(14 ก.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ณ บริเวณหน้าห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร
สรุปสาระสำคัญ ![]()
แต่งตั้งประธานที่ปรึกษาฯ คนใหม่: แต่งตั้ง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังนายจักกพันธุ์ ผิวงาม แจ้งความประสงค์ไม่ขอรับตำแหน่ง ยืนยันไม่มีความขัดแย้งและยังคงให้คำปรึกษาแก่ กทม. ตามโอกาส
เร่งสอบเหตุเพลิงไหม้ลาดพร้าว: ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อทบทวนข้อบกพร่องและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 69 เวลา 09.30 น. เสียชีวิต 30 ราย กำลังพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย และบาดเจ็บรวม 75 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ กลับบ้านแล้ว 36 ราย
ปรับเกณฑ์ตรวจเข้มกว่ากฎหมาย: สั่งการทุกสำนักงานเขตตรวจเชิงรุกสถานประกอบการในพื้นที่ พร้อมใช้มาตรฐานเดียวกับสถานบริการเป็นแนวทางในการตรวจ โดยปรับปรุง Checklist ให้เข้มงวดกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น การตรวจวัสดุตกแต่งที่ลามไฟ เพื่อความปลอดภัย
เน้น “สุ่มตรวจ” ช่วงเปิดให้บริการจริง: กำชับให้ตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและลงพื้นที่ในเวลาที่ร้านเปิดบริการจริง เพื่อตรวจสอบสภาวะการใช้งานทางหนีไฟ ประตูหนีไฟ รวมถึงทดสอบระบบไฟฉุกเฉินและอุปกรณ์ดับเพลิง
ควานหาอำนาจกฎหมายอื่นสั่งปิดร้านเสี่ยง: สั่งใช้มาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับสถานบริการเข้าตรวจ แม้ร้านจะอยู่นอกโซนนิ่ง โดยให้ใช้ พ.ร.บ.การสาธารณสุข และ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าประยุกต์บังคับใช้เพื่อสั่งระงับกิจการหรือสั่งปิด หากพบว่าอันตราย โดยไม่ต้องรอแก้กฎหมายหลัก
.
เตรียมเสนอ มท. ปรับโซนนิ่งให้ยืดหยุ่น: เตรียมหารือกระทรวงมหาดไทยทบทวนแนวทางกฎหมายและปรับโซนนิ่งให้เหมาะสม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเมืองในปัจจุบัน โดยเน้นความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง และพร้อมผลักดันข้อบัญญัติท้องถิ่นของ กทม. เองหากจำเป็น
ทำบัญชีร้านเปิดเกินเวลา/ทุนเทา ส่งปลัดทุกเดือน: สั่งการทุกเขตทำข้อมูลสถานประกอบการที่เปิดเกินเวลา ขายสุราเกินกำหนด หรือธุรกิจต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนสีเทา ส่งรายงานต่อปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประจำทุกเดือน เพื่อประสานหน่วยงานที่มีอำนาจตรง เข้าดำเนินการอย่างจริงจัง
ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ: มอบหมาย รองผู้ว่าฯ ทวิดา ติดตามกรณีค่ารักษาพยาบาลและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ประสานเข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาในระบบแล้ว