นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 4 รูปแบบ

จากการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี ๒๕๕๘ เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนดังกล่าว รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะจัดตั้ง "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ในจังหวัดต่าง ๆ ตามแนวชายแดน ได้แก่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และจังหวัดมุกดาหาร เป็นต้น

เขตเศรษฐกิจพิเศษ หมายถึง เขตพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสนับสนุน และอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิพิเศษบางประการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ เช่น การอุตสาหกรรม การพาณิชยกรรม การบริการ หรือกิจการอื่นใดที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศโดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับทั้งในเรื่องของการเขื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่ง การจัดการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ ตลอดจนจัดให้มีระบบสาธารณูปโภค รองรับสนับสนุนการดำเนินการเพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

๑. พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC)

ความเป็นมา

กรอบแนวคิดการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastem Econamic Coridor Development) ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน ดำเนินการใน ๓ จังหวัด ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม เขตพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเขตพัฒนาเมือง เพื่อร้องรับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ที่เห็นชอบในหลักการส่งเสริม ๑๐ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) ประกอบด้วย
(๑) การต่อยอดอุตสาหกรรมเติมที่มีศักยภาพ (First S-curve) และ
(๒) อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) โดยส่งเสริมให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว มีการบูรณาการต้านโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมชนส่งให้เชื่อมโยงทั้งระบบและมี่ประสิทธิภาพ การให้สิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน การพัฒนาเมืองและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ การดำเนินการต้านผังเมืองสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ตินโดยรอบ การพัฒนาแหล่งน้ำให้มีคุณภาพและพอเพียงกับอุตสาหกรรมเกษตร ท่องเที่ยว และอุปโภคบริโภค และประเมินผลกระทบต่อประขาชน โดยให้มีพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ฟ......เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว

คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (คบพ. ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ ได้มีมติเห็นชอบในข้อเสนอแนวทางการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ขายฝั่งทะเลภาคตะวันออก โดยให้ใช้ชื่อว่า "ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor)" และเห็นชอบการออกกฎหมายว่าด้วยเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกโดยกำหนดการให้สิทธิประโยขน์การลงทุน การกำหนดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการจัดตั้งองค์กรเพื่อกำหนดนโยบายและบริหาร พร้อมทั้งขอให้นำวามเห็นในที่ประชุมไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ อนุมัติหลักการร่างพระราขบัญญัติพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการบริหารจัตการการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกรวม ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้สิทธิประโยชน์บางประการภายใต้เขตพื้นที่ตังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาฬในการแข่งชันของประเทศตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ..... เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หากพิจารณาแล้วเสร็จจะนำส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบต่อไป จากนั้นนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามีผลใช้บังคับต่อไป

ความเกี่ยวข้องกับกรมการจัดหางาน

กรมการจัดหางานมีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกนักลงทุนและปรับแก้กฎหมายในการเข้ามาทำงานของคนต่างต้าวทั้งนระตับมีมือและไร้ฝีมือเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว รองรับการให้สิทธิประโยขน์ในการส่งเสริมการลงทุนของ BO! ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาลตะวันออก และการจัดทำข้อมูลต้านแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

๒. พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ จังหวัดขายแดน

ความเป็นมา

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ. ในคำสั่ง คสช.ที่ ๗๒/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมุ่งหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของ Road map ในการสนับสนุนการนำประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเชียน กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเสื่อมล้ำ และช่วยรักษาความมั่นของประเทศ บริเวณพื้นที่ที่ กนพ. กำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รัฐจะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์การลงทุน กรบริหารแรงงานต่างต้าวแบบไป-กลับ การให้บริการจุดเดียวเป็ดเสร็จ และการอื่นที่จำเป็น เพื่อดึงดูด FD! เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ กระจายความจริญสู่ภูมิภาค ลดความเหสื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ปัญหาความมั่นคง โดยกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาดังนี้
๑. สร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ น้นบริเวณชายแตนสำหรับระยะแรก โตยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
๒. สนับสนุน SMEs ไทย และการลงทุนต่อเนื่องของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน
๓. จัตระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและสินค้าเกษตรลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน

หลักเกณฑ์และวิธีกรสนับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจทิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับกิจกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่
๑. สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุน : ให้สิทธิประโยชน์ตามเขตการส่งเสริมการลงทุนเขต ๓ พิเศษ และสิทธิประโยซน์อื่นทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษี
๒. การให้บริการจุดเตียวแบบเบ็ดเสร็จ : จัดตั้ง OS5 ด้านการลงทุน โดยมีสำนักงานในพื้นที่ และเชื่อมโยงกับศูนย์บริการต่ำนการลงทุนของ BOI และจัดตั้ง OSS ต้านแรงงาน สาธารณสุข และตรวจคนเข้าเมือง
๓. มาตรการสนับสนุนการใช้แรงงานต่างตัาว : จัดระบบแรงงานต่างด้าวแบบไป-กลับและกำหนดแนวทางการฝึกอบรมแรงงาน
๔. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรในพื้นที่ : พัฒนาด้านศุลกากรและการผ่านแดน โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง และระบบน้ำ ไฟฟ้า และอื่นๆ

นโยบายเศรษฐกิจพิเศษชายแดน สำหรับธุรกิจที่ใช้แรงงานมาก ช้วัตถุติบจากท้องถิ่นธุรกิจด้านโลจิสติกส์และธุรกิจที่จะไปเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเอื้อต่อการาระหว่างกันในอนาคตโดยมีกิจการเป้าหมายจำนวน ด4 กิจการ ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ตังนี้
๑. เกษตรและอาหารแปรรูป
๒. ผลิตภัณฑ์เธรามิศ
๓. สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง
๔. เครื่องเรือน
๕. อัญมณีและเครื่องประดับ
๖. เครื่องมือแพทย์
๗. ยานยนต์ เครื่องจักร และชิ้นส่วน
๘. ผลิตภัณฑ์พลาสติก
๙. ยา
๑๐. กิจการโลจิสติกส์
๑๑. นิคมหรือเขตอุหสาหกรรม
๑๒. กิจการสนับสนุนการท่องเที่ยว

พื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการจัดตั้งเขตพัฒนาเครษยูกิงพิเศษ

ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตทัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่ ๑/๑๕๕๘ กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก ๕ จังหวัด ใต้แก่
๑) จังหวัดตาก
๒) จังหวัดมุกดาหาร
๓) จังหวัดสระแก้ว
๔) จังหวัดสงชลา
๕) จังหวัดตราด และประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่ ๒/๒๕๕๘

กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิศษระยะที่ ๒ อีก ๕ จังหวัด ไต้แก่
๑) จังหวัดหนองคาย
๒) จังหวัดนราธิวาส
๓) จังหวัดเขียงราย
๔) จังหวัดนครพนม
๕) จังหวัดกาญจนบุรี

เขตพัฒนาเฮรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ ๑
๑. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก ประกอบด้วย ๓ อำเภอ คือ อำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาต
โอกาสและศักยภาพ : ขยายการค้าชายแดนไทย-หม่า เชื่อมต่อไปสู่เวียดนาม และจีน มีแหล่งแรงงานพร้อม
๒. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย ๓ อำเกอ ผื่อ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอตอนตาล
โอกาสและศักยภาพ : ขยายการค้ชายแดนไทย-ลาว เชื่อมต่อไปสู่เวียดนาม
๓. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว ประกอบตัวย ๒ อำเภอ คือ อำเภออรัญประเทศ และอำเภอวัฒนานคร
โอกาสและศักยภาพ : ขยายการค้าขายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ทำเรือแหลมฉปัง
๔. เขตพัฒนาเศรษกิจพิเศษจังหวัดราด ประกอบด้วย ๑ อำเภอ คือ อำเภอคลองใหญ่
โอกาสและศักยภาพ : ขยายการค้าชายแดนไทย-กัมพูขา ใกล้ท่าเรือสีหนุวิลส์ และทำเรือแหลมฉบัง ชยายการท่องเที่ยวในพื้นที่
๕. เขตพัฒณาเศรษฐกิจพิศษจังหวัดมุกดาหาร ประกอบตัวย ๓ อำเภอ คือ อำเภอเมืองมุกตาหาร อำเภอหว้านใหญ่ และ อำเภอดอนตาล
โอกาสและศักยภาพ : ขยายการค้าชายแนไทย-ลาว เชื่อมต่อไปสู่เวียดนาม

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ ๒
๑. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเชียงราย ประกอบตัวย ๓ อำเภอ คือ อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย
๒. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย ประกอบด้วย ๒ อำเภอ คือ อำเภอเมืองหนองคาย และอำเภอสระใคร
๓. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม ประกอบตัวย ๒ อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอทำอุเทน
๔. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี ประกอบด้วย ๓ อำเภอ คือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี
๕. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนราริวาส ประกอบด้วย ๕ อำเภอ คือ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอตากใบ อำเภอยี่งอ อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโกลก

ความเกี่ยวข้องกับกรมการจัดหางาน

คณะกรรมการ กนพ. เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการ ๓ ชุด เพื่อจัดทำแนวทางการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. คณะอนุกรรมการต้านสิทธิประโยชน์ขอบเขตฟื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน
๒. คณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จต้านแรงงาน การสาธารณสุข และความมั่นคง
๓. คณะอนุกรรมการต้นโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร

คณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จต้านแรงงาน การสาธารณสุข และความมั่นคงซึ่งกรมการจัตหางานร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
๑. กำหนดแนวทางการจัตระบบรงงานต่างตัาวที่เข้ามาทำงานลักษณะไป-กลับ
๒. แนวทางการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน
๓. จัดทำแผนจัตตั้ง OSS แรงงานต่างต้าว โดยครอบคลุมงนสาธารณสุข และตรวจคนเข้าเมือง

กรมการจัดหางานมีส่วนร่วมในการอำนวยความสะตวกนักลงทุนและจัตระบบสนับสนุนที่มีมาตรฐานในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน ๑๐ จังหวัด จึงได้จัดทำ "โครงการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ด้านแรงงานต่างต้าว เพื่อสนับสนุนเขตพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นการส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นายจ้าง/สถานประกอบการใช้แรงงานต่างตัาวทั้งในกลุ่มช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการ และกลุ่มมิใช่ช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการอย่างถูกต้องตามกฎหมายสอดคล้องกับความต้องการใช้แรงงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและแก้ไขปัญหาแรงงานต่างต้าวสักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่ชั้นในกรมการจัดหางานต้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาคำขออนุญาตทำงานของแรงงานที่เข้ามาทำงานในสักษณะ ไป-กลับ หรือตามฤดูกาล ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๕๓

๓. พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ๒๒ จังหวัดชายทะเล

ความเป็นมา

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๕ เห็นชอบมาตรการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง โดยให้มีการจัตตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงเป็น โครงการนำร่องใน " จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสาคร ระยอง ตราด ชุมพร สงขลา ระนอง และสตูล ที่จะนำแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงานเฉพาะกิจการประมงเท่านั้น และในปัจจุบันปัญหาการค้ามนุษย์นับเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบประมง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไทยถูกปรับลดระดับจาก Tler ๒ Watch List เป็น Tier ๓ โดยจากรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ที่ไทยถูกปรับลดระดับลง เนื่องจากไม่ใต้แสดงความพยายามอย่างมีนัยสำคัญที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ โดยเฉพาะการทำประมงที่ผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (Illegal Unreported and Unregulated fishing : IบU) อาจถูกกีดกันทางการค้าจากกลุ่มประเทศ สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐอเมริกา ในสินค้าบางประเภท เช่น อาหารทะเล และอาหารทะเลแปรูรูป ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาตังกล่าวและเพื่อเป็นการจัดระเบียบแรงงนดำงตัวในกิจการประมงอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาสาย/นายหนัาขบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง เข้าสู่ระบบการทำงานอย่างถูกต้อง มีสภาพการทำงานอย่างเหมาะสม และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นการสร้างมาตรฐานในการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมทั้ง ยังเป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการในการขาดแคลนแรงงาน

ความเกี่ยวข้องกับกรมการจัดหางาน

กรมการจัดหางาน จึงได้ดำเนินการตามภารกิจของศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัดต่อเนื่องจากที่ใด้ดำเนินการไว้แล้วต่อไป และให้จังหวัด ๑๕ จังหวัดชายทะเล (สมุทรปราการ ขลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฏร์ธานี ตรัง ปัตตานี และนราธิวาส) ตำเนินการเช่นเดียวกันกับ ๗ จังหวัดซึ่งไต้ดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว

กรมฯ ไต้ดำเนินการเปิดจตทะเบียนแรงงานต่างต้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ในกิจการประมงทะเล (๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล) ดังนี้
๑. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๘ เห็นชอบแนวทางการจัดระบบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยเห็นชอบการแก้ปัญหาการขาตแคลนแรงงานประมงทะเล โดยการเปิดจตทะเบียนแรงงานต่างต้าวในกิจการประมงทะเล ปีละ ๒ ครั้ง ดังนี้
- ครั้งที่ ๑ ตำเนินการแล้วเมื่อวันที่ ๑ เมบายน - ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ โตยมีแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียน ทั้งสิ้น ๕๔,๔๐๒ คน
- ครั้งที่ ๒ กำหนดจดทะเบียนระหว่างวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ - ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นเวลา ๙๐ วัน
๒. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศริกายน ๒๕๕๘
- การจดทะเบียนแรงงานต่างต้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมหูชา ในกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ กำหนดจดทะเบียน เป็นเวลา ๙0 วัน เริ่มดำเนินการในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ถึงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
- การจัดระบบแรงงานต่างต้าวสัญชาติเวียตนาม ผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา ๓๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๓ - ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๘

๔. พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์
ความเป็นมา

รัฐบาลมีแนวทางการดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ ซึ่งจะอยู่บริเวณพื้นที่ตอนใน สำหรับธุรกิจที่ไม่เหมาะกับชายแดน ธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น กิจการวิจัยและพัฒนา กิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและไช้แรงานน้อย
คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (ขนพ.) ได้มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ (สคข.) จัดทำข้อเสนอนโยบายพัฒนาคลัสเตอร์โดยเน้นคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพและมีการสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาลต

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาคลัสเตอร์
๑. เพื่อสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และนำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
๒. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนของประเทศไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีมูลค่าทั้งจากนักลงทุนเดิมและรายใหม่
๓. เพื่อกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs

คุณสมบัติสำคัญของคลัสเตอร์
๑. มีการกระจุกตัวในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะอย่าง
๒. มีการเชื่อมโยงของฮงค์ประกอบต่ำงๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับ Value Chain และเพิ่มขีดความ มสามารถในการแข่งชันของอุตสาหกรรม
๓. มีการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น จ้างงานหรือใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เขื่อมโยงกับ SMES ในท้องถิ่น เป็นต้น

แนวทางการพัฒนาลัสเตอร์

การกำหนดคลัสเตอร์เป้าหมาย ประกอบด้วย ๔ กลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้

๑. คลัสเตอร์ยานยนต์และชิ้นส่วน : การยกเว้นอากรขาเข้ารถยนต์ต้นแบบหรือของที่นำเข้ามาเพื่อการวิจัยและพัฒนาทดสอบ การขยายสาขาสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน การส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้ในประเทศ ใน ๗ จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ขลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา
๒. คลัสเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม : การพัฒนาบุคลากรด้าน Electronic Design การยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีการผลิตให้กับผู้ผลิตใน supply Chain การยกระดับมาตรฐานเครื่องใช้ฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การขยายขอบเขตงานด้านการทดสอบของสถาบันไฟฟ้า การพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบไฟฟ้าแรงสูง การพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความเสถียรรองรับคลัสเตอร์ ๗ จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครราชสีมา
๓. คลัสเตอร์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ โดยกำหนดมาตรการ Green Tax Expense ใน ๒ จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี และระยอง
๔. คลัสเตอร์ดิจิทัล : การจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุตเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต
๕. คลัสเตอร์เกษตรแปรรูป : การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรแบบครบวงจรการพัฒนา Rubber City
          ๑) ภาคเหนือ ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน : แปรรูปผักผลไม้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
          ๒) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ : ปศุสัตว์ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด
          ๓) ภาคตะวันตก ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบศีรีขันธ์ : อ้อย สับปะรด ยาง
          ๔) ภาคตะวันออก ใน ๓ จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด : แปรรูปผลไม้ ยาง
          ๕) ภาคใต้ ใน ๔ จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ สงขลา : ปาล์ม อาหารทะเลแปรรูป ยาง

๖. คลัสเตอร์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มคลัสเตอร์ : การส่งเสริมกิจการฟอกย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจแฟชั่น และการส่งเสริมให้สถาบันแฟชั่นระดับโลกมาตั้งสาขาและเปิดสอนระดับปริญญาในประเทศไทย ใน ๙ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว
๗. คลัสเตอร์หุ่นยนต์การปรับโครงสร้างอากรขาเข้าขึ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มาตรการภาษีในการกระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติ (Demend Driven) การพัฒนาศักยภาพและบูรณาการความร่วมมือในเครือข่ายหน่วยงาน Center of Excellence การใช้ประโยชน์จากกองทุนต่งๆ ที่มีอยู่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติและอุตสาหกรรมในภาคการผลิต/ธุรกิจบริการ
๘. คลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร : การปรับปรุงกระบวนการกำหนดมาตรฐานให้มีความรวดเร็วและเร่งกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้ผู้ผลิตในประเทศใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงในการเข้าสู่บัญชีนวัตกรรม การปรับระดับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตยาจาก B1 (ยกเวันอากรเครื่องจักร วัดถุดิบ และสิทธิประโยชน์อื่นที่มิใช่ภาษี) เป็น A3 (ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ๕ ปี) การพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ของกิจการที่เป็นผลิตภัณฑ์เป้าหมายในสาขาบริการทางการแพทย์ ๕ กิจการ ได้แก่
- ศูนย์บริการทางการแพทย์และโรงพยาบาล
- บริการแพทย์แผนไทย
- การผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์
- บริการสนับสนุนเทคโนโสยีทางการแพทย์
- โลจิสติกส์เพื่อการรักษาพยาบาล
๙. คลัสเตอร์อากาศยานและขึ้นส่วน : การแก้ไขพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๓๓) พ.ศ.๒๕๕๓
เพื่อให้การผลักดันนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ภาครัฐโดยกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการสนับสนุนการพัฒนาคลัสเตอร์ ดังนี้
๑. การให้สิทธิประโยชน์
๒. การพัฒนาคนและเทคโนโลยี
๓. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
๔. การแก้ไขกฏระเบียบที่เป็นอุปสรรค
๕. การสนับสนุนเงินทุน

 

แหล่งที่มา : กรมจัดหางาน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar