เอาใจสายบุญ วันเดียวก็เที่ยวได้ อิ่มบุญ สุขใจ ไหว้พระเสริมบารมี 9 วัดดัง อยุธยา

เอาใจสายบุญ วันเดียวก็เที่ยวได้ อิ่มบุญ สุขใจ ไหว้พระเสริมบารมี 9 วัดดัง อยุธยา 

วัดพนัญเชิง

วัดพนัญเชิง เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศโดยเฉพาะหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายกพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๔.๒๐ เมตร สูง ๑๙.๒๐ เมตร วัสดุปูนปั้นลงรักปิดทองหลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือพระโตของชาวอยุธยาองค์นี้ ถือกันว่าเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้างกรุง พงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๖๘ หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สถาปนากรุงศรีอยุธยา ๒๖ ปีและเมื่อกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตกปรากฏในคำให้การขาวกรุงเก่าว่า พระปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิงมีน้ำพระเนตรไหลเป็นที่อัศจรรย์ หลวงพ่อโตเป็นพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในหมู่ชาวจีนมากโดยเรียกกันว่า“ซำปอกง” นอกจากชาวไทยแล้วยังมีผู้มีเชื้อสายจีนหลั่งไหลกันมากราบไหว้บูชาจำนวนมาก และเป็นประจำทุกปี

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ช่วงสมัยอยุธยา ปัจจุบันได้กลายเป็นที่เที่ยวอยุธยาที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ หากได้มาเที่ยวอยุธยาจะต้องไปเที่ยวชม  วัดแห่งนี้กันสักครั้ง ภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์จะมีเจดีย์สำคัญ 3 องค์ มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงลังกา ตั้งเรียงรายเป็นสัญลักษณ์อย่างสวยงาม เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. และเวลา 19.30-21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา 

โทร. 0 3524 2284, 0 3524 2286 

วัดใหญ่ชัยมงคล

ถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์มากที่สุด และเป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมามากที่สุดวัดหนึ่ง        ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสวยแลนด์มาร์คของจังหวัดอยุธยาเลยก็ว่าได้ค่ะ จึงเป็นธรรมดาที่จะพบเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมายังวัดแห่งนี้ จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคลนี้ คือ เรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ชมเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้ นอกจากนี้ บริเวณ รอบๆ ยังมีมีสวนหย่อมที่สวยงาม มีให้อาหารเต่าอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวอยุธยาจึงไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง  เปิดให้เข้าชม เวลา 08.00-17.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0 3524 2640

วัดพุทไธศวรรย์

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ในตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา       วัดพุทไธศวรรย์ ปรากฏตามตำนานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ซึ่งเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดภายในวัดพุทไธศวรรย์ก็คือ "พระมหาธาตุ" หรือปรางค์ประธานสีขาวสะอาดตา มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบ  ปราสาทขอม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตั้งอยู่บนฐานไพทีที่รองรับไปถึงมณฑปที่อยู่ทางด้านทิศเหนือ   และทิศใต้อีก 2 หลัง มีบันไดขึ้น 2 ทาง คือทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตก บริเวณรอบพระปรางค์จะมีพระระเบียง ด้านนอกทึบ ด้านในมีเสารับเครื่องบนหลังคา และชายคาเป็นระยะ ๆ มีพระพุทธรูปสีทองอร่ามศิลปะแบบสุโขทัยเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม

ว่ากันว่า "วัดพุทไธศวรรย์" เป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมัยอยุธยา สร้างมายาวนานกว่า 600 ปี และปัจจุบันยังคงมีความสมบูรณ์สวยงามน่าไปเที่ยวชม ในเรื่องบุพเพสันนิวาสวัดนี้่ก็มีความสำคัญ ด้วยเป็นสถานที่ฝึกดาบฝึกอาคมของลูกศิษย์อาจารย์ชีปะขาว มีการพูดถึงในหลาย ๆ ตอนของละครเรื่องนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ


วัดมหาธาตุ

ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ. 1927

สิ่งที่น่าสนใจในวัดอีกอย่าง คือเศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุมเศียรพระพุทธรูปนี้หล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุง จนรากไม้ขึ้นปกคลุม มีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ จําหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 08.00-17.00 น. (เปิดให้ชมได้ถึงเวลา 18.00 น.) ค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวทั่วไป 10 บาท นักเรียน นักศึกษา เข้าชมฟรี สอบถามข้อมูล สํานักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 2286


วิหารพระมงคลบพิตร

วัดนี้มีความพิเศษไม่เหมือนวัดอื่นๆ ในอยุธยาเลย และที่สำคัญก็เก่าแก่อย่างมาก ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปคุ้มขุนแผน วิหารพระมงคลบพิตรจะอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก มีจุด เด่นที่สําคัญ คือเป็นวัดเก่าแก่ในเขตกําแพงเมืองที่ได้รับการบูรณะอย่างดี ภายในวิหารประดิษฐานพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9.55 เมตร สูง 12.45 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย  ถือได้ว่าเป็น วัดสวย อีกแห่งของ อยุธยา ที่แม้ว่าจะไม่ได้เรียกว่าวัด แต่ก็สวยงดงามอย่างมาก ที่มีทั้งความเก่าแก่ และมีความสำคัญอย่างมากในอดีต เหมือนได้ชมวัดสวยๆ และเห็นประวัติศาสตร์ในอดีตไปพร้อมๆ กัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สน สามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา เวลา 08.30-16.30 น. 

สอบถามข้อมูลสํานักงานพระมงคลบพิตร โทร. 0 3532 1797 และ 0 3524 3172


วัดท่าการ้อง

วัดท่าการ้อง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้าน คือ บ้านท่ากับบ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสสิม วัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ที่บ้านท่า เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการะบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า "พระพุทธรัตนมงคล" หรือที่เรียกกันว่า "หลวงพ่อยิ้ม" สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข จะเห็นได้จากพระพุทธลักษณะที่งดงามและพระพักตร์ที่มีความเมตตา วัดท่าการ้อง ได้ตกแต่งบริเวณวัดให้สวยงามด้วย ไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นระเบียบ รวมทั้งมีห้องน้ำที่ตกแต่งสวยงามจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด สุดยอดส้วมแห่งปี           ระดับประเทศ ปี 2549 ประเภทวัดและศาสนสถานตลาดน้ำวัดท่าการ้อง บริเวณด้านหลังของวัดท่าการ้องได้จัดให้เป็นตลาดน้ำ ซึ่งของขายในตลาดก็จะเป็นพวกของกินหลากหลายชนิด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัด ของกินเล่น และเครื่องดื่มใส่ในกระบอกไม้ไผ่ดูแปลกดี ดื่มแล้วชื่นใจราคาของกินที่นี่ราคาก็ไม่แพง 

เปิดทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัตฤกษ์





 

วัดไชยวัฒนาราม

เป็นวัดหนึ่ง ที่มีสถาปัตยกรรมการก่อสร้างไม่เหมือนวัดอื่นๆ ใน อยุธยา และเนื่องจากกรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะตลอดมาจนปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังคงมองเห็นเค้าแห่งความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งผู้ไปเยือนไม่ควรพลาด  วัดไชยวัฒนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก็ตั้งอยู่ริม แม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตกของเกาะเมือง วัดไชยวัฒนารามสร้างบนพื้นที่ 160 เมตรยาว 310 เมตร โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกกล่าวได้ว่าวัดนี้ตั้งตรงกับทิศทางคตินิยมในการสร้างวัดที่ปฏิบัติเป็นประเพณีสืบกันมานอกจากนี้ยังสอดคล้องกับเหตุการณ์ในพุทธประวัติที่กล่าวว่า พระโพธิสัตว์ทรงประทับภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกสู่แม่น้ำเนรัญชรา ทรงบำเพ็ญสมาธิจนบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ พระพุทธรูปซึ่งเป็นหลักของวัด ก็สร้างแทนองค์ประพุทธเจ้า คือพระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางที่แสดงเหตุการณ์ตอนพระพุทธองค์ตรัสรู้ 

วัดไชยวัฒนารามได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อ พ.ศ. 2478 และกรมศิลปากรได้ดําเนินการบูรณะตลอดมา จึงยังคงความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตาเสมือนในอดีต จําหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 08.00-17.00 น. (เปิดให้ชมได้ถึงเวลา 18.00น.) ค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวทั่วไป 10 บาท นักเรียน นักศึกษา เข้าชมฟรี สอบถามข้อมูล สํานักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 2286





 

วัดหน้าพระเมรุ 

เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระอุโบสถมีขนาดยาว 50 เมตร กว้าง 16 เมตร

เป็นแบบอยุธยาตอนต้นซึ่งมีเสาอยู่ภายในตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง(เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี)ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พุทธศักราช 2046 มีชื่อเดิมว่า “วัดพระเมรุราชิการาม”  สิ่งน่าสนใจในวัดหน้าพระเมรุ พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ เรียกสั้น ๆ ว่า พระพุทธนิมิต พระประธานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองสำริดลงรักปิดทองมารวิชัย ทรงเครื่องพระมหากษัตริย์ หน้าตักกว้าง 9 ศอกเศษ สูง 6 เมตรเศษ สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ที่สุดองค์หนึ่ง มีพระลักษณะงดงาม พระนามบ่งชัดถึงพระลักษณะอันพิเศษ มีพระภินิหารเป็นสรณะที่พึ่ง ที่เคารพสักการะอย่างยิ่งแก่โลกทั้ง 3 เกิดปิติศรัทธาแก่ผู้ที่ได้เข้ามานมัสการ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมือง และคุ้มครองบ้าน คุ้มครองเมือง ทำให้ข้าศึกเกิดความเกรงกลัวไม่ทำลายวัดนี้ เป็นที่น่าอัศจรรย์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าเที่ยวชมสามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00-17.00 น.

ที่มา  : ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา : TAT Ayutthaya Office

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar