หมาน้อย หรือ เครือหมาน้อย มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น กรุงเขมา กรุงเขมา หมอน้อย ก้นปิด ขงเขมา พระพาย เปล้าเลือด สีฟัน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cissampelos pareira L. var. hirsuta (Buch. ex DC.) Forman. ลักษณะของต้นหมาน้อยจะเป็นไม้เถาเลื้อยพัน มักจะเลื้อยปกคลุมค้างหรือต้นไม้เป็นพุ่มแบบไม่มีมือเกาะ มีรากที่สามารถสะสมอาหารใต้ดินได้ ใบของหมาน้อยจะเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจสีเขียวลักษณะก้นปิด ออกในสลับกันตามเครือเถา ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุมไม่ระคายเคือง ขอบใบเรียบ ดอกจะออกเป็นกระจุกสีขาวขนาดเล็ก มีผลสีส้มอวบโตยาวประมาณหนึ่งเซนติเมตร เมื่อสุกจะมีสีน้ำตาลแดงและมีเมล็ดโค้งงอเหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก การขยายพันธุ์ หมาน้อยเป็นพืชหลายฤดู ที่ขยายพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ เช่น การปักชำ การใช้เมล็ด
วิธีการทำลาบจากหมาน้อยอาหารตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นในภาคอีสานนั้นมีดังนี้
1. เลือกใบหมาน้อยที่แก่เต็มที่ ประมาณ 15- 20 ใบ และใบย่านาง 4-5 ใบ มาล้างให้สะอาด แล้วคั้นหรือขยี้กับน้ำสะอาดเพื่อความปลอดภัยใช้น้ำต้มสุก ประมาณ 1 ถ้วย ขณะที่คั้นใบ น้ำคั้นจะมีลักษณะเป็นเมือกข้น คั้นจนเมือกออกจากใบหมดแล้ว กรองเอากากใบออก
2. ต้มปลาเพื่อทำป่นปลา ซึ่งอาจจะใช้ปลาช่อน ปลาหมอ หรือปลาดุกก็ได้ ปรุงน้ำต้มด้วยน้ำปลาร้า และเกลือ ต้มจนปลาสุกดี
3. คั่วพริกสดให้สุกหอม
4. การทำป่นปลา โดยนำพริกที่คั่วมาโขลกให้แตกแต่ไม่ต้องละเอียด แล้วจึงแกะเนื้อปลาต้มลงไปโขลกรวมกันให้ละเอียด จากนั้นเทน้ำที่ใช้ต้มปลาลงไปและคนให้เข้ากันดี จากนั้นใส่พริกป่นและข้าวคั่ว ปรุงรสชาติให้ออกรสเค็มนิดหน่อยด้วยน้ำปลาหรือเกลือ เมื่อนำรวมกับน้ำคั้นหมาน้อยก็จะได้รสชาติพอดี
5. เตรียมหัวหอม สะระแหน่ มะเขือขื่น ถั่วฝักยาวซอย ข้าวคั่วและพริกป่น
6. นำป่นปลามาเทรวมกับน้ำคั้นใบหมาน้อย แล้วคนให้เข้ากัน
7. ใส่หัวหอม สะระแหน่ มะเขือขื่น ถั่วฝักยาวซอย ลงไปผสมรวมกับใบคั้นหมาน้อย และคนให้เข้ากัน ชิมและปรุงรสให้พอดีตามต้องการ เพียงเท่านี้ก็ได้ลาบหมาน้อยแล้ว
--------------
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี