<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวภาครัฐ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/39</link>
<atom:link href="https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/39" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” ร่วมขบวนนายกฯ เยือนจีน เร่งเครื่องดันสินค้าไทยเข้าตลาดจีน ยกระดับบทบาท MSMEs ในห่วงโซ่เศรษฐกิจระดับภูมิภาค]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523977</link>
<guid isPermaLink="false">77a510d05fe9448ca6ef6d07f793b49d</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเดินทางเข้าร่วมการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่&nbsp;19 -&nbsp;20 กรกฎาคม&nbsp;2569 ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลในการกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในทุกมิติ</p>

<p>นางศุภจี เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีจีน&nbsp;(นายหลี่ เฉียง) และประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (นายจ้าว เล่อจี้) เพื่อขับเคลื่อนการขยายตลาดสินค้าพรีเมียมของไทยที่ตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวจีน อาทิ ผลไม้ไทย สินค้าเกษตรนวัตกรรม อาหารเพื่อสุขภาพ โดยไทยมุ่งหวังให้จีนนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้นเพื่อให้เกิดการค้าที่สมดุล ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพจากจีน โดยผลักดันการใช้&nbsp;Local Content ในไทย นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะ<br />
การขอขึ้นทะเบียนสินค้า&nbsp;GI ของไทยในจีน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น<br />
<br />
ในโอกาสนี้ ตนได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) จำนวน&nbsp;2 ฉบับ ได้แก่&nbsp;<br />
<br />
1)&nbsp;MoU ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์สองฝ่าย ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการเจรจาความตกลงยกระดับการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA 3.0) โดยจะมีการจัดตั้งกลไกการประสานงานสองฝ่าย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไทย-จีน ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทและยกระดับขีดความสามารถของ&nbsp;MSMEs ให้สามารถมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของสาขาต่าง ๆ อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรม แร่ธาตุ ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสีเขียว และ&nbsp;2)&nbsp;MoU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดของจีน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนกำหนดจุดติดต่อประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นทั้งในตลาดภายในประเทศและ<br />
บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของแต่ละฝ่าย</p>

<blockquote>
<p>&ldquo;กระทรวงพาณิชย์จะสานต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ผู้นำสองฝ่ายได้พูดคุยกันไว้จากการเยือนทางการของท่านนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ในการประชุม&nbsp;JC เศรษฐกิจไทย-จีน ซึ่งดิฉันและท่านรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง ของจีนจะทำหน้าที่เป็นประธานร่วมกันต่อไป&rdquo; นางศุจีกล่าว</p>
</blockquote>

<p>ทั้งนี้&nbsp;จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยมาตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568 การค้าไทยกับจีนมีมูลค่า 147,338.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.13 เมื่อเทียบกับปี 2567 และในปี 2569 (มกราคม - พฤษภาคม) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 74,140.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.38 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 โดยแบ่งเป็นการส่งออกจากไทยไปจีน&nbsp;18,754.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากจีนมาไทย&nbsp;55,386.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าสำคัญของไทย อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ยางพารา ในขณะที่สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากจีน อาทิ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ โดยเป็นการนำเข้าสินค้าทุน สินค้าขั้นกลาง และชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีน ซึ่งมีมูลค่าสูงและเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของไทยที่สะท้อน<br />
&nbsp;</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166665">https://www.thaigov.go.th/th/news/166665</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202607207755574ef37984f7e36ce6524e70343f160329.jpg' type='image/jpg' length='280745' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงยุติธรรมมอบเงินเยียวยาทายาทผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ด้าน อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงจ่ายตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมเดินหน้าดัน พ.ร.บ.กองทุนเหยื่อคดีอาญา ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523960</link>
<guid isPermaLink="false">ec29cd7a24337fe39144030e328c8036</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 15:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงยุติธรรมมอบเงินเยียวยาทายาทผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ &quot;โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว&quot; ด้าน อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงจ่ายตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมเดินหน้าดัน พ.ร.บ.กองทุนเหยื่อคดีอาญา ลดภาระงบประมาณแผ่นดิน<br />
<br />
วันนี้ (20 ก.ค. 69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย กรณีเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ภายใต้งาน คุ้มครองคน...คุ้มครองสิทธิ... เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม โดยมีนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ คณะผู้บริหาร ทายาทผู้เสียชีวิต และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม<br />
<br />
นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยว่า การมอบเงินในครั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตรายละ 300,000 บาท ซึ่งปรับขยายเพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิมที่จ่าย 200,000 บาท โดยผู้รับเยียวยาจะต้องเป็นผู้เสียหายที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่เป็นผลมาจากการกระทำของผู้อื่น เช่น ผู้ที่เข้าไปใช้บริการ<br />
<br />
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดประชุมเร่งด่วนในวันอังคารที่ผ่านมาและมีมติอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้เสียชีวิต ณ วันนั้น จำนวน 31 ราย จากยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 34 ราย โดยมอบในพิธีวันนี้ 14 ราย รวมเป็นเงิน 4,200,000 บาท และส่วนที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีโดยตรง รวมเป็นเงินเยียวยาทั้งสิ้นกว่า 9,300,000 บาท ส่วนกรณีของเจ้าของร้านหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรอผลการสอบสวนหากพบว่าเป็นผู้กระทำความผิดจะไม่ได้รับเงินเยียวยาในส่วนนี้<br />
<br />
สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการนำเงินภาษีประชาชนมาจ่ายเยียวยาในคดีอาญานั้น นายไตรยฤทธิ์ ชี้แจงว่า ทางกรมฯ รับฟังทุกความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สังคมจะนำไปร่วมพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์ในอนาคต แต่ในปัจจุบันการดำเนินการของภาครัฐต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ประสบความสูญเสีย ซึ่งหลายครอบครัวไม่มีเงินกระทั่งจัดงานศพจนต้องกู้หนี้ยืมสิน หากภาครัฐไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็อาจถูกร้องเรียนว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยกันขยายวงการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์<br />
<br />
นอกจากนี้ นายไตรยฤทธิ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดการจัดตั้ง &quot;กองทุนช่วยเหลือเหยื่อในคดีอาญา&quot; ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐต้องใช้งบประมาณแผ่นดินปีละหลายร้อยล้านบาทในการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้ทำความผิดจากโศกนาฏกรรมต่างๆ เช่น เหตุเครนถล่ม ตึก สตง. ถล่ม หรือเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ซึ่งตามหลักการแล้วผู้กระทำผิดสมควรเป็นผู้ชดใช้ แต่หากรอผลคดีแพ่งจะใช้เวลานานจนไม่ได้เยียวยาจริง<br />
<br />
ทาง กรมฯ จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีอภิปรายรับฟังความคิดเห็น ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งกองทุนเหยื่อในรูปแบบ พ.ร.บ. แยกต่างหาก ซึ่งไม่กระทบกับ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนฯ เดิม โดยกองทุนนี้จะมีแหล่งเงินทุนนอกเหนือจากงบประมาณปกติ เช่น เงินบริจาค หรือค่าปรับผิดสัญญา เพื่อนำไปจ่ายเยียวยาเบื้องต้น แล้วให้กองทุนทำหน้าที่ &quot;ไล่เบี้ย&quot; ทวงเงินคืนจากผู้กระทำความผิดในภายหลัง ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินจากเงินภาษีประชาชนอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202607203112beb878f514f8323ff57407537a7f153312.png' type='image/png' length='555217' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกเยี่ยมชม วัดลามะ ส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรม]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523929</link>
<guid isPermaLink="false">9fcfeee5709a025896aca783bd7edea2</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569) เวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินทางเยี่ยมชมและสักการะพระพุทธรูปสำคัญ ณ วัดลามะ (Lama Temple)</p>

<p>นายกรัฐมนตรีและคณะได้จุดธูปสักการะพระพุทธรูปและรูปเคารพพระโพธิสัตว์ภายในวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลเพื่อประเทศไทยและความสัมพันธ์ไทย-จีน เจริญรุ่งเรือง พร้อมยังส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ในด้านพระพุทธศาสนา &nbsp;ก่อนเดินทางกลับจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งและจะเดินทางถึงกรุงเทพ ฯ เวลาประมาน 19.40 น. คืนนี้</p>

<p>อนึ่ง วัดลามะ &rdquo;ยงเหอกง&ldquo; (雍和宫)&rsquo; แปลเป็นไทยว่า &lsquo;พระตำหนักยงเหอ&rsquo; อดีตเคยเป็นที่ประทับของ 2 จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิง เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม 4 สายหลักแห่งชนชาติจีน คือชนชาติฮั่น แมนจู มองโกล และทิเบต ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมของปักกิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1694 เพื่อใช้เป็นที่ประทับให้แก่ จักรพรรดิยงเจิ้ง (雍正) ต่อมาฮ่องเต้เฉียนหลงที่เป็นพระราชโอรสก็ได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อ ในปี ค.ศ. 1744 พระองค์ทรงได้ยกบริเวณพื้นที่พระตำหนักทั้งหมดให้แก่พระภิกษุชาวทิเบต และเปลี่ยนชื่อที่นี่เป็น &ldquo;วัดลามะ&rdquo;</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166661">https://www.thaigov.go.th/th/news/166661</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720bcfab3fd15ce2f532e65d2088b22dc25150801.jpg' type='image/jpg' length='442144' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ต้องการช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุด เตรียมกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ให้ครอบคลุมความจริงมากขึ้น พร้อมขยายเวลาทบทวนถึง 20 ก.ย. นี้]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523910</link>
<guid isPermaLink="false">84ddff520803578a963c09003635dabe</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (20 ก.ค. 69) เวลา 11.10 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</p>

<p>นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าหลักเกณฑ์บางประการยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงและได้จัดให้มีการลงทะเบียนใหม่ รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงเร่งหารือร่วมกันทบทวนหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของประชาชนมากขึ้น จึงได้ได้มาแถลงการณ์ให้ข้อมูลในวันนี้</p>

<p>นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวขออภัยถึงความไม่สะดวกของกระทรวงคมนาคมในด้านหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการปฏิบัติ ซึ่งพบปัญหาข้อจำกัดทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวก ซึ่งหนึ่งในเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้รับสิทธิต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยกเว้น 4 ข้อ ได้แก่ 1. มีรถจักรยานยนต์ ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2. มีรถสามล้อ 3. มีรถยนต์ 4 ล้อ เล็กรับจ้าง 4. รถใช้งานเพื่อการเกษตรมีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน โดยประเด็นดังกล่าวพบปัญหาว่า ประชาชนจำนวนมากมีรถยนต์ลักษณะดังกล่าวจำนวนมากเป็นรถเก่าและมูลค่าต่ำ แต่ยังไม่มีแทงทะเบียนออกจากระบบ มีรถยนต์สูญหายสิ้นสภาพการใช้งาน แต่ยังไม่มีการตีทะเบียนออก มีการขายและโอนลอย แต่ยังไม่มีการจดโอนกรรมสิทธิ์ หรือมีการถูกสวมสิทธิในการซื้อรถของคนอื่น ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงได้มีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังได้มีการทบทวนปรับหลักเกณฑ์พิจารณาดังต่อไปนี้<br />
- รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์ ที่อายุการใช้งานเกิน 15 ปี จะไม่นำมาคิด<br />
- การถือครองรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ไม่เกิน 2 คัน และมีการผ่อนอยู่ จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ ในส่วนของประเด็นที่รถจักรยานยนต์บางคัน อายุอาจไม่ถึงแต่สิ้นสภาพไปแล้ว ในเรื่องดังกล่าวกรมการขนส่งทางบกจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ โดยกรมการขนส่งทางบกจะจัดทำบันทึก โดยข้อมูลบันทึกจะถูกส่งต่อเพื่อใช้ในการอุทธรณ์<br />
- รถที่ได้จำหน่าย และมีการโอนลอยแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ สามารถดำเนินการลงบันทึกที่กรมการขนส่งทางบกได้<br />
- กรณีที่มีการถูกแอบอ้างชื่อ สามารถนำเรื่องดังกล่าวอุทธรณ์ต่อกรมการขนส่งทางบก<br />
สำหรับประชาชนบางส่วนที่ไม่สะดวกในการเดินทางที่ไปกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดทำแบบฟอร์ม ซึ่งได้ทำงานร่วมกันกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล<br />
ส่วนกรณี นักเรียนนอกระบบการศึกษา หรือยากจน ที่เรียนเพิ่มเติมเพื่อยกระดับชีวิต จะไม่ถูกตัดสิทธิ์เพราะการเป็นนักเรียน แต่จะพิจารณาอย่างอื่นประกอบด้วย</p>

<p>ด้านนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าได้ดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ดังนี้&nbsp;<br />
1. ประสานงานกับจังหวัดและทุกอำเภอทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ทั้งในส่วนของผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านการรับรองได้รับสิทธิ์แล้ว จะประชาสัมพันธ์ในการตรวจสอบสิทธิ์ที่ได้รับเพิ่มเติม เช่น ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ผ่านการพิจารณา จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงขั้นตอนการอุทธรณ์/การทบทวนสิทธิ์&nbsp;<br />
2. การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการของรัฐโดยตั้งเป็น One Stop Service ที่ทุกอำเภอ ซึ่งประชาชนสามารถไปแจ้งทบทวนสิทธิ์ นอกจากนี้ อาจจะมีประชาชนที่ไม่สะดวกในการเดินทาง จึงมีโครงการอำเภอพึ่งได้ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปรับเรื่องราวต่างๆ ถึงในระดับพื้นที่ โดยแต่ละอำเภอจะวางแผนลงพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม และธนาคารต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งจะมีกำหนดการในการลงพื้นที่และจะแจ้งให้ทราบถึงแผนงาน ซึ่งการประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ โดยจะใช้เสียงตามสายและหอกระจายข่าวหมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อว่าจะสามารถประชาสัมพันธ์ให้ได้รับรู้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ&nbsp;<br />
3. ประชาสัมพันธ์ให้นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ของอำเภอ แจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆในแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความสับสน ในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐบาล ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน รับเรื่องราวและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ทั้งหมด ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้การประสานงาน บุคลากรหรือกลไกของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยยินดีที่จะเป็นภาคีเครือข่าย ให้ความร่วมมือในการนำข้อมูลทั้งหลายและข่าวสารต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบสิทธิ์ จะไปบริการให้ถึงในพื้นที่เพื่อลดภาระของประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ผู้ตรวจกระทรวง ปลัดจังหวัดแต่ละจังหวัดลงพื้นที่กำกับติดตามเรื่องนี้อีกทางหนึ่งด้วยแล้ว</p>

<p>ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า การกำหนดหลักเกณฑ์มีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับความเดือดร้อนจริง โดยภายหลังการประมวลผลข้อมูลและพิจารณาข้อเท็จจริง การพิจารณาปรับเกณฑ์ต่างๆ ได้มีการสำรวจข้อมูล ความเดือดร้อน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักในเรื่องนี้ แต่ต้องยอมรับว่ากระทรวงต่างๆ มีข้อจำกัด เมื่อมีข้อเท็จจริงออกมา กระทรวงการคลังพร้อมรับเรื่องและกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน เช่น กรณีรถยนต์ที่มีการโอนลอย จะมีการตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีที่จะจัดการกับฐานข้อมูลและทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่าไม่ใช่เรื่องของการรับผิดอย่างเดียวแต่ยังมีเรื่องของสิทธิต่างๆ ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ที่ประชาชนได้ขอทบทวนเข้ามา ซึ่ง ณ วันนี้ ประชาชนมาขอทบทวนสิทธิ์แล้ว 2.9 ล้านราย กว่าร้อยละ 40 เป็นเรื่องรถยนต์ โดยกระทรวงการคลังจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพิจารณาและนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะได้เร่งสำหรับคนที่เข้าใหม่ได้สิทธิทันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยการลงทะเบียนในครั้งนี้เป็นแบบเชิงรุก พบว่ายังมีคนไม่เคยได้สิทธิ์มาก่อน 2.3 ล้านคน โดยมีการยืนยันตัวตนแล้ว 8.4 แสนราย</p>

<p>วันนี้เป็นโอกาสของประเทศไทยที่ได้รับข้อมูลของผู้ที่เดือดร้อนมากขึ้น วันนี้ระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะมีการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมดูแลในแต่ละกลุ่มต่อไป ไม่ใช่เรื่องของการใช้บัตรสวัสดิการ มาตรการอื่นๆ ก็ต้องเร่งปรับปรุง ซึ่งกระทรวงต่างๆ ได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือทุกคนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และหลังจากนี้ คนที่ไม่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะถ่ายโอนให้ใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส อีก 2 เดือน ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านราย ยืนยันว่า ทุกเงื่อนไขกระทรวงการคลังได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ &nbsp;เพราะต้องยอมรับว่าหลายคนมีการทุจริตนำชื่อไปยื่นเพื่อลดภาษี ซึ่งตรงนี้ก็เป็นโอกาสในการตามคนที่เอาชื่อไปแอบอ้าง และการคืนสิทธิ์ให้ทุกท่านต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569</p>

<p>นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงมหาดไทยจะเป็นหนึ่งในคนที่อำนวยความสะดวกประชาชน และใช้กำลังกำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่บริการประชาชนถึงบ้าน ส่วนข้อมูลที่ได้มาแล้วก็จะส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระทรวงการคลังเพื่อคัดกรอง การเก็บข้อมูลในครั้งนี้ละเอียดมาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเอาข้อมูล ต่างๆ ไปตรวจสอบความถูกต้อง เพราะไม่อยากให้ประชาชนโดนเอาชื่อของตัวเองไปเปิดเป็นบัญชีม้าเพื่อต่อธุรกิจบางอย่าง ซึ่งก็อาจจะมีในส่วนของนอมินีและธุรกิจสีเทาที่นำไปแอบอ้าง อันนี้ก็จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมส่วนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังสามารถลงทะเบียนที่การไฟฟ้าและการประปา เพื่อสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท รวมถึงการขอใช้น้ำประปาฟรี ส่วนระยะเวลาการอุทธรณ์ จะขอ ครม. ให้ยืดระยะเวลาออกไปอีก ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลละเอียดรอบคอบมากขึ้น</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166658">https://www.thaigov.go.th/th/news/166658</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720bafa6b88801617881b357c77b7558ae8145723.jpg' type='image/jpg' length='424694' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.ดีอี ร่วมคณะหารือ นายกรัฐมนตรีไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือการลงทุนสมัยใหม่ ความมั่นคง และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมลงนาม MOU 15 ฉบับ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523906</link>
<guid isPermaLink="false">eaf3ee6691f0d56b606801eb6fb7888b</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ณ ห้อง East Hall ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน</p>

<p>สำหรับ 5 ประเด็นความร่วมมือหลัก ได้แก่ 1.การค้าและการลงทุน 2.การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน 3. ความมั่นคง 4. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และ 5. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ</p>

<p>พร้อมทั้งพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166657">https://www.thaigov.go.th/th/news/166657</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720f1a744b9ebaa49d2343881eebb546671145421.jpg' type='image/jpg' length='262750' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.ดีอี หารือ ปณท ติดตามการยกระดับแพลตฟอร์ม ThailandPostMart หนุนสินค้าภาครัฐ – ชุมชน ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523897</link>
<guid isPermaLink="false">b924e231c4f1c9d3e99d1c28fdf61979</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามการยกระดับแพลตฟอร์ม ThailandPostMart ร่วมกับนางสาวปิลันธนี สุวรรณบุบผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน (ธุรกิจและการตลาด) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และคณะ เพื่อสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้โครงการภาครัฐ พร้อมส่งเสริมการจัดทำ Content และ Storytelling ในสินค้าชุมชน และสินค้าของผู้ประกอบการไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างการรับรู้ในแบรนด์ ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166655">https://www.thaigov.go.th/th/news/166655</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720b3f2118b93c04f57cc503e6606c4a71a144441.jpg' type='image/jpg' length='266628' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.ดีอี ร่วมคณะนายกฯ วางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน พร้อมพบหารือ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ผลักดันความร่วมมือด้าน อวกาศ- ยานยนต์ไฟฟ้า และ AI]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523873</link>
<guid isPermaLink="false">d5fc189abf89d2b1961960602e3ab3e7</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 กรกฎาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนพบหารือนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อมิตรภาพไทย&ndash;จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมผลักดันความร่วมมือ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ ๆ อาทิ อวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ &nbsp;การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และกระชับความร่วมมือระหว่างรัฐสภาทั้งสองให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศด้วย</p>

<p>ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยและจีนจะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่<br />
&nbsp; 1. &nbsp; &nbsp;การเมืองและความมั่นคง จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม รวมถึงร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งหลอกลวงออนไลน์<br />
&nbsp; 2. &nbsp; &nbsp;เศรษฐกิจและการลงทุน ส่งเสริมการค้าที่สมดุล การลงทุนคุณภาพสูงที่สร้างงานและมูลค่าเพิ่มในไทย ตลอดจนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน<br />
&nbsp; 3. &nbsp; &nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนด้านสื่อ เพื่อสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนไทย&ndash;จีน<br />
&nbsp; 4. &nbsp; &nbsp;ความร่วมมือระดับภูมิภาค สนับสนุนบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน ความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง การแก้ไขปัญหาในภูมิภาคผ่านการเจรจา และการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา</p>

<p><br />
ในโอกาสนี้ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ได้กล่าวว่า จีนพร้อมสนับสนุนไทยการดำเนินงานและความร่วมมือ ในวาระที่ทันสมัย โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์ AI &nbsp;ดิจิทัล &nbsp;อวกาศ สุขภาพ &nbsp;รวมทั้ง สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด นอกจากนี้ จีนและไทย จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ อาเซียน-จีน &nbsp;กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง &nbsp;รวมถึงการยึดมั่นและการปกป้องหลักการสากล ตามหลักองค์การสหประชาชาติ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166654">https://www.thaigov.go.th/th/news/166654</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720fdaaeb6bf05f4f90b8a297218c650905142346.jpg' type='image/jpg' length='285956' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานวันสถาปนาครบรอบ ๓๘ ปี กองทัพน้อยที่ ๑ ย้อนรำลึกคืนสู่หน่วยที่เคยร่วมสร้างด้วยความผูกพันในฐานะอดีตแม่ทัพน้อยที่ ๑]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523859</link>
<guid isPermaLink="false">e94e0ee76c45062c499f582639ed334e</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 14:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก อดีตแม่ทัพน้อยที่ ๑ และกำลังพลเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>การเข้าร่วมงาน ในครั้งนี้ นับเป็นการกลับคืนสู่หน่วยที่มีความหมายยิ่งสำหรับ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง แม่ทัพน้อยที่ ๑ มาก่อน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตราชการที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง พัฒนากำลังพล และสร้างความพร้อมให้กับหน่วยในทุกมิติ ความผูกพันระหว่างผู้บังคับบัญชากับกำลังพลยังคงปรากฏให้เห็นผ่านการพบปะทักทายอดีตผู้ร่วมงานและกำลังพลอย่างเป็นกันเอง สะท้อนสายสัมพันธ์ของ &quot;บ้านหลังหนึ่งของชีวิตทหาร&quot; ที่ยังคงแน่นแฟ้นไม่เปลี่ยนแปลง</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ภายในพิธี ปลัดกระทรวงกลาโหมรับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ก่อนร่วมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกับอดีตผู้บังคับบัญชา โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก และอดีตแม่ทัพน้อยที่ ๑ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นได้ประกอบพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี พระธรรมวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค ๑๗ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>กองทัพน้อยที่ ๑ ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรรวมทั้งการสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ส่วนหลังการช่วยเหลือประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การสนับสนุนภารกิจของส่วนราชการต่าง ๆ รวมถึงการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงภายในตามที่ได้รับมอบหมาย แม้จะเป็นหน่วยที่มีกำลังพลไม่มาก แต่ทุกนายได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถ และมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166653">https://www.thaigov.go.th/th/news/166653</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2026072040526abb36d222398d821e4df57a2895141634.jpg' type='image/jpg' length='37009' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดอบรมหลักสูตร “ต้นกล้าข้าราชการ” รุ่นที่ 2 มุ่งสร้างข้าราชการคุณภาพ พร้อมปลูกฝังคุณธรรมและจิตสำนึกการรับใช้ประชาชน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523831</link>
<guid isPermaLink="false">bb0cedd7db4399bb9cccb01a6ca927b8</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 13:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. &nbsp;นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาข้าราชการพลเรือนสามัญที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หลักสูตร &ldquo;ต้นกล้าข้าราชการ&rdquo; รุ่นที่ 2 โดยมี นางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้แทนอธิบดีกรมพลศึกษา ผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และข้าราชการบรรจุใหม่เข้าร่วม ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ อาคาร C เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร</p>

<p>นางสาวนัทรียา กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่การรับราชการถือเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจ เพราะการเป็นข้าราชการไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะได้รับ แต่เปรียบเสมือน &ldquo;ฟ้าลิขิต&rdquo; ที่เลือกให้มาทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ จึงขอให้ทุกคนยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือกฎหมาย ระเบียบ และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างโปร่งใส ภาคภูมิใจในตนเอง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</p>

<p>พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เน้นย้ำว่า ข้าราชการใหม่เปรียบเสมือน &ldquo;ต้นกล้า&rdquo; ที่ต้องหมั่นเติมความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เปรียบดังการใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เติบโตอย่างแข็งแรง จนสามารถเติบโตเป็น &ldquo;ต้นไม้ใหญ่&rdquo; ที่เป็นที่พึ่งขององค์กรและสังคมในอนาคต พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนเรียนรู้จากผู้บังคับบัญชาและรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ เพื่อนำองค์ความรู้และแนวทางการทำงานที่ดีมาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการ รวมถึงสร้างเครือข่ายมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อเป็นพลังในการทำงานร่วมกันต่อไป</p>

<p>นอกจากนี้ ท่านยังกล่าวถึงความมั่นคงของอาชีพข้าราชการ ทั้งในด้านสวัสดิการและการดูแลครอบครัว พร้อมอวยพรให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และมิตรภาพจากการอบรมครั้งนี้ มีความสุขในการปฏิบัติราชการ และเติบโตเป็นข้าราชการที่มีคุณธรรม มีความเป็นมืออาชีพ และพร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166651">https://www.thaigov.go.th/th/news/166651</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260720a5b112b54ef0b023eb496b1a8fb530fa135017.jpg' type='image/jpg' length='248685' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรี 'เอกนัฏ‘ เข้าเยี่ยมคารวะ นายกฯ สปป.ลาว พร้อมหารือทวิภาคี ยกระดับพันธมิตรพลังงานยั่งยืน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/523808</link>
<guid isPermaLink="false">bd832807343eaae118fc8a59562c35ee</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 13:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 &ndash; 18 กรกฎาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานและหน่วยงานภายใต้กำกับดูแล เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านพลังงานและติดตามความคืบหน้าโครงการความร่วมมือด้านพลังงานที่สำคัญระหว่างสองประเทศ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ในโอกาสดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และหารือทวิภาคีกับ นายมะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว โดยฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรก และยืนยันความพร้อมในการสานต่อความร่วมมือไทย&ndash;ลาวในมิติด้านพลังงานที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือในการขยายความร่วมมือในอนาคต อาทิ การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center, AI และยานยนต์ไฟฟ้า การต่อยอดการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคี สปป ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ (LTMS Power Integration Project) การศึกษาแนวทางการสำรองน้ำมันเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติพลังงานโลกและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานร่วมกัน เป็นต้น ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายจะได้มีการหารือในรายละเอียด และจะมีการพิจารณาขยายความตกลงความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยและ สปป ลาว ตามความเหมาะสมต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายเอกนัฏ กล่าวว่า สปป.ลาว เป็นประเทศพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญ โดยมีความสัมพันธ์อันดีในทุกมิติอย่างใกล้ชิดและมีความร่วมมือด้านพลังงานที่เป็นรูปธรรมมาอย่างยาวนาน การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว</p>

<p>ข้อมูลจาก&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/166646">https://www.thaigov.go.th/th/news/166646</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202607209457e6577216a9230342edc35487bdff131136.jpg' type='image/jpg' length='266579' />
</item>
</channel>
</rss>
