สมุนไพรไทยตัวช่วย...ต้านหวัดช่วงหน้าฝน

ฤดูฝนของประเทศไทย เป็นฤดูกาลที่ต่อเนื่องจากฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึง เดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน จึงถือว่าเป็นฤดูกาลที่มีระยะเวลายาวนานที่สุด โดยในช่วงหน้าฝน เป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างแปรปรวน และเปลี่ยนแปลงง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้ภูมิต้านทานในร่างกายต่่าลง และยังมี โอกาสท่าให้ร่างกายผิดปกติ เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย เช่น เป็นไข้หวัด คัดจมูก น้่ามูกไหล ไอเจ็บคอ รวมทั้งอาการท้องอืดท้องเฟ้อ วิงเวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นต้น สมุนไพรไทย เป็นมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยอย่างหนึ่งที่มีการน่าเอาพืชสมุนไพรพื้นบ้าน มาเป็นยารักษาโรค รวมถึงเสริมฤทธิ์และสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาอาการเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในฤดูฝน มีสมุนไพรไทยหลายชนิดที่ช่วยในการป้องกัน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหวัดได้ดังนี้
1. ขิง ช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย และมีคุณสมบัติในการช่วยต้านไข้หวัด นอกจากนี้ยังมี สรรพคุณในการช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม โดยสามารถน่ามาปรุงอาหารได้ หลากหลาย เช่น ไก่ผัดขิง หมูผัดซอสขิง หรือจะน่ามาต้มเป็นน้่าขิง ก็สามารถท่าได้เช่นกัน
2. มะขามป้อม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และยังเป็นหนึ่งในต่ารับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไอ คันคอ เจ็บคอ มีเสลด นอกจากนี้ในมะขามป้อมยังมีและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
3. พริกไทย นอกจากจะเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณในการช่วยขับเสมหะ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ท่าให้จมูกโล่งจนหายจากอาการคัดจมูกและไข้หวัด ที่ส่าคัญผู้ที่เป็นไข้หวัด หากกินพริกไทยด่า จะช่วยในการขับเหงื่อและช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้
4. ตะไคร้เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรใกล้ตัวที่มีประโยชน์ในช่วงหน้าฝน โดยเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ ในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบและต้านไวรัสไขหวัดได้ โดยสามารถน่าต้นตะไคร้ มาต้มกับน้่าสะอาดเพื่อจิบบ่อยๆ ได้ตลอดทั้งวัน
5. กระเทียม เป็นสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรคหวัดมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีสรรพคุณ ในการต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลด อาการคัดจมูก ช่วยขจัดเชื้อราที่โพรงจมูก ลดอาการหวัดน้่ามูกไหล คลายเมือกที่โพรงจมูก ท่าให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น หลังจากที่เรารู้สมุนไพรไทยใกล้ตัวแล้ว ลองหามาปรุงอาหารเพื่อรับประทาน เป็นตัวช่วย ช่วงหน้าฝนนี้ ในการต้านหวัด ลดการเจ็บป่วย และเสริมสร้างเกราะภูมิคุ้มกันที่ดีให้ร่างกาย
แหล่งข้อมูล: ส่านักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar