<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เกาะติดสถานการณ์กรณี ไทย-กัมพูชา]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/3219</link>
<atom:link href="https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/3219" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. สนับสนุนเครื่องจักรกล รื้อถอนบ้านเรือนผู้ประสบภัยเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ แล้วเสร็จครบ 4 หลัง ตามร้องขอ พร้อมสแตนบายการฟื้นฟูในพื้นที่ต่อไป ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/471545</link>
<guid isPermaLink="false">100c3988df4c87fcf4929b03747f6553</guid>
<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 06:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (30 ม.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รับรายงานความคืบหน้าการ สนับสนุนการช่วยเหลือรื้อถอนบ้านเรือนประชาชนผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา ในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี ได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 69 บริเวณบ้านเรือนประชาชนที่เสียหายในหมู่ที่ 1 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 2 หลัง และวันที่ 28 ม.ค. 69 บริเวณบ้านประชาชนที่เสียหายในหมู่ที่ 3 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพิ่มอีก 2 หลัง</p>

<p>ทั้งนี้ ปัจจุบันชุดปฏิบัติการ ปภ. พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยได้รื้อถอนบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ แล้วเสร็จครบถ้วนทั้ง 4 หลัง ตามที่จังหวัดศรีสะเกษร้องขอ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะยังคงบูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูที่อยู่อาศัยประชาชนให้สามารถปรับพื้นที่วางแผนปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปลอดภัยต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260201f75822e8c102b95d2a1c56b9dfab41d0063018.jpg' type='image/jpg' length='73006' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สดุดีวีรชนทหารกล้า ผู้สละชีพเพื่อชาติ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/453376</link>
<guid isPermaLink="false">d3caade72d952604b04d53ee71c1c7b5</guid>
<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 14:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-end="231" data-start="125"><strong data-end="173" data-start="129">จารึกไว้ในแผ่นดิน&hellip; สดุดี 9 วีรชนทหารกล้า</strong><br data-end="176" data-start="173" />
ผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทยด้วยหัวใจแห่งความกล้าหาญ</p>

<p data-end="485" data-start="233">ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา<br data-end="285" data-start="282" />
ขอน้อมรำลึกถึงวีรชนทหารกล้าทั้ง 9 นาย ผู้ยอมพลีเลือดเนื้อ ลมหายใจ และทุกสิ่งที่มี<br data-end="369" data-start="366" />
เพื่อปกป้องผืนดินไทยให้ยืนหยัดอย่างมั่นคง<br data-end="413" data-start="410" />
🗓️ <strong data-end="514" data-start="496">8 ธันวาคม 2568</strong><br data-end="517" data-start="514" />
1️⃣ จ.ส.อ. ศตวรรษ สุจริต &mdash; พลีชีพ ณ ฐานป้องไพร ช่องบก</p>

<p data-end="843" data-start="574">🗓️ <strong data-end="596" data-start="578">9 ธันวาคม 2568</strong><br data-end="599" data-start="596" />
2️⃣ พลทหาร วายุ ขวัญเสือ &mdash; สะเก็ดระเบิด ณ ฐานปฏิบัติการ 225<br data-end="661" data-start="658" />
3️⃣ ส.อ. ชวกร เดชขุนทด &mdash; เครื่องยิงลูกระเบิด ณ พื้นที่พระวิหาร<br data-end="726" data-start="723" />
4️⃣ จ.ส.ท. จิระวัฒน์ มุ่งกลาง &mdash; การปะทะ ณ เนิน 677 ช่องอานม้า<br data-end="790" data-start="787" />
5️⃣ พลทหาร เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย &mdash; สะเก็ดระเบิด BM-21</p>

<p data-end="975" data-start="845">🗓️ <strong data-end="868" data-start="849">10 ธันวาคม 2568</strong><br data-end="871" data-start="868" />
6️⃣ จ.ส.อ. อนันดา อุดร &mdash; สมรภูมิ &ldquo;ภูมะเขือ&rdquo;<br data-end="917" data-start="914" />
7️⃣ พลทหาร ธนรัตน์ จันทร์ประทัด &mdash; กระสุนปืน ค. ณ คลองแผง</p>

<p data-end="1106" data-start="977">🗓️ <strong data-end="1000" data-start="981">11 ธันวาคม 2568</strong><br data-end="1003" data-start="1000" />
8️⃣ พลทหาร ชาญชัย ผดุงโชค &mdash; บึงตะกวน&ndash;บ้านคลองแผง<br data-end="1054" data-start="1051" />
9️⃣ พลทหาร ธนกร สิงหาชาติ &mdash; สมรภูมิปราสาทตาเมือนธม</p>

<hr data-end="1111" data-start="1108" />
<p data-end="1326" data-start="1113">🖤 <em data-end="1171" data-start="1116">&ldquo;ไม่มีคำขอบคุณใด&hellip; จะยิ่งใหญ่เท่าการเสียสละของพวกท่าน&rdquo;</em><br data-end="1174" data-start="1171" />
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย<br data-end="1242" data-start="1239" />
และขอน้อมคารวะดวงวิญญาณของวีรชนทุกนายด้วยความอาลัยและสำนึกในพระคุณอย่างหาที่สุดมิได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202512118c7d12143a66e3bb426d938007ac6b03144156.png' type='image/png' length='689330' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[แผนชั่วเปิด 'บัญชีม้า' พัง! ทหารพรานอรัญประเทศสกัดจับ 20 คนไทยลอบเข้าเมือง เหยื่อสารภาพถูกหลอกมาเปิดบัญชีที่กัมพูชา ถูกกักขัง-ทำร้ายร่างกาย]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/446627</link>
<guid isPermaLink="false">f54b2b20a72b2ad55cd26e2e71c6e1ff</guid>
<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 11:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 กองกำลังบูรพา , ฉก.อรัญประเทศ , ชค.ทพ.12 โดย ร้อย.ทพ.1204 ได้ลาดตระเวนในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และสามารถตรวจพบและจับกุม ชาวไทยที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ขาเข้า) ได้จำนวนมากถึง 20 คน (ชาย 13 คน, หญิง 7 คน) จากการซักถาม ชาวไทยทั้งหมดเปิดเผยว่า พวกเขาถูกชักชวนให้มาทำงานที่ จ.สระแก้ว โดยเสนอรายได้สูง 15,000 - 25,000 บาท แต่ไม่ได้แจ้งลักษณะงาน เมื่อมาถึงไทยกลับถูกพาตัวส่งต่อไปยัง กรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทันที ที่นั่นพวกเขาถูก กักขังไว้ที่ห้องพัก และถูก ยึดโทรศัพท์มือถือ เพื่อนำไปดำเนินการ เปิดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) นอกจากนี้ บางรายยังถูก ทำร้ายร่างกาย เนื่องจากไม่ทำตามคำสั่งของหัวหน้าชาวจีน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการเปิดบัญชี ทั้งหมดถูกพามาส่งไว้ที่ชายแดน และต้องเดินเท้าลักลอบข้ามกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบและควบคุมตัวไว้ทั้งหมด ขณะกำลังนั่งรอรถบริเวณริมถนน เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้นำตัวชาวไทยทั้ง 20 คน พร้อมโทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20251124aa78f13e683ddea7a5e5cc1bc83428b4114302.jpg' type='image/jpg' length='68331' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การคุ้มครองศักดิ์ศรีและชีวิตของบุคคลที่ผ่านสภาวะบอบช้ำจากพื้นที่ขัดแย้ง มาตรฐานด้านมนุษยธรรมต่อผู้ผ่านสภาวะความตึงเครียดจากการสู้รบ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/443644</link>
<guid isPermaLink="false">b7ddd9ed38f70353da00955a3e799bf5</guid>
<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 18:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับอดีตเชลยศึกสัญชาติกัมพูชาซึ่งเคยอยู่ในความดูแลของฝ่ายไทย และปรากฏว่าได้กลับไปปรากฏตัวในพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งนั้น ฝ่ายไทย ขอเรียนว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัว หน่วยงานด้านการแพทย์และการทหารของไทยได้ดำเนินการดูแลตามหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัด โดยรายงานด้านการแพทย์</p>

<p>ในขณะนั้นระบุว่าบุคคลดังกล่าวมีภาวะเจ็บป่วยและมีอาการตึงเครียดสะสมจากการปฏิบัติการรบ ซึ่งเข้าข่าย &ldquo;ผู้เปราะบาง&rdquo; ตามนิยามด้านสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ จึงได้มีการส่งตัวกลับประเทศเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามความเหมาะสม</p>

<p>หลักการสากลภายใต้อนุสัญญาเจนีวากำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า อดีตเชลยศึกต้องไม่ถูกส่งกลับเข้าพื้นที่รบโดยทันทีโดยไม่ผ่านการประเมินด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับภาวะบอบช้ำทางจิตใจหรือความไม่พร้อมด้านสุขภาพ การนำบุคคลที่อาจยังไม่ได้รับการฟื้นฟูเต็มรูปแบบกลับสู่สนามรบ ย่อมเสี่ยงต่อชีวิตของบุคคลดังกล่าวเอง เพื่อนร่วมปฏิบัติการ และประชาชนในพื้นที่ จึงถือเป็นแนวปฏิบัติที่ฝ่ายไทยไม่สนับสนุน และขอเน้นย้ำว่าการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องมาก่อนข้อพิจารณาใดๆ</p>

<p>กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อหลักมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อเชลยศึกตามมาตรฐานสากลมาโดยตลอด ทั้งยังพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อคลี่คลายความเป็นปรปักษ์ ลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้ ไทยยืนหยัดในหลักการว่า &ldquo;ทุกชีวิตมีคุณค่า และต้องได้รับการปกป้องภายใต้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม&rdquo; ซึ่งเป็นฐานคิดสำคัญของความมั่นคงสมัยใหม่และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20251117065562270ef891f2cd7868ca4e945e5a182126.jpg' type='image/jpg' length='65577' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลัด มท. “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” สนองนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” เรียกประชุมถกผู้ว่าฯ นายอำเภอ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมความพร้อมแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ธำรงการสื่อสาร ดูแลความปลอดภัย พร้อมอพยพประชาชนตลอดเวลา ย้ำ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ “ต้องพร้อมทำได้ทันที”  ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/441830</link>
<guid isPermaLink="false">9b7519b3a8a9f6c3a10b55ddedfa5346</guid>
<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 17:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (12 พ.ย. 68) เวลา 17.10 น. ภายหลังเดินทางกลับจากตรวจสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมกับนายกรัฐมนตรี &ldquo;นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมเตรียมการรับมือสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย &ndash; กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา&rdquo; โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชูชีพ พงษ์ไชย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายบุญช่วย หอมยามเย็น รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference</p>

<p>นายอรรษิษฐ์ เผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พ.ย. 68 เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย รายแรกอาการข้อเท้าขวาขาด และรายที่สองมีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 7 ราย โดยจากการตรวจสอบของกองทัพพบว่า ทางกัมพูชาพยายามกระทำการละเมิดข้อตกลงสันติภาพ โดยยิงยั่วยุมายังประเทศไทย ส่งผลทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน และสถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง</p>

<p>&ldquo;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีบัญชาให้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวานนี้ (11 พ.ย. 68) ในช่วงเช้าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งการประชุมเป็นไปอย่างยาวนาน จนทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรีล่าช้า โดยในที่ประชุมได้มีการหารือและประเมินสถานการณ์การปฏิบัติต่อถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยที่ประชุมมีมติให้ระงับปฏิญญาสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยเหตุจากการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามทำตามปฏิญญาตลอด แต่ก็ถูกละเมิดจากกัมพูชา และจากการพิสูจน์ทราบได้รับการยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ระเบิดเก่า&rdquo;</p>

<p>นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการดำเนินการตามปฏิญญาสันติภาพที่ได้ลงนามอย่างไม่มีกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &ldquo;กระทรวงมหาดไทย&rdquo; ให้มีการเตรียมความพร้อมพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมเตรียมการรับมือฯ ในวันนี้</p>

<p>&ldquo;คนมหาดไทยซึ่งเป็นผู้ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนเป็นหลักเพื่อให้พี่น้องทหารหาญที่ทำหน้าที่อยู่แนวหน้าบริเวณชายแดนจะได้ดูแลพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างเต็มกำลัง จึงขอให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งส่วนกลาง และจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 7 จังหวัด ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุ ตามที่เคยซักซ้อมและปฏิบัติในห้วงที่ผ่านมา ด้วยการทบทวนบทเรียนพร้อมทั้งวางแผนเกี่ยวกับการบริหารจัดการในครั้งนี้ว่ายังมีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือยังมีส่วนใดที่จะต้องแก้ไขจากการปฏิบัติในครั้งนี้ที่ผ่านหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน การประเมินสถานการณ์ จำนวนประชากรในพื้นที่เสี่ยง เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็น &ldquo;ต้องพร้อมทำได้ทันที&rdquo; ทั้งสถานที่อพยพ ยวดยานพาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายประชาชน รวมถึงกำลังพลอาสาสมัครทั้ง อส. และ ชรบ. ที่จะต้องดูแลความปลอดภัยตลอดจนทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะในห้วงที่ผ่านมา ยังมีประชาชนบางส่วนที่อพยพไม่ทันส่งผลให้ได้รับผลกระทบ&rdquo;</p>

<p>นายอรรษิษฐ์ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำว่า &ldquo;ให้นายอำเภอที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนได้เน้นย้ำปลัดอำเภอประจำตำบล และประสานกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ว่า หากเกิดเหตุการณ์ เราต้องพยายามอพยพเคลื่อนย้ายพี่น้องประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด&rdquo; โดยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ก็จะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ไม่แออัด และต้องมีความสะอาด ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หรือใกล้เคียงกับการอยู่บ้านให้มากที่สุด ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้ลำบาก มีอาหารการกินที่ดี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ ต้องช่วยกันดูแลในส่วนนี้ รวมทั้งเตรียมด้านสาธารณสุข การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ โดยประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดบูรณาการภารกิจ</p>

<p>ประการต่อมา การจัดเตรียมความพร้อมด้านมนุษยธรรม ด้วยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลสนาม ที่ต้องมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ประจำศูนย์ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ทันที รวมถึงต้องตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยให้มีความสมบูรณ์ อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เข้าไปแล้วมีน้ำเจิ่งนองหรือมีของอะไรวางเกะกะอยู่ และจะตรวจสอบความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา กรมการปกครองได้สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงให้กับจังหวัดต่าง ๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงยุทโธปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่รับผิดชอบและเขตใกล้เคียง นอกจากนี้ ให้สั่งการกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดกับฝ่ายปกครอง ดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีผลัดเวรดูแลด้านต่าง ๆ และแวะเวียนไปสร้างความรับรู้เข้าใจ ความตระหนักรู้ และความอบอุ่นใกล้ชิดให้กับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญ ต้องมีเวรเฝ้าระวังความปลอดภัยทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เพราะในยามคับขันมักจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นขโมยขโจรซ้ำเติมพี่น้องประชาชน เราต้องพึงระลึกเสมอว่า &ldquo;โลกชอบเล่นตลกและเหตุการณ์มักจะมาตอนเราไม่ได้เตรียมตัว&rdquo;</p>

<p>นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ตลอดจนฝ่ายปกครองทุกส่วน ต้องให้ความสำคัญกับ &ldquo;ระบบเตือนภัย&rdquo; การเตือนภัยต้องรวดเร็ว ทั้ง Cell Broadcast หอกระจายข่าว ต้องสแตนบายพร้อมปฏิบัติงานทันที ธำรงระบบการสื่อสารในพื้นที่ให้พร้อมตลอดเวลา โดยใช้ระบบ Radio Trunk เป็นระบบการสื่อสารหลักในช่วงเวลาเกิดภาวะที่อาจส่งผลให้การติดต่อสื่อสารช่องทางอื่นได้รับผลกระทบ และติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากต้องการขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลางขอให้ได้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานการประสานการปฏิบัติงานพื้นที่ชายแดนในมิติพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง</p>

<p>จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รายงานถึงความพร้อมในการปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ทั้งด้านความพร้อมของหลุมหลบภัย แผนเผชิญเหตุ ศูนย์อพยพชั่วคราว อาหาร ยารักษาโรค ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดมีความพร้อมบริหารจัดการสถานการณ์ 100%</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>กองสารนิเทศ สป.มท.</p>

<p>ครั้งที่ 867/2568</p>

<p>วันที่ 12 พ.ย. 2568</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202511131635a2e0d9d9fbb1d4848375eaec648f062739.jpg' type='image/jpg' length='485654' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ติดตามการสร้างบ้านที่ได้รับเสียหายจากการปะทะตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา พร้อมมอบถุงยังชีพและผ้าห่มกันหนาว แบ่งปันความอบอุ่นสู่พี่น้องประชาชน”]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/438662</link>
<guid isPermaLink="false">e932f6aefcd2cfcedb78aca615cdd43a</guid>
<pubDate>Thu, 06 Nov 2025 07:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย คุณ สายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน และคณะจิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน, ประชาชนจิตอาสา, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ได้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสร้างและซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จากการปะทะตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา จำนวน 3 หลังคาเรือน ในพื้นที่อำเภอปราสาท และอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์</p>

<p>ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้มอบผ้าห่มกันหนาวและถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน จำนวน 20 ครอบครัว พร้อมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ อสม. และ ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน</p>

<p>นอกจากนี้ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ยังได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น และมอบยาสามัญประจำบ้านให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ และผู้พิการในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด</p>

<p>บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความซาบซึ้งใจของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือ ต่างรู้สึกดีใจและปราบปลื้มที่หน่วยงานภาครัฐและกองทัพบกได้ลงมาดูแล เอาใจใส่ และยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างจริงใจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการ &ldquo;ดูแลประชาชนดุจญาติมิตร&rdquo; เพื่อสร้างสังคมแห่งความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202511062b86d88b355997e16d896539c9a398fa073851.jpg' type='image/jpg' length='57817' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 22 ต.ค.68 ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/433929</link>
<guid isPermaLink="false">cb515e06f64266331f9c2738c4a41a58</guid>
<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 18:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กองทัพภาคที่ 1 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ขอสรุปสถานการณ์ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ณ เวลา 17.00 น. ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;จ.สระแก้ว ดังนี้</p>

<p>สถานการณ์ด้านความมั่นคงชายแดน จ.สระแก้ว ฝ่ายไทย มีมวลชนชาวบ้านในพื้นที่และมวลชน บ.หนองจาน มีประชาชน, พ่อค้าแม่ค้าและมวลชน ประมาณ 10-15 คน ร่วมแสดงกิจกรรมแสดงออกถึงความรักชาติหวงแหนอธิปไตย ส่วนฝั่งตรงข้าม ฝ่ายกัมพูชา บ.โจกเจย ยังไม่มีมวลชนเข้ามาเพิ่มเติมในพื้นที่ ประชาชนกัมพูชาภายในหมู่บ้านยังคงพักอาศัยและใช้ชีวิตประจ้าวันอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านตามปกติ ไม่มีท่าทีจะอพยพออกจากพื้นที่แต่อย่างใด ส่วน บ.เปรยจัน มีมวลชนพักคอยร่วมกับทหารและตชด.ประมาณ 20-25 คน เข้าเวรคอยตรวจการณ์เเละบันทึกภาพความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ</p>

<p>การปฏิบัติการที่สำคัญ ภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสร้างความปลอดภัยในพื้นที่บ้านหนองจาน ในวันนี้ กกล.บูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 และกองพันทหารช่างที่ 2 (ช.พัน 2) ยังคงจัดกำลังพลร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม 1 ดำเนินการสำรวจและเก็บกู้วัตถุระเบิด ส่วนการรื้อทำลายสิ่งปลูกสร้าง(ที่พัก) ของทหารและเครือข่ายฝั่งกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยเพิ่มเติมนั้น อยู่ระหว่างการปรับแผนดำเนินการ</p>

<p>ส่วนภารกิจการจัดสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัยประชาชน ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ภายใต้โครงการสนับสนุน &ldquo;กองทุนหทัยทิพย์&rdquo;กองทัพบก ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ซึ่ง กกล.บูรพา โดยกองพันทหารช่างที่ 2 (ช.พัน.2) ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.68 โดยได้เริ่มดำเนินการสร้างหลุมหลบภัย จำนวน 3 หลุม ในพื้นที่ บ.หนองจาน, บ.หนองหญ้าแก้วและบ.เขาลูกช้าง และเริ่มดำเนินการสร้างบังเกอร์ จำนวน 10 จุด ในพื้นที่ อ.ตาพระยาและอ.โคกสูง ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว ประมาณร้อยละ 10</p>

<p>......................................</p>

<p>22 ตุลาคม 2568</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202510220e067127ef06850547d42d578323320c181308.jpg' type='image/jpg' length='81442' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การประชุมฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee - GBC) วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/433577</link>
<guid isPermaLink="false">f7f731d5f52876dec4d86174af191f9d</guid>
<pubDate>Wed, 22 Oct 2025 04:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00-18.00 นาฬิกา ฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee - GBC) ได้ร่วมหารือกับฝ่ายกัมพูชาเป็นวันที่ 2 โดยมีความคืบหน้าดังนี้</p>

<p>1. ประเด็นการถอนอาวุธ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในร่างข้อกำหนดขอบเขตการปฏิบัติ (Term of Reference - TOR) ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team - AOT) และเห็นชอบร่วมกันในหลักการ การถอนกำลังอาวุธหนัก โดยจะมีการหารือรายละเอียดของ แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ร่วมกันในวันพรุ่งนี้ (22 ตุลาคม 2568) ต่อไป</p>

<p>2. ประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฝ่ายเลขานุการฯ ของทั้ง 2 ฝ่าย เห็นชอบในหลักการของ มาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติ (Standard Operating Procedure - SOP) ในเบื้องต้น ทั้งนี้ ทางฝ่ายกัมพูชา ขอนำเรื่องดังกล่าวไปเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ความเห็นชอบ และในวันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย</p>

<p>3. ประเด็นการปราบปราม Cyber Scam ทั้ง 2 ฝ่าย อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) โดยได้ร่วมกันพิจารณาข้อเสนอและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินการร่วมกันต่อไป</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/share/p/1VZXnwjez8/">https://www.facebook.com/share/p/1VZXnwjez8/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20251022e64a249d2ba3d725200a997280d18ade044402.jpg' type='image/jpg' length='31681' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทบ. ยืนยันกองทัพไทยไม่เคยใช้อาวุธเคมีในการปฏิบัติการ ชี้กัมพูชาบิดเบือนอ้างไทยใช้อาวุธเคมี หวังสร้างความเข้าใจผิด เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/433228</link>
<guid isPermaLink="false">807dd91dda4844b384a88c42a73a6bcf</guid>
<pubDate>Tue, 21 Oct 2025 06:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🔻" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t9c/1/16/1f53b.png" width="16" />English version below<img alt="🔻" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t9c/1/16/1f53b.png" width="16" /><img alt="🇬🇧" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t96/1/16/1f1ec_1f1e7.png" width="16" /></p>

<p>ทบ. ยืนยันกองทัพไทยไม่เคยใช้อาวุธเคมีในการปฏิบัติการ ชี้กัมพูชาบิดเบือนอ้างไทยใช้อาวุธเคมี หวังสร้างความเข้าใจผิด เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ</p>

<p>จากกรณีที่ พลเอก พร นรา เลขาธิการหน่วยงานแห่งชาติเพื่อการห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสี (NACW) ของกัมพูชา ออกมาประกาศ ขอสนับสนุนงบประมาณและความช่วยเหลือ จากนานาชาติ เพื่อนำไปใช้สำหรับภารกิจทำลายและกำจัดสารเคมีอันตรายมากกว่า 70 ชนิด ปนเปื้อนในพื้นที่ชายแดน โดยอ้างว่า เป็นผลตกค้างจากการสู้รบทางทหารกับไทยที่ใช้อาวุธเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวระหว่างการต่อสู้เมื่อหลายเดือนก่อน</p>

<p>พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ปราศจากหลักฐานสนับสนุน และไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย ชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปฏิบัติการที่ใช้อาวุธเคมี ส่วนกรณีของกระสุนฟอสฟอรัสขาว (WP) มีวัตถุประสงค์หลักใช้ในการสร้างควัน แสงสว่าง ระเบิด และเพลิง ไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาวุธเคมีตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention &ndash; CWC) รวมถึงไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ห้ามการเก็บรักษาหรือการใช้งานกระสุนชนิดนี้ ประเทศไทยจึงสามารถเก็บรักษาและใช้ตามภารกิจทางทหารได้ภายใต้กรอบกฎหมายสากล</p>

<p>ทั้งนี้ การใช้กระสุน WP ของกองทัพบกไทยอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมอย่างเข้มงวด ใช้ต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และไม่เคยมีการนำไปใช้เพื่อมุ่งทำลายชีวิตพลเรือนแต่อย่างใด</p>

<p>กองทัพบก เน้นย้ำว่า การปฏิบัติการทางทหารของประเทศไทย ไม่มีการใช้อาวุธเคมี ส่วนการใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาว WP อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยจะเห็นได้ว่าการที่กัมพูชาเผยแพร่ข้อกล่าวหา มีความมุ่งหวังเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดในเวทีสาธารณะเท่านั้น</p>

<p>.........................................................</p>

<p>Royal Thai Army Denies Chemical Weapon Use, Accuses Cambodia of Distorting Facts to Seek Foreign Aid</p>

<p>Regarding the case where General Phorn Nara, Secretary General of Cambodia&#39;s National Authority for Chemical, Nuclear, Biological and Radiological Weapons (NACW), issued a statement requesting budget support and assistance from the international community to be used for the mission of destroying and eliminating more than 70 types of hazardous chemicals contaminating the border area, claiming that they are residues from military combat with Thailand that used chemical weapons, including white phosphorus shells during fighting several months ago.</p>

<p>Major General Winthai Suvaree, Army spokesperson, confirmed that such accusations are a distortion of facts, lacking supporting evidence and having no legal weight. He clarified that Thailand has not conducted any operations using chemical weapons. As for the case of white phosphorus shells, their primary purpose is for use in creating smoke, illumination, explosives, and fire. They are not classified as chemical weapons under the Chemical Weapons Convention (CWC), nor is there any international treaty that prohibits the storage or use of this type of ammunition. Therefore, Thailand can store and use them for military missions within the framework of international law.</p>

<p>Meanwhile, the use of WP shells by the Royal Thai Army is under strict regulatory control, used only against military targets, and has never been employed with the intention of harming civilian lives in any way.</p>

<p>Royal Thai Army emphasizes that Thailand&#39;s military operations have not involved the use of chemical weapons. As for the use of white phosphorus (WP) shells, it is strictly within the framework of international law and in compliance with international humanitarian principles. It can be seen that Cambodia&#39;s dissemination of these accusations aims only to distort facts and create misunderstanding in the public arena.</p>

<p>.........................................................</p>

<p>ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 20 ตุลาคม 2568</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202510215d1f6ba30c4dfa183573cb5edf4064f7064925.jpg' type='image/jpg' length='26950' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกล.บูรพา สกัดกั้นการลักลอบข้ามแดน จับชาวกัมพูชา 10 คน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/432990</link>
<guid isPermaLink="false">ce3f837400ed272064fe73df4f462f3a</guid>
<pubDate>Mon, 20 Oct 2025 10:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กองกำลังบูรพา ,หน่วยเฉพาะกิจคลองหาด โดยชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 13 (กองร้อยทหารพรานที่ 1305) ร่วมกับ หมวดเคลื่อนที่เร็วหน่วยเฉพาะกิจคลองหาด ,หน่วยเฝ้าตรวจชายแดนที่ 11 ,ชุดปฏิบัติงานข่าวที่ 3 กองกำลังบูรพา ทำการลาดตระเวนด้วยการเดินเท้าเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันอาชญากรรม และการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวบริเวณแปลงพื้นที่ทำกินของราษฎร บ.เขาสารภี ม.3 ต.ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระหว่างออกตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลบซ่อนอยู่ในป่ามีลักษณะคล้ายแรงงานชาวกัมพูชาชุดตรวจร่วมจึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบแรงงาน ชาวกัมพูชาจำนวน 10 คน(ชาย 7คน ,หญิง2คน,ผู้ติดตามชาย 1 คน)</p>

<p>-จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารแสดงตนและเอกสารการลงทะเบียนให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติอยู่ในราชอาณาจักร ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมแรงงาน ชาวกัมพูชาทั้งหมด ส่งให้กับ สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202510201efbbebc6a291000f7d3daf21bfc2117105822.jpg' type='image/jpg' length='92524' />
</item>
</channel>
</rss>
