เพื่อสุขภาพที่ดี ในแต่ละวันควรรับประทานน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา ในปัจจุบัน พบว่าคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 23 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มากเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดถึงเกือบ 4 เท่า (ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก)

การกินน้ำตาลมากเกินไป ไม่ว่าจะมาจากเครื่องดื่ม ขนมหวาน หรือจากน้ำตาลโดยตรง เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง น้ำตาลในผลไม้ น้ำตาลในนม จะมีอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ฟันผุ น้ำตาลที่เป็นส่วนเกินจะเก็บสะสมไว้ในร่างกายในรูปของไขมัน ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักเกิน และทำให้ดูแก่ก่อนวัย ผิวหนังเหี่ยวย่น และยังเป็นแหล่งอาหารของเซลล์มะเร็ง เป็นอาหารของยีสต์ในลำไส้ ทำให้ยีสต์เพิ่มจำนวนมากขึ้นและเกิดภาวะลำไส้รั่ว น้ำตาลมีผลเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ดี (HDL) การกินหวานมากทำให้มีปัญหานิ่วในไต การเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายบ่อยๆ ยังเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดโรคหัวใจและมะเร็ง กินน้ำตาลทรายมาก ทำให้น้ำตาลถูกเร่งให้ผ่านเข้าสู่สมองมากเกินไป สมดุลของฮอร์โมนในสมองเปลี่ยนแปลง ผลที่ตามมาคือเกิดอาการเหนื่อย เซ็ง ซึมเซา ไม่กระฉับกระเฉง ยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ป่วยง่าย เนื่องจากน้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดมีสภาวะเป็นกรดมากเกินไป ทำให้เกิดไขมันสะสม น้ำตาลจะถูกเก็บไว้ที่ตับ แต่ถ้ามีมากจนเกินไป ตับก็จะส่งไปยังกระแสเลือดและเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน โดยจะสะสมไว้ในส่วนของร่างกายที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น สะโพก ก้น ขาอ่อน หน้าท้อง หากยังกินน้ำตาลอย่างต่อเนื่องอีก กรดไขมันจะสะสมไว้ที่อวัยวะภายในอื่น ๆ เช่นหัวใจ ตับ และไต ดังนั้นอวัยวะเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกห่อหุ้มด้วยไขมัน และน้ำเมือก ร่างกายจะเริ่มผิดปกติ ความดันเลือดจะสูงขึ้น มีผลต่อการทำงานของสมอง ทำให้รู้สึกง่วงนอน อาการปวดศีรษะเรื้อรัง เป็นตะคริวเวลามีรอบเดือน เป็นสิว ผื่น แผลพุพอง ตกกระ แผลริดสีดวงทวารหนัก ไมเกรน เบาหวาน วัณโรค โรคหัวใจ มะเร็งตับ สิ่งเหล่านี้สัมพันธ์กับการกินน้ำตาลมากเกินไป ทำให้อาการของโรคติดเชื้อที่เป็นอยู่มีสูงขึ้น เพราะเชื้อโรคทุกชนิดใช้น้ำตาลเป็นอาหาร เป็นโรคกระดูกเปราะและฟันผุได้ และอาจเป็นคนโกรธง่าย สมาธิสั้น
ดังนั้น การกินอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไปจึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก และนำไปสู่โรคต่างอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ โรคอ้วน เป็นต้น ดังนั้น ในแต่ละวันเราต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลไม่เกินปริมาณที่กำหนด ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม ส่วนขนมหวาน และผลไม้หวานควรรับประทานแต่พอดี
แหล่งข้อมูล กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข