1. รัฐบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งของสายการบินเอกชนจากต่างประเทศ สายการบินเอกชนของไทย และกองทัพอากาศ
2. มาตรการช่วยเหลือด้านแรงงาน
2.1 “เยียวยา” แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย กระทรวงแรงงานจ่ายรายละ 15,000 บาท ทันที ตามสิทธิประโยชน์เงินสงเคราะห์ ทั้งนี้ แรงงานที่เสียชีวิตจะได้รับ 40,000 บาท เป็นค่าทำศพ และเงินเยียวยาสำหรับครอบครัวรายละ 40,000 บาท สำหรับผู้บาดเจ็บจะได้รับการจ่ายเงินเยียวยา รายละ 15,000 บาท
2.2 “หางานใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ” กระทรวงแรงงานจะเจรจาประสานให้กับแรงงานไทยที่ยังไม่หมดสัญญาและประสงค์จะกลับไปทำงานที่อิสราเอล (เมื่อเหตุการณ์สงบ) รวมทั้งสอบถามความสมัครใจของแรงงานหากไม่ประสงค์กลับไปทำงานที่อิสราเอล สามารถแจ้งความประสงค์ไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อเดินทางไปทำงานยังประเทศอื่น ๆ
ในส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะทำงานในประเทศไทย ทางกระทรวงแรงงานพร้อมหางานให้ โดยสามารถแจ้งมาได้ที่กรมการจัดหางาน
2.3 “ฝึกทักษะฝีมือ รองรับอาชีพใหม่” กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สามารถติดต่อสถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการฝึกทักษะด้านอาชีพเสริม และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว
2.4 “ดูแลสิทธิประโยชน์ และค่าจ้างค้างจ่าย” ประสานนายจ้างเพื่อดำเนินการจ่ายค่าจ้างส่วนที่ยังค้างจ่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา
3. มาตรการพักชำระหนี้สำหรับแรงงานที่กู้เงิน ธ.ก.ส.
- กรณีเสียชีวิตจะให้ความช่วยเหลือด้วยการยกหนี้ให้ทั้งหมด
- กรณีกลับประเทศอย่างปลอดภัย ธนาคารจะช่วยเหลือด้วยการลดดอกเบี้ยเหลือ ร้อยละ 0.01 เป็นเวลา 3 ปี และพักเงินต้นกับดอกเบี้ยให้เป็นเวลา 1 ปี (มีลูกค้า ธ.ก.ส.เข้าเงื่อนไข 150 ราย วงเงินกว่า 10 ล้านบาท โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส.พิจารณาภายใน เดือนนี้)
4. มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลอิสราเอล
- กรณีบาดเจ็บ ถ้าได้รับบาดเจ็บเกินกว่า 10% แต่ไม่เกิน 19%
จะเยียวยา 1.4 ล้านบาท ถ้าบาดเจ็บเกิน 20% ขึ้นไป จะให้การดูแลตลอดชีวิต
- กรณีเสียชีวิต ภรรยาจะได้เงินตลอดระยะเวลาที่ยังไม่แต่งงานใหม่
ประมาณ 30,000 กว่าบาทต่อเดือน และบุตรจะได้รับการดูแลเดือนละ 10,000 - 15,000 บาท จนถึงอายุ 18 ปี