วันนี้ (27 ส.ค. 2568) เวลา 13.30 น. นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568 เพื่อสรุปหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุสู้รบตามแนวไทย - กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ได้รับผลกระทบรวม 315,476 ครัวเรือน เสียชีวิตรวม 22 ราย และได้รับบาดเจ็บ 40 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 68 เวลา 18.00 น.) และมีทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์เสียหายเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568 เสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินงบประมาณ 1,515,967,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568
“สำหรับประชาชนที่จะได้รับเงินช่วยเหลือฯ ในครั้งนี้ จะต้องเป็นประชาชนที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และได้อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัย โดยประชาชนผู้ประสบภัยที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัย ตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท และประชาชนที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัย ไม่เกิน 7 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 2,000 บาท ทั้งนี้ จะต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ ต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้าน และผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) สำหรับผู้ประสบภัยที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว/พื้นที่ปลอดภัยหลายครั้ง จะได้รับเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว” นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
ด้านนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำชับให้ทั้ง 7 จังหวัด เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปตามแนวทางและหลักเกณฑ์ฯ อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทั้งในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องมีการจัดประชาคมหมู่บ้านเพื่อรับรองในระดับพื้นที่ ก่อนที่จะส่งข้อมูลให้อำเภอและจังหวัดประชุม ก.ช.ภ.อ. และ ก.ช.ภ.จ. เพื่อรับรองและยืนยันข้อมูล แล้วส่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตรวจสอบและส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินทำการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยผ่านทางระบบ promptpay ต่อไป ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบและตรวจสอบการผูก promptpay บัญชีธนาคารกับเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย เพื่อที่ประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็ว”
สำหรับประชาชนที่เข้าเกณฑ์การได้รับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ ปี 2568 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 68 สามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือได้ ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ (27 ส.ค. 68) เป็นต้นไป โดยเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้องให้พร้อม ประกอบด้วยสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X @DDPMNews