ดาวเทียม THEOS-2 มีกำหนดส่งในวันที่ 7 ตุลาคม เวลาเมืองไทยประมาณ 08:36 น (01:36 UTC/ 22:36 Kourou ) ด้วยจรวดนำส่ง VEGA จากฐานนำส่ง Guinea Space Center (อยู่ที่ Latitude 3 องศาเหนือเส้นศูนย์สูตร) ที่เมือง French Guinea ทวีปอเมริกาใต้ โดยฐานนำส่งดังกล่าว เป็นฐานนำส่งของบริษัท Arianespace
การนำส่งครั้งนี้ นับเป็นการนำส่งครั้งที่ 23 ของจรวดนำส่ง VEGA โดยมีดาวเทียม THEOS-2 เป็น Primary Payload, ดาวเทียม Formosat-7R เป็น Secondary Payload และมี Auxiliary Payload ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมขนาดไม่เกิน 100 กิโลกรัม อีก 10 ดวง
การจุดจรวดจะเกิดขึ้นในเวลาเมืองไทยประมาณ 08:36 น วันที่ 5 ตุลาคม แนวการส่งจะเป็นการส่งขึ้นเหนือ เนื่องจากการส่งไปยังวงโคจรของ THEOS-2 ซึ่งเป็น Polar Orbit จะต้องส่งขึ้นเหนือหรือลงใต้ แต่ฐานนำส่ง Guinea Space Center อยู่ทางตอนเหนือของประเทศบราซิลจึงไม่สามารถให้จรวดวิ่งลงใต้ผ่านประเทศบราซิล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ในการส่งดาวเทียม จรวดนำส่งจะต้องถูกส่งขึ้นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับการโคจรของดาวเทียม เนื่องจากดาวเทียม THEOS-2 โคจรจากขั้วโลกใต้ขึ้นไปสู่ขั้วโลกเหนือในเวลากลางคืน การส่งจรวดจึงต้องส่งในเวลากลางคืน (เวลาท้องถิ่นที่ฐานนำส่ง)
ภายใน 7 นาทีหลังการจุดจรวด จรวดท่อนเชื้อเพลิงท่อนที่ 1,2 และ 3 จะถูกใช้หมดและถูกปลดออกจากจรวดท่อนหลัก ในส่วนหัวจรวด แฟริ่งทั้ง 2 ชิ้นจะถูกแยกออกเช่นกัน จรวดนำส่งท่อนที่ 1,2 และแฟริ่ง จะตกกลับลงมาที่โลก บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก และจรวดท่อนที่ 3 บริเวณมหาสมุทรอาร์กติก สำหรับจรวดท่อนหลักในส่วนที่เหลือประกอบด้วย Upper Stage , Payload Adapter และ Payload ทั้ง 12 ดวง
จรวดนำส่ง VEGA จะโคจรผ่านขั้วโลกเหนือ และปล่อยดาวเทียม THEOS-2 ในเวลาเมืองไทยประมาณ 09:31 น. ที่ตำแหน่งต่ำกว่าเส้นศุนย์สูตรเล็กน้อย โดยจะเป็นการปล่อยที่ความสูง 600 km. (ต่ำกว่าวงโคจรของ THEOS-2 ที่ 621 km) ทั้งนี้จรวดจะปล่อยดาวเทียม THEOS-2 ออกพร้อมกับดาวเทียม Formosat-7R จากนั้นจรวดจะโคจรไปยังวงโคจรที่ต่ำลง เพื่อปล่อยดาวเทียม Auxiliary Payload ทั้ง 10 ตัวที่เหลือออก
ในส่วนของดาวเทียม THEOS-2 หลังจากระบบบนดาวเทียมตรวจจับการแยกตัวจากจรวดแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์บนดาวเทียมจะสั่งให้ดาวเทียมกางแผง Solar Array ทั้ง 2 แผงออก และระบบควมคุมการทรงตัวจะทำการลดความเร็วการหมุนตัว (tumbling rate) ของดาวเทียม ซึ่งเป็นการหมุนที่เกิดจากแรงระหว่างการแยกตัว (การแยกตัวทำด้วยระบบสปริง 6 ชุด) ในส่วนนี้เรียกว่าการทำ De-Tumbling หลังจากลดระดับลงมาจนถึงค่าที่กำหนด ดาวเทียมจะเริ่มทำ Sun Acquisition หรือการหันแผง Solar Array ไปหาดวงอาทิตย์ เพื่อชาร์จแบตเตอรี่
ทั้งนี้ดาวเทียมจะอยู่ใน SAFE Mode และจะเปิดเฉพาะอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของดาวเทียม รอคำสั่งจากภาคพื้นดินต่อไป โดยดาวเทียมจะโคจรผ่านสถานีภาคพื้นดินที่ศรีราชาครั้งแรก ในเวลาท้องถิ่น 10:53 น. โดยประมาณ
------------------------
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.gistda.or.th/theos2/index_th.php