ความมั่นคงทางสุขภาพ ในสถานการณ์ COVID- 19 ของประเทศไทย

 

 

   เหตุการณ์ COVID-19 ที่กำลังเผชิญอยู่เป็นปรากฏการณ์มีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ มีผลกระทบในทาง เศรษฐกิจทั้งเชิงจุลภาคและมหภาค ผลลัพธ์ของวิกฤตการณ์ COVID-19 ครั้งนี้ไม่เพียงแต่มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทางด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ ก่อนและหลักจากการแพร่ระบาดของ โรค COVID-19 ครั้งนี้ โลกแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนไปจากเดิม จะแปรเปลี่ยนเป็นวิถีทางหลักของ ความมั่นคงในทางปฏิบัติประเทศต่าง ๆ

 กระทรวงสาธารณสุขในแต่ละประเทศจะกลายเป็นกระทรวงด้านความมั่นคง หลังวิกฤต COVID-19 คาดว่าการบริการสาธารณสุขจะมีอย่างทั่วถึงและครอบคลุมมากขึ้น ความไม่แน่นอนของ สถานการณ์ที่ผันเปลี่ยนจะมีผลต่อความเป็นไปของการดำเนินนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศ หลังจากเหตุการณ์ COVID-19 มุมมองต่อการดำเนินนโยบายความมั่นคงในเชิงเผยแพร่ประชาธิปไตยจะถูกลดคุณค่าลง COVID-19 นับเป็นวิกฤตการณ์ที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของ แม้ความเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์จะยังไม่สามารถบ่งชี้ได้แน่ชัด แต่จะ เกิดผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงในระยะยาว (Pitsuwan, 2021) และมีผลกระทบต่อไทย ภายหลังการระบาดของไวรัส COVID-19 สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในกว่า 200 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่จัดเป็นภัยความมั่นคงรูปแบบหนึ่งซึ่งปรากฏ จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐฯ ทั้งนี้ การระบาดส่งผลกระทบต่อ มิติทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมีแนวโน้มว่าหลายประเทศจะให้ความสำคัญกับ กิจการภายในประเทศมากขึ้นจากแนวคิดชาตินิยม ท่ามกลางความล้มเหลวในการแก้ปัญหาขององค์การระหว่าง ประเทศและ ความร่วมมือระดับภูมิภาค นอกจากนี้จีนมีแนวโน้มก้าวขึ้นมามีบทบาทนำในการเมืองโลกมากขึ้น (Office of the National Security Council, 2021) การดำเนินงานที่ผ่านมา ในปี 2563 หน่วยงาน ด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเพื่อพัฒนา กลไกใน การบริหารจัดการความมั่นคงและแก้ไขปัญหา

       ดังนั้นในประเทศไทยจึงจัดทำแผนการบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง แต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นกลไกอำนวยการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้าน การบูรณาการข้อมูลด้าน ความมั่นคง รองรับยุทธศาสตร์ชาติในทุกด้านและการบริหารประเทศในทุกมิติให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ที่เกี่ยวข้องได้อย่างครอบคลุมเพื่อสนับสนุนการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติในทุกมิติได้อย่างยั่งยืน ดำเนินการ ตามแผนการบูรณาการกลไกบริหารจัดการความมั่นคง การป้องกันแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสนับสนุน นโยบายดังกล่าวรัฐบาลได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารจัดการการท่างานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 อีกทั้งยังปรับปรุงรูปแบบการจ้างงานให้เป็นมาตรฐานสากล ปรับปรุงอัตราโทษ และดึงภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วน ร่วม เพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์จากแรงงานต่างด้าว ในปีพ.ศ. 2561 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการบริหาร จัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา อาทิเช่น การผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวท่างานในประเทศไทยตามมาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 การดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการจัดทำฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าว ให้มีเอกภาพเป็นฐานเดียวกัน, การจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วย ทะเบียนราษฎรให้กับแรงงานต่างด้าว ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเพื่อการทำงานหรือการวางระบบสารสนเทศเพื่อการ จัดระบบฐานข้อมูลของแรงงานต่างด้าวโดยมีกระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ และประสาน ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นต้น (Office of the Permanent Secretary, Ministry of Labor, 2021) ทั้งนี้ประเทศจึงต้องมีการปรับตัวต่อปัญหาโรคระบาด COVID-19 และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทาง ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแสดงต่าง ๆ ทั้งระดับระหว่างประเทศ ระดับรัฐ และในระดับสังคม กฎระเบียบ กฎหมาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นพลวัตรขับเคลื่อนประเทศต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูล : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/49320
                  : https://so02.tci-thaijo.org/index.php/eduthu/article/view/257136

                  : https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ajcph/article/view/258300
                  : https://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/11228/5616/hsri-journal-v16n2-p169-182.pdf?sequence=1&isAllowed=y


 

 

 

 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar