ข้อมูลชนเผ่าลาหู่ในประเทศไทย และภาพรวมทั่วโลก
ลาหู่ เป็นชื่อของชนเผ่ากลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่บนภูเขา ในอดีตคนพื้นราบโดยทั่วไป มักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า "มูเซอ" แต่ว่า ในระยะต่อมาก็ได้เรียกกันจนเป็นที่รับรู้ว่าเป็นชนเผ่า "ลาหู่“ ปัจจุบันในประเทศไทยมีจำนวนชาติพันธุ์ลาหู่ อาศัย อยู่ราว 1.5 แสนคน โดยกระจายอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย – พม่า กว่า 800 หมู่บ้าน พื้นที่ที่มีชาติพันธุ์ลาหู่อาศัยอยู่มากได้แก่ จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง และเชียงใหม่ ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีชาติพันธุ์ลาหู่อาศัยอยู่กระจายใน 25 อำเภอ มีจำนวน ทั้งสิ้น กว่า 80,000 คน โดยเฉพาะตามพื้นที่ติดชายแดน ชาติพันธุ์ลาหู่มักจะอาศัยปะปนกับชาติพันธุ์อื่น ๆ หรือคนไทย เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่คนรุ่นใหม่มองเห็นคุณค่าตัวตนและวัฒนธรรมประเพณีของชาติพันธุ์ลาหู่น้อยลง ประกอบกับมีการผสมผสานวิถีชีวิตและวัฒนธรรมตามชุมชน ที่ตนอาศัยอยู่ร่วมกัน การอนุรักษ์จึงเป็นหนทางหนึ่งที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน ในการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่ ให้ดํารงอยู่ในท้องถิ่นควบคู่กับความเจริญ ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งการดํารงไว้ซึ่งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม นับว่าเป็นเสน่ห์ของชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่และประเทศไทย จึงได้เกิดการดำเนินโครงการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีชาติพันธุ์ลาหู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นการ ส่งเสริม ฟื้นฟู อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีชาติพันธุ์ลาหู่ ในประเทศไทยขึ้น
การดำเนินโครงการสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีชาติพันธุ์ลาหู่ ในประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือของชาติพันธุ์ลาหู่จาก 7 ประเทศ ได้แก่ ชาติพันธุ์ลาหู่จากประเทศไทย ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศอเมริกา และประเทศลาว โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม อนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของชาติพันธุ์ลาหู่ดั้งเดิมไว้ให้ลูกหลานชาติพันธุ์ลาหู่ได้สืบทอดต่อไป
2. เพื่อเผยแพร่ แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของชาติพันธุ์ลาหู่ในสังคมเชียงใหม่ สังคมไทยและสังคมโลก
3. เพื่อสนับสนุนชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่ให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง มีการสร้างเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรม และประเพณี
4. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่
5. เพื่อสนับสนุนให้เกิดพื้นที่และกิจกรรมเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของชาติพันธุ์ลาหู่
6. เพื่อส่งเสริมให้ชาติพันธุ์ลาหู่รุ่นใหม่รู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง เกิดความภาคภูมิใจ มีความรู้สึกหวงแหนและช่วยกันรักษาสืบไป
ข้อมูลพิธีดำหัวผู้ใหญ่ ตามประเพณีชาติพันธุ์ลาหู่
พีธีรดน้ำดำหัว
ประเพณีรดน้ำดำหัว เป็นพิธีในวันขึ้นปีใหม่ของชาวลาหู่ เป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพนบน้อบต่อบิดามารดา ผู้ใหญ่ หรือผู้มีพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจเคยล่วงเกินผู้ใหญ่ อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองตลอดไปตั้งแต่วันแรกของการเริ่มต้นปีใหม่
ความเป็นมาประเพณีปีใหม่ลาหู่
ประเพณีกินวอ การเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวเขาเผ่าลาหู่
การเฉลิมฉลองปีใหม่ ในภาษาลาหู่(มูเซอ) เรียกว่า ประเพณี เขาะเจ๊าเว ซึ่งแปลว่า "ปีใหม่การกินวอ" ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่บรรดาญาติมิตร ได้กลับมาร่วมงานกันที่บ้านอย่างพร้อมเพรียงเรียงกัน เทศกาลของลาหู่ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แตกต่างจากชนเผ่าอื่นๆ ซึ่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวลาหู่ หรือ มูเซอ นับว่าใช้เวลานานพอสมควร นั่นคือ 12 วัน โดยมีการแบ่งการฉลองออกเป็น 2 ช่วง นั่นคือ
-ช่วงแรก เป็นการฉลองปีใหม่สำหรับผู้หญิง เรียกว่า "เขาะหลวง" หรือ "ปีใหญ่" เป็นระยะเวลา 6 วัน
-ช่วงที่สอง เป็นการฉลองปีใหม่สำหรับผู้ชาย เรียกว่า "เขาะน้อย" หรือ "ปีเล็ก" เป็นระยะเวลา 6 วัน
ทั้งสองช่วงนั้น จะมีเวลาว่างหรือหยุดกิจกรรมตรงกลางระหว่างนั้น 1-2 วัน
การฉลองปีใหม่หรือการกินวอนี้ เป็นประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเผ่า และไม่ได้กำหนดวันไว้อย่างเฉพาะเจาะจงว่าจะจัดขึ้นวันไหน แต่จะมีการตกลงร่วมกันให้จัดในช่วงเวลาที่สมาชิกของกลุ่มตนเสร็จสิ้นจากภาระกิจการงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทำไร่ ทำสวน ก็ตามส่วนมากก็จะทำเหมือนกันและเริ่มพร้อมกัน เมื่อเก็บเกี่ยวพืชผลของตนเสร็จแล้วก็จะจัดงานกินวอกันขึ้น เวลาที่จะจัดงานปีใหม่นี้อาจจะจัดในช่วง มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม
ในงานเลี้ยงวันปีใหม่ของ ลาหู่ จะมีการใช้ หมูดำ เป็นหลักในการไหว้และการเลี้ยงกัน กล่าวคือ จะมีการฆ่าหมูดำ แล้วเอาส่วนที่เป็นเนื้อหมูและหัวของหมู นำไปเซ่นไหว้ต่อเทพเจ้าอื่อซา ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวลาหู่ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก พร้อมกับข้าวเหนียวนึ่งที่นึ่งแล้วมาตำให้เหนียว เมื่อเสร็จแล้วก็ปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ เรียกว่า "อ่อผุ" บางที่จะได้ยินเรียกกันว่า "ข้าวปุ๊ก" แล้วจึงน้ำเนื้อหมูดังกล่าว มาปรุงหรือทำเป็นอาหารเลี้ยงกันอย่างเต็มที่
การเต้นก่าเคะเว
ช่วงกลางคืนจะมีการเต้นรำทุก ๆ คืน ลาหู่เรียกว่า "ก่าเคะเว" ซึ่งแปลว่า "ปีใหม่การกินวอ" ท่าทางการเต้นจะเป็นวิถีชีวิตการเกษตร เริ่มตั้งแต่การเตรียมเพาะปลูกเก็บเกี่ยวพร้อมเฉลิมฉลอง ตั้งแต่หัวค่ำไปจนกระทั่งรุ่งสาง เวลากลางวันชาย - หญิงลาหู่ จะมีการละเล่นกัน แต่แตกต่างกันกล่าวคือ ผู้ชายจะมีการเล่นขว้างลูกข่าง ฝ่ายผู้หญิงจะมีการเล่นลูกสะบ้า และการเล่นโยนลูกบอล ขนาดประมาณกำปั้นมือ ซึ่งเป็นลูกบอลที่ทำมาจากผ้าเย็บไว้ด้านนอกเสมือนเป็นการห่อ โดยข้างในห่อนั้นจะบรรจุแกลบหรือรำข้าวไว้ โดย การแสดงต้อนรับ ด้วยการเต้นรำแบบชนเผ่าลาหู่ เรียกว่า (ก่าเคะเว) จากประเทศไทย จีน และเมียนมา เป็นการแสดงที่นายกฯ จะรับชม ในวันศุกร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2567 ในพิธีเปิด เวลา 10.00 น (จำนวน 1 ชุด 5 นาที)