ปลานิลสายน้ำไหล ของดี เบตง จ.ยะลา

ระหว่างวันที่ 27 - 29 ก.พ. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, จะเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) โดยมีภารกิจเต็มเวลา

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย คือ นายกรัฐมนตรีเดินทางเยี่ยมชมอุทยานการเรียนรู้ยะลา (TK Park) อ.เมืองยะลา และเยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมสินค้า “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” สู่ GI ไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา อ.เบตง เมนูปลานิลน้ำไหลเบตง กล่าวกันว่าเป็นปลาที่อร่อยขึ้นชื่อ นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู คนพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างใฝ่ฝันจะได้ลิ้มลอง โดยมีรายงานว่าช่วงที่นายกฯเศรษฐา ล่องใต้ จะมีการเสิร์ฟเมนูนี้ให้ได้ลองชิมด้วย

ประวัติความเป็นมา

อําเภอเบตง เป็นอําเภอที่มีขนาดใหญ่ของจังหวัดยะลา ตั้งอยู่อยู่ในแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี ภูมิประเทศ ของอําเภอเบตงส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง จึงทําให้ทําให้ที่นี่มีอากาศเย็นและมีหมอกแทบตลอดทั้งปี ส่วนนี้นี่เองที่ทําให้ พื้นที่อําเภอเบตงมีความโดดเด่นในการทําเกษตรกรรม ทั้งการทําสวนผลไม้ สวนกาแฟ ยางพาราและการเลี้ยงปลา

คุณสันติชัย จงเกียรติขจร Smart Farmer ต้นแบบสาขาประมง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ้านบ่อน้ำร้อน ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ที่เคยกรีดยางพาราเป็นรายได้หลัก แต่ 7 - 8 ปี มานี้ รายได้จากยางพารา ตกต่ำมาก ทําให้เขาต้องผันตัวเองมาเลี้ยงปลานิลแทนการทําอาชีพกรีดยาง ฟาร์มปลานิลของคุณสันติชัย เริ่มต้นจากลงปลานิล 500 ตัวในพื้นที่บ่อ 600 ตารางเมตร บ่อใหญ่สุด ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน จับขายที่ขนาดตัว ละ 1 กิโลกรัม จากนั้นจึงขยายเพิ่มบ่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันฟาร์มเลี้ยงปลานิลของ คุณสันติชัย มีเนื้อที่เพียง 3ไร่แต่สามารถเลี้ยงไดถึง 40,000 ตัว

"ปลานิล" ได้กลายเป็น "ปลาเศรษฐกิจ" ของไทยที่มีชื่อเสียง สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อีกทั้งพบข้อมูล ว่า ในปี 2560 ผลผลิตปลานิลจากการเพาะเลี้ยง มีปริมาณรวมกันมากถึง 185,902 ตัน และในปี 2561 จํานวนปลาที่ออกสู่ท้องตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 2% อยู่ที่ราว 189,254 ตัน โดยมีตลาดหลักคือกลุ่มประเทศ ตะวันออกกลางแบ่งออกเป็น 33.6 % สหรัฐอเมริกา 28.6 % กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปอยู่ที่ประมาณ 24.9% กลุ่มอัฟริกา 2.7 % แคนาดา 2.5% และกลุ่มอาเซียนอยู่ที่ 2.5 % โดยเกาหลีใต้ 2.3% และประเทศอื่นๆ 2.9% มูลค่าการส่งออกยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุณสันติชัย จงเกียรติขจร อธิบายถึงที่มาของระบบการเลี้ยงปลาแบบสายน้ำไหล ว่าเกิดจาก การสังเกต ตามธรรมชาติ ปลาที่แข็งแรงจะว่ายเข้าหาจุดที่น้ำไหลตกใส่ ซึ่งเป็นจุดที่มีออกซิเจนในน้ำปริมาณ มาก ปลาจะมาชุมนุมกันอยู่ ณ จุดนั้น เกษตรกรจึงเลียนแบบธรรมชาติ ทําให้เกิดน้ำตกในบ่อเลี้ยงปลา โดยมีการออกแบบระบบน้ำให้มีการไหลและหมุนเวียน ด้วยความพิเศษของปลานิล ในระบบน้ำไหลของ อ.เบตง ที่มีลักษณะแตกต่างจากปลานิลที่เลี้ยงในพื้นที่อื่นๆ ทางกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิล จึงปรึกษากับตัวแทน กระทรวงพาณิชย์เพื่อนําเสนอให้ “ปลานิล-เบตง” ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อให้ปลานิลใน พื้นที่เชิงเขาสันกาลาคีรี เป็นที่รู้จักในระดับโลกต่อไป

กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปลาบ้านบ่อน้ําร้อน ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา มีระบบการเลี้ยงที่แปลก แตกต่างจากฟาร์มปลานิลในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการเลี้ยงด้วยระบบสายน้ำไหลธรรมชาติ ทําให้ปลานิลที่นี่ ไม่มีกลิ่นดิน กลิ่นโคลนในเนื้อปลาแม้แต่นิดเดียว ระบบน้ำจึงเป็นความได้เปรียบ ด้วยความที่เป็นน้ำจากแหล่ง น้ำธรรมชาติจากภูเขาน้ำใสไหล และมีความเย็น บ่อที่ใช้เลี้ยงไม่ลึกมาก เนื่องจากถ้าน้ําลึกปลาจะโตช้า ระบบน้ำหมุนเวียนจะใช้ท่อขนาดใหญ่ต่อด้วยท่อเล็กลงสองระดับ เพิ่มให้น้ำที่ไหลออกมามีความแรง เพิ่มออกซิเจนในน้ำและเป็นการกระตุ้นให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น และวิธีการจัดการการเลี้ยงปลาที่มี นวัตกรรมการเลี้ยงปลาแบบระบบหนาแน่น พื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร เลี้ยงปลา 6,500 ตัว มากกว่า การเลี้ยงในแบบของกรมประมงหลายเท่าตัว ถ้าเป็นการเลี้ยงในรูปแบบของกรมประมง ในพื้นที่ 1 ไร่จะเลี้ยง ปลาประมาณ 2,500 ตัว

จ.ยะลา : การเลี้ยงปลานิลในสายน้าไหล

การจัดทําระบบน้ำจะใช้ท่อขนาดใหญ่ต่อน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีความสะอาดเย็นอุณหภูมิ ประมาณ 19-20 องศาเซลเซียส ต่อท่อที่ขนาดเล็กลงก่อนจะไหลลงกระทบผืนน้ำในบ่อเลี้ยงปลา ทําให้เกิด การเติมออกซิเจนลงไป และมีการระบายน้าออกจากบ่อสม่ำเสมอ โดยหมุนเวียนไปในบ่อเลี้ยงปลาบ่ออื่นๆ ที่จัดเรียงตัวลดหลั่นกันไปเป็นขั้นบันได ก่อนจะลงในบ่อบําบัดเป็นบ่อสุดท้ายก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งจากการตรวจวัดค่าไนโตรเจนในน้ำพบว่าน้ำปลายทางคุณภาพแทบไม่ต่างจากต้นทาง เมื่อน้ำสะอาดปลาก็ สามารถเติบโตได้ดี ปริมาณปลาที่เลี้ยงมากเท่าใดก็ไม่ส่งผลกระทบ สามารถเลี้ยงในระบบหนาแน่นได้ แต่อยู่ใน อัตราที่ไม่มากเกินไป โดยบ่อขนาด 40 ตารางเมตร ปล่อยปลา 13,000 ตัว ปลาเติบโตดี มีเนื้อเยอะ ไม่มีกลิ่น คาว ในขณะที่บ่อเลี้ยงปลาทั่วไปที่น้ำไม่มีการไหลเวียนและมีอุณหภูมิสูงทําให้เกิดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่ง เมื่อปลากินสาหร่ายนี้เข้าไปทําให้เนื้อปลามีกลิ่น

รายละเอียดขั้นตอนและวิธีการของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร อุปกรณ์ในเลี้ยงปลานิลในสายน้ำไหล

1. พันธุ์ปลานิล
2. อาหารสําเร็จรูป
3. ระบบน้ําหมุนเวียน
4. บ่อเลี้ยงปลา
วิธีการเลี้ยงปลานิลในสายน้ำไหล
1. ทําฝายกักน้ําและใช้แหล่งน้ําธรรมชาติจากภูเขาถ่ายเทตลอด 24 ชั่วโมง
2. ระบบน้ําหมุนเวียนจะใช้ท่อขนาดใหญ่ต่อด้วยท่อเล็กลงสองระดับ เพิ่มให้น้ำาที่ไหลออกมามีความแรง

เพิ่มออกซิเจนในน้ำ และ เป็นการกระตุ้นให้ปลากินอาหารได้มากขึ้น การจัดทําระบบน้ําจะใช้ท่อขนาดใหญ่ต่อน้ำ จากแหล่งน้ําธรรมชาติที่มีความสะอาดเย็นอุณหภูมิประมาณ 19-20 องศาเซลเซียส ต่อท่อที่ขนาดเล็กลงก่อนจะ ไหลลงกระทบผืนน้ำในบ่อเลี้ยงปลา ทําให้เกิดการเติมออกซิเจนลงไป และมีการระบายน้ำออกจากบ่อสม่ำเสมอ โดย หมุนเวียนไปในบ่อเลี้ยงปลาบ่ออื่นๆ ที่จัดเรียงตัวลดหลั่นกันไปเป็นขั้นบันได ก่อนจะลงในบ่อบําบัดเป็นบ่อสุดท้าย ก่อนจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

3. ปริมาณปลาที่เลี้ยงมากเท่าใดก็ไม่ส่งผลกระทบ สามารถเลี้ยงในระบบหนาแน่นได้ แต่อยู่ในอัตราที่ไม่ มากเกินไป โดยบ่อขนาด 40 ตารางเมตร ปล่อยปลา 13,000 ตัว
ปลาเติบโตดี มีเนื้อเยอะ ไม่มีกลิ่นคาว

4. ให้อาหารปลา วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น หรือให้ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากน้ําหนักปลา การให้อาหารจะให้ 4-5 เปอร์เซ็นต์ ของน้ําหนักปลาแต่ละบ่อ

5. ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 6 - 8 เดือน ก็พร้อมจําหน่ายให้ลูกค้า

ราคาจําหน่าย

กิโลกรัมละ 90 – 100 บาท

การใช้ประโยชน์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร

1. ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ของกรมประมง
2. หมู่บ้านปลาในสายน้ําไหล (Fillage) เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ
3. ปลาที่ไม่ได้น้ําหนักหรือตกไซส์ มีการนํามาแปรรูปเป็นปลานิลแดดเดียวและขลุ่ยปลานิล ออกจําหน่าย

เป็นสินค้า OTOP

4. เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปลา

5. มีตลาดการส่งออก โดยการแล่เนื้อปลา ผ่านกระบวนการแช่แข็งที่ทันสมัยและส่งออกไปยังตะวันออก กลางและฝรั่งเศส

6. อยู่ในขั้นตอนการยื่นขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อให้ปลานิลในพื้นที่เชิงเขาสันกาลา คีรี เป็นที่รู้จักในระดับโลกต่อไป

7. และอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง
ข้อมูล รายละเอียดผู้ให้ข้อมูลและผู้รวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร ผู้ให้ข้อมูลภูมิปัญญา : นายสันติชัย จงเกียรติขจร (วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลานิลสายน้ําไหล Betong 2020) ที่อยู่ : 138 หมู่ที่ 2 ตําบลตาเนาะแมเราะ อําเภอเบตง จังหวัดยะลา โทรศัพท์ 094-094-6153, 097-226-7485 พิกัดแผนที่:X:725967 Y:648960/Latitude:5.8674188Longitude:101.0409073


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar