งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เทศกาลซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดลพบุรี โดยเริ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 และจัดต่อเนื่องประจำทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนพระราชสมภพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาผู้นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลพบุรี ต้นแบบของงานมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งชาวลพบุรีเรียกว่า “งานในวัง” เพื่อหารายได้มาก่อสร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนกลายเป็นงานเทศกาลอันยิ่งใหญ่
ปัจจุบันมีกิจกรรมทั้งกลางวัน และกลางคืนในบริเวณสถานที่จัดงานคือพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ความโดดเด่นของงานคือประชาชนจะพร้อมใจแต่งตัวด้วยชุดไทย มีการประกวดแข่งขันกันด้วย และยังมีการจำลองเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีขบวนแห่ของชาติต่าง ๆ ที้เข้ามาเจริญพระราชไมตรี ในปี 2567 จังหวัดลพบุรี โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมใจกันจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นการจัดงานฯ ครั้งที่ 36 ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์และโบราณสถานใกล้เคียง เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์) พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดปืน สวนราชานุสรณ์ บันได 51 ขั้น วัดกวิศรารามราชวรวิหาร วัดเชิงท่า และวัดเสาธงทองพระอารามหลวง ระหว่าง วันที่ 9 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพรชนมพรรษา 72 พรรษา
นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวถึงการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2567 ว่า ได้กำหนดกิจกรรมที่หลากหลายและเป็นที่น่าสนใจ โดยเน้นรูปแบบ “นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทย ทั้งเมือง" มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวลพบุรีพร้อมใจแต่งไทยทั้งเมือง (เคาะประตู) พิธีเทิดพระเกียรติและเดินรณรงค์แต่งไทย กิจกรรมขบวนแห่ประวัติศาสตร์ กิจกรรมต่าง ๆ ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ประกอบด้วย การแสดงแสงเสียง การแสดงโขน การแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ ณ สถานที่จริงตามประวัติศาสตร์ คือตึกรับรองราชฑูต ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งเปิดให้ ชมฟรี วันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น.
การแสดงเวทีกลาง การแสดงหมากรุกคน การแสดงละครลิง และตลาดย้อนยุค ตลาดซาโม่น (กลุ่มชาติพันธุ์มอญ) รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆที่มารวมกิจกรรม นอกจากนี้บริเวณสวนราชานุสรณ์ และเทวสถานปรางค์แขก มีการประดับตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับ ประดับไฟฟ้า และการบรรเลงดนตรีขับกล่อมผู้มาเที่ยวชมงานเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา
สำหรับการสร้างสีสัน และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้มาสัมผัสกับดินแดนแห่งประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คือการเปิดบ้านหลวงรับราชทูต หรือบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ชาวต่างชาติที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดปราน โดยจะจัดกิจกรรมรูปแบบ ไทย-เทศ มีการจำลองบรรยากาศแบบฝรั่งเศส การสาธิตการทำขนมไทยตำรับท้าวทองกีบม้าเป็นต้น
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเป็นการจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา เนื้อหาของภาพวาดเป็นการบันทึกภาพแห่งความทรงจำที่พระองค์ท่านได้เสด็จมายังจังหวัดลพบุรี เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวให้ประชาชนทั่วไปตลอดจนชาวต่างชาติได้ชื่นชมพระเกียรติคุณ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อสังคมและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และมีการจัดนิทรรศการวาดภาพเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเป็นภาพวาดเนื้อหาบางส่วนของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ได้ประทับว่าราชการ เป็นระยะเวลายาวนานจนกระทั่งเสด็จสวรรคต
นางกฤษณา สิทธิราช วัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี เผยว่า การจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในปี ที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา 10 วัน มีผู้มาชมงานกว่า 3 แสนคน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดลพบุรีได้กว่า 330 ล้านบาท จากการจัดงานที่ผ่านมา ทำให้งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็น 1 ใน 10 เทศกาลงานประเพณีที่คนทั่วโลกยอมรับ และยังถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการแต่งกายไทย ทำให้กระจายไปทั่วประเทศและทั่วโลก และจังหวัดลพบุรีถือเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายชุดไทยโจงกระเบน และผ้าทอพื้นบ้านเมือง ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดลพบุรี เป็นจำนวนมาก และเป็นเรื่องที่ชาวจังหวัดลพบุรีมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง