี อายุขนาดนี้ไม่ต้องพูดถึงความสูงใหญ่ ต้นตะเคียนถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัดแห่งนี้ โดยในสมัยก่อนชาวประมงจะใช้ต้นตะเคียนใหญ่เป็นจุดเป้าหมายในการนำเรือกลับเข้าฝั่ง เรียกว่าใช้ต้นตะเคียนแทนเข็มทิศกันเลย อีกทั้งภายในวัดตะเคียนงามยังมีศาลเจ้าแม่ตะเคียนให้ชาวบ้านและผู้มาเยือนได้กราบสักการะกันอีกด้วย

แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือ “ศาลกรมหลวงชุมพรฯ” หรือ “เสด็จเตี่ย” ผู้ทรงเป็นที่เคารพนับถือของชาวเรือไม่ว่าภาคไหนๆ พระองค์ได้ชื่อว่าเป็น "พระบิดาแห่งทหารเรือ" และก่อนที่ชาวประมงจะออกเรือไปหาปลาก็จะต้องมากราบสักการะขอพรจากท่านให้อยู่รอดปลอดภัยและเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ที่มา : องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), เทศบาลตำบลปากน้ำประแส


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar