<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/31</link>
<atom:link href="https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/31" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[หมุนเวียนให้สุด หยุดขยะพลาสติก: เจาะลึกโมเดล Circular Economy ไทยในเดือน Plastic Free July]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517264</link>
<guid isPermaLink="false">6ed0b83732572c80c22c62d5f15a6bf9</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 12:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="0">เดือนกรกฎาคมของทุกปีเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกในวาระ <b data-index-in-node="50" data-path-to-node="1">Plastic Free July</b> ซึ่งเป็นแคมเปญรณรงค์ระดับสากลที่มุ่งเน้นให้ผู้คนลด ละ และเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) สำหรับประเทศไทยที่กำลังขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) การจัดการขยะพลาสติกจึงไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทางสิ่งแวดล้อม แต่เป็นวาระสำคัญทางเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยโมเดล <b data-index-in-node="432" data-path-to-node="1">เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</b> ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน</p>

<p data-path-to-node="2">บทความนี้จะเจาะลึกถึงสถานการณ์ การปรับตัว และทิศทางของประเทศไทยในการนำกลไก Circular Economy มาใช้เพื่อหยุดยั้งวิกฤตขยะพลาสติก</p>

<h2 data-path-to-node="4">สถานการณ์ความท้าทายด้านขยะพลาสติกของไทย</h2>

<p data-path-to-node="5">ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการบริโภคพลาสติกและสร้างขยะพลาสติกในอัตราที่สูง ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในแต่ละปีไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 2 ล้านตัน แต่มีเพียงร้อยละ 25 หรือประมาณ 5 แสนตันเท่านั้นที่ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ส่วนที่เหลืออีกกว่า 1.5 ล้านตัน มักถูกกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง ปะปนไปกับขยะทั่วไป ตกค้างในสิ่งแวดล้อม หรือหลุดรอดลงสู่แม่น้ำและมหาสมุทร</p>

<p data-path-to-node="6">การสูญเสียพลาสติกเหล่านี้ไปในหลุมฝังกลบหรือสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เนื่องจากพลาสติกหลายชนิดสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบรอบสอง (Secondary Raw Materials) ที่มีมูลค่าได้</p>

<h2 data-path-to-node="7">จากเส้นตรงสู่การหมุนเวียน: หัวใจของ Circular Economy</h2>

<p data-path-to-node="8">ในอดีต ระบบเศรษฐกิจมักดำเนินไปในรูปแบบ <b data-index-in-node="39" data-path-to-node="8">เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy)</b> คือ การนำทรัพยากรมาผลิต นำไปใช้ และทิ้งเป็นขยะ (Take-Make-Dispose) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตทรัพยากรล้นโลก</p>

<p data-path-to-node="9">เพื่อแก้ปัญหานี้ โมเดล <b data-index-in-node="23" data-path-to-node="9">เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</b> ภายใต้กรอบ BCG Model จึงถูกนำมาปรับใช้ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:</p>

<ul data-path-to-node="10">
	<li>
	<p data-path-to-node="10,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,0,0">Design for Environment:</b> การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือรีไซเคิลได้ 100%</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="10,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,1,0">Keep Materials in Use:</b> การยืดอายุการใช้งานของวัสดุให้นานที่สุดผ่านการใช้ซ้ำ (Reuse) และการซ่อมแซม (Repair)</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="10,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,2,0">Regenerate Natural Systems:</b> การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกหลุดรอดเข้าสู่ระบบนิเวศทางธรรมชาติ</p>
	</li>
</ul>

<h2 data-path-to-node="11">กลไกการขับเคลื่อนของไทย: นโยบายและภาคธุรกิจ</h2>

<p data-path-to-node="12">การจะทำให้ Circular Economy เกิดขึ้นจริงในไทย ต้องอาศัยการบูรณาการจากทั้งภาครัฐและเอกชน</p>

<h3 data-path-to-node="13">1. การผลักดันหลักการ EPR (Extended Producer Responsibility)</h3>

<p data-path-to-node="14">ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันแนวคิด <b data-index-in-node="49" data-path-to-node="14">การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)</b> ให้เป็นรูปธรรมและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย หลักการนี้กำหนดให้ผู้ผลิตแบรนด์สินค้าต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการบรรจุภัณฑ์ของตนหลังจากการบริโภคสิ้นสุดลง เช่น การตั้งจุดรับคืนบรรจุภัณฑ์ หรือการสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาระบบรีไซเคิลของประเทศ</p>

<h3 data-path-to-node="15">2. นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ทางเลือกและ Upcycling</h3>

<p data-path-to-node="16">ภาคเอกชนรายใหญ่ของไทยเริ่มปรับตัวอย่างชัดเจน โดยใช้นวัตกรรมทางวัสดุศาสตร์ (Material Science) เข้ามาช่วย เช่น การเปลี่ยนจากการใช้พลาสติกหลายชั้น (Multi-layer plastic) ที่รีไซเคิลยาก มาเป็นพลาสติกชนิดเดียว (Mono-material) ที่ง่ายต่อการรีไซเคิล รวมถึงการส่งเสริมธุรกิจ Upcycling ที่นำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น เส้นใยเสื้อผ้า กระเป๋า หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ตามหลักการของ BCG Model อย่างแท้จริง</p>

<h3 data-path-to-node="17">3. ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตและการลงทุนสีเขียว</h3>

<p data-path-to-node="18">การลดขยะพลาสติกและการนำกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) โครงการจัดการขยะพลาสติกที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถประเมินและแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อนำไปซื้อขายในตลาดได้ สร้างแรงจูงใจให้เกิด <b data-index-in-node="253" data-path-to-node="18">การลงทุนสีเขียว (Green Investment)</b> ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการขยะของประเทศ</p>

<h2 data-path-to-node="20">สรุป (Summary)</h2>

<ul data-path-to-node="21">
	<li>
	<p data-path-to-node="21,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="21,0,0">ความสำคัญ:</b> วิกฤตขยะพลาสติกของไทยทำให้สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจและทำลายสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ในเดือน Plastic Free July จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความตระหนักรู้</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="21,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="21,1,0">ทางออกผ่าน CE:</b> โมเดล Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน เปลี่ยนวัฏจักรจาก &quot;ผลิต-ใช้-ทิ้ง&quot; เป็น &quot;ผลิต-ใช้-หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่&quot; เพื่อรักษาคุณค่าของทรัพยากรพลาสติกไว้ในระบบให้นานที่สุด</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="21,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="21,2,0">การขับเคลื่อนนโยบาย:</b> การนำหลักการความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) มาใช้ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะบังคับให้เกิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="21,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="21,3,0">โอกาสทางธุรกิจ:</b> การปรับตัวตามแนวทาง BCG ไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือโอกาสในการพัฒนานวัตกรรม Upcycling และเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance)</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="21,4,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="21,4,0">เป้าหมายสูงสุด:</b> การจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืนคือฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero และเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน</p>
	</li>
</ul>

<p data-path-to-node="23"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="23">แหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง (References)</b></p>

<ol data-path-to-node="24" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="24,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="24,0,0">กรมควบคุมมลพิษ (Pollution Control Department).</b> <i data-index-in-node="47" data-path-to-node="24,0,0">แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570).</i> กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="24,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="24,1,0">สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI).</b> <i data-index-in-node="42" data-path-to-node="24,1,0">รายงานการศึกษาแนวทางการจัดการขยะพลาสติกและการประยุกต์ใช้หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) ในประเทศไทย.</i></p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="24,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="24,2,0">สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.).</b> <i data-index-in-node="76" data-path-to-node="24,2,0">สมุดปกขาวการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy White Paper).</i></p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="24,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="24,3,0">United Nations Environment Programme (UNEP).</b> <i data-index-in-node="45" data-path-to-node="24,3,0">Turning off the Tap: How the world can end plastic pollution and create a circular economy.</i></p>
	</li>
</ol>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260629d6817d62395bb074c4580710fbabff34124905.png' type='image/png' length='718778' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การท่องเที่ยวฤดูฝนวิถีธรรมชาติ: การยกระดับชุมชนสายกรีนสู่จุดหมายปลายทางของ "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517259</link>
<guid isPermaLink="false">981500669a2fd9f3ff71bee59dfba916</guid>
<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 12:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="0">ในอดีต ฤดูฝนหรือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมของประเทศไทย มักถูกมองว่าเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) เนื่องจากข้อจำกัดทางสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน (Sustainable Tourism) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ฤดูฝนได้ถูกนิยามใหม่ให้เป็น &quot;ฤดูเขียวขจี&quot; หรือ Green Season ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด การปรับเปลี่ยนมุมมองนี้สอดรับกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้น &quot;นักท่องเที่ยวคุณภาพ&quot; (Quality Tourists) โดยอาศัยต้นทุนทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และ Soft Power ของไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายรายได้สู่ชุมชน</p>

<h3 data-path-to-node="3">1. โอกาสของ &quot;Green Season&quot; กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวคุณภาพ</h3>

<p data-path-to-node="4">นักท่องเที่ยวคุณภาพในบริบทปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงเพียงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (High-spending visitors) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกลุ่มที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourists) นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักแสวงหาประสบการณ์ที่แท้จริง (Authentic Experience) ความสงบ และการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายและจิตใจ (Wellness Retreat)</p>

<p data-path-to-node="5">ช่วงฤดูฝนจึงเป็นโอกาสทองสำหรับพื้นที่ชุมชนสายกรีน (Green Communities) เนื่องจากสภาพอากาศที่ชุ่มฉ่ำ ภูมิทัศน์ที่เขียวขจี และความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลง (Overcoming Overtourism) ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุด การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-tourism) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism) ในช่วงเวลานี้ จึงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ได้อย่างมหาศาล</p>

<h3 data-path-to-node="6">2. การยกระดับชุมชนสายกรีนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power</h3>

<p data-path-to-node="7">การจะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้นั้น ชุมชนจำเป็นต้องยกระดับการจัดการและบูรณาการ Soft Power ของไทยเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ดังนี้:</p>

<ul data-path-to-node="8">
	<li>
	<p data-path-to-node="8,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8,0,0">วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น (Thai Food as Soft Power):</b> ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นในช่วงฤดูฝน เช่น เห็ดป่า ผักพื้นบ้าน หรือสมุนไพร นำเสนอในรูปแบบ Farm-to-Table ที่เน้นความสดใหม่และปลอดสารพิษ การให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการเก็บวัตถุดิบและปรุงอาหาร ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเพิ่มมูลค่าให้กับมื้ออาหาร</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="8,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8,1,0">ภูมิปัญญาด้านสุขภาพและเวลเนส (Wellness &amp; Traditional Healing):</b> การนำศาสตร์การแพทย์แผนไทย เช่น การอบสมุนไพรสด การนวดประคบ หรือการทำสปาด้วยโคลนธรรมชาติ มาผสมผสานกับบรรยากาศที่เงียบสงบของป่าฝน ถือเป็นการยกระดับบริการของชุมชนให้เทียบเท่าสปาระดับพรีเมียม</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="8,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8,2,0">การออกแบบและวิถีชีวิต (Fashion &amp; Craft):</b> การนำเสนองานหัตถกรรมที่สอดคล้องกับฤดูกาล เช่น ผ้าทอย้อมสีธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่น หรือผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ผลิตโดยคนในชุมชน ซึ่งนอกจากจะเป็นของที่ระลึกแล้ว ยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาที่ยั่งยืน</p>
	</li>
</ul>

<h3 data-path-to-node="9">3. ผลกระทบเชิงบวกต่อมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</h3>

<p data-path-to-node="10">การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสายกรีนในช่วงฤดูฝน ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกแบบองค์รวม ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ได้แก่:</p>

<ol data-path-to-node="11" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="11,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="11,0,0">การกระจายรายได้ที่ยั่งยืน:</b> ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่เกิดจากฤดูกาลท่องเที่ยว (Seasonality) ทำให้ชุมชนมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="11,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="11,1,0">การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ:</b> เมื่อชุมชนตระหนักว่าความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติคือ &quot;ทุน&quot; ที่สร้างรายได้ จะเกิดความหวงแหนและนำไปสู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการขยะชุมชน (Zero Waste) และการรักษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำ</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="11,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="11,2,0">การสืบสานวัฒนธรรม:</b> สร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น</p>
	</li>
</ol>

<p data-path-to-node="13"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="13">บทสรุป</b></p>

<p data-path-to-node="13">การพลิกโฉมการท่องเที่ยวช่วงหน้าฝนให้เป็น &quot;Green Season&quot; สำหรับคนโหยหาธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยสู่เชิงคุณภาพอย่างแท้จริง การยกระดับชุมชนสายกรีนโดยใช้ Soft Power ด้านอาหาร วัฒนธรรม และภูมิปัญญา เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่น จะนำไปสู่การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง (High Value) ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่เติบโตควบคู่ไปกับความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน</p>

<p data-path-to-node="15"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15">แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):</b></p>

<ol data-path-to-node="16" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="16,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,0,0">การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.).</b> (2566). <i data-index-in-node="43" data-path-to-node="16,0,0">ทิศทางส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว: การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ High Value and Sustainable Tourism</i>.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="16,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,1,0">กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.</b> (2565). <i data-index-in-node="37" data-path-to-node="16,1,0">แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566-2570)</i>. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="16,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,2,0">สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.).</b> (2564). <i data-index-in-node="84" data-path-to-node="16,2,0">การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)</i>.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="16,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,3,0">World Tourism Organization (UNWTO).</b> (2022). <i data-index-in-node="44" data-path-to-node="16,3,0">Global Report on Sustainable Tourism and Creative Economy: Empowering Communities and Preserving Culture</i>.</p>
	</li>
</ol>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2026062952f5baa5feeda279c526490dda347a65124413.png' type='image/png' length='737555' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การพลิกโฉมภาครัฐด้วยแนวคิด "Digital by Default": การลดขั้นตอนเพื่อประชาชนและสร้างความโปร่งใสผ่านระบบข้อมูลเปิด (Open Data)]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517258</link>
<guid isPermaLink="false">4b16f80cbbe618aad8262f06192d0128</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 12:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="0">ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทุกมิติ ภาครัฐทั่วโลกต่างเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แนวคิดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น &quot;ความจำเป็น&quot; ทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภายใต้หลักการ <b data-index-in-node="360" data-path-to-node="1">&quot;Digital by Default&quot;</b> หรือการกำหนดให้การบริการภาครัฐเป็นดิจิทัลโดยพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบาย <b data-index-in-node="461" data-path-to-node="1">Open Data</b> เพื่อยกระดับความโปร่งใส ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพลิกโฉมระบบราชการไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล</p>

<h2 data-path-to-node="2">ยกระดับบริการภาครัฐด้วยหลักการ &quot;Digital by Default&quot;</h2>

<p data-path-to-node="3">&quot;Digital by Default&quot; หมายถึง การออกแบบกระบวนการทำงานและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ โดยยึดแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการดำเนินการตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Service) ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำกระดาษมาสแกนให้อยู่ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (Digitization) แต่คือการรื้อระบบและปรับลดขั้นตอนการทำงาน (Business Process Reengineering) เพื่อมุ่งเน้นความสะดวกของผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric)</p>

<p data-path-to-node="4">การนำแนวคิดนี้มาใช้ ส่งผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดินในหลายมิติ ได้แก่:</p>

<ol data-path-to-node="5" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="5,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="5,0,0">การลดขั้นตอนและระยะเวลา (Process Optimization):</b> ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere, Anytime) ผ่านจุดบริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (Single Window) เช่น การใช้งานผ่านแอปพลิเคชันส่วนกลางของรัฐ หรือพอร์ทัลกลางที่รวบรวมงานบริการไว้ในที่เดียว ซึ่งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการยื่นเอกสาร โดยใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="5,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="5,1,0">การลดต้นทุนการบริหารจัดการ (Cost Reduction):</b> การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ e-Document เต็มรูปแบบ ช่วยลดภาระงบประมาณด้านกระดาษ การจัดเก็บเอกสารทางกายภาพ และบุคลากรที่ต้องทำงานด้านธุรการซ้ำซ้อน ทำให้ภาครัฐสามารถจัดสรรทรัพยากรไปสู่งานที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="5,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="5,2,0">การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Interoperability):</b> ทลายกำแพงการทำงานแบบไซโล (Silo) โดยใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Cloud) เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีเอกภาพ</p>
	</li>
</ol>

<h2 data-path-to-node="6">การสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมด้วยระบบข้อมูลเปิด (Open Government Data)</h2>

<p data-path-to-node="7">นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกแล้ว ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลดิจิทัลยังขึ้นอยู่กับ &quot;ความโปร่งใส&quot; ซึ่งสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยนโยบาย Open Data หรือการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐสู่สาธารณะ ในรูปแบบที่เครื่องจักรสามารถอ่านและประมวลผลได้ (Machine-Readable) โดยไม่มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์</p>

<p data-path-to-node="8">การผลักดัน Open Data สร้างผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญ ดังนี้:</p>

<ol data-path-to-node="9" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="9,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,0,0">ยกระดับความโปร่งใสและต่อต้านการทุจริต:</b> ประชาชน สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณ หรือสถิติด้านการบริหารราชการ ซึ่งการที่ข้อมูลถูกเปิดเผยและตรวจสอบได้ง่าย จะเป็นกลไกเชิงป้องกันที่ช่วยลดโอกาสในการทุจริตประพฤติมิชอบได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,1,0">ต่อยอดนวัตกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล:</b> ข้อมูลเปิดของรัฐถือเป็นขุมทรัพย์มหาศาลสำหรับภาคธุรกิจและวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) โดยเฉพาะกลุ่ม FinTech หรือ e-Commerce ที่สามารถนำชุดข้อมูล (Datasets) สถิติเชิงพื้นที่ หรือข้อมูลเศรษฐกิจระดับมหภาค ไปวิเคราะห์และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,2,0">ส่งเสริมการตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูล (Data-Driven Policy):</b> การเชื่อมโยงข้อมูลเปิดช่วยให้ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม คาดการณ์ปัญหา และร่วมกันออกแบบนโยบายสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด</p>
	</li>
</ol>

<h2 data-path-to-node="11">สรุป</h2>

<p data-path-to-node="12">การพลิกโฉมภาครัฐด้วยแนวคิด <b data-index-in-node="27" data-path-to-node="12">&quot;Digital by Default&quot;</b> และการขับเคลื่อนนโยบาย <b data-index-in-node="71" data-path-to-node="12">Open Data</b> ถือเป็นยุทธศาสตร์คู่ขนานที่ไม่อาจแยกจากกันได้ การลดขั้นตอนและการบูรณาการระบบบริการดิจิทัลเบ็ดเสร็จ จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ในขณะเดียวกัน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างโปร่งใส จะเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็ง</p>

<p data-path-to-node="13">ความสำเร็จของรัฐบาลดิจิทัลจึงไม่ได้วัดกันที่ปริมาณเทคโนโลยีที่นำมาใช้ แต่วัดจากความสามารถในการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ของการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ก้าวสู่การเป็นภาครัฐที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง และมีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน</p>

<p data-path-to-node="15"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15">แหล่งข้อมูลอ้างอิงและบรรณานุกรม (References)</b></p>

<ul data-path-to-node="16">
	<li>
	<p data-path-to-node="16,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,0,0">พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562:</b> กรอบกฎหมายสำคัญที่บังคับใช้เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบูรณาการข้อมูลและให้บริการในรูปแบบดิจิทัล</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="16,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,1,0">สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. (DGA):</b> แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (Digital Government Development Plan) และศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th)</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="16,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="16,2,0">United Nations (UN):</b> รายงานการสำรวจรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ขององค์การสหประชาชาติ (UN E-Government Survey) ว่าด้วยมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีระดับสากลในการพัฒนา Digital Government และ Open Government Data</p>
	</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260629dfe69191efc0b2e03011f5a0b30827d2123946.png' type='image/png' length='525438' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“SHIELD” นวัตกรรมความมั่นคงไซเบอร์จากมือตำรวจไทย ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/518765</link>
<guid isPermaLink="false">e376cc4c2c11c74bcc13192008605fdd</guid>
<pubDate>Sat, 04 Jul 2026 00:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="1">ท่ามกลางยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่เติบโตตามเป็นเงาตามตัวคือ <b data-index-in-node="85" data-path-to-node="1">&ldquo;อาชญากรรมข้ามชาติ&rdquo;</b> โดยเฉพาะวิกฤต <b data-index-in-node="119" data-path-to-node="1">แก๊งคอลเซ็นเตอร์</b> และ <b data-index-in-node="140" data-path-to-node="1">ขบวนการค้ามนุษย์</b> ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber-Scam) ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล และทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์นับแสนรายทั่วโลก</p>

<p data-path-to-node="2">ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ตั้งอยู่กึ่งกลางและล้อมรอบด้วยประเทศที่มีฐานปฏิบัติการของสแกมเมอร์ รัฐบาลไทยจึงประกาศให้เรื่องนี้เป็น <b data-index-in-node="135" data-path-to-node="2">&quot;วาระแห่งชาติ&quot;</b> และก้าวไปอีกขั้นสู่ระดับสากลด้วยการเปิดตัว <b data-index-in-node="193" data-path-to-node="2">&ldquo;SHIELD&rdquo;</b> เทคโนโลยีแพลตฟอร์มแรกของโลกที่พัฒนาโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย เพื่อทลายวงจรชั่วร้ายนี้อย่างถอนรากถอนโคน</p>

<p data-path-to-node="2">ทำความเข้าใจระบบ &ldquo;SHIELD&rdquo; คืออะไร?<br />
<strong data-end="705" data-start="627">SHIELD (SCAM &amp; Human Trafficking Information Exchange and Linked Database) </strong><strong data-end="705" data-start="627">คือ&nbsp;</strong>แพลตฟอร์มฐานข้อมูลด้านการสืบสวนระหว่างประเทศ &nbsp;สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์ ออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดทางกฎหมายและพรมแดน โดยครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลตั้งแต่การระบุพิกัดฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การแกะรอยเส้นทางการเงินของอาชญากร การรวบรวมฐานข้อมูลเครือข่ายผู้กระทำผิด และที่สำคัญที่สุดคือ การระบุตัวตนเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและเหยื่อจากการค้ามนุษย์&nbsp;ซึ่งจะช่วยยกระดับการสืบสวน การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยระบบนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก 4 ด้านหลัก ได้แก่&nbsp;&nbsp;</p>

<p data-path-to-node="6"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="6">1. IP Address (แกะรอยดิจิทัล)</b>&nbsp;รวบรวมหมายเลขไอพีที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้ในการหลอกลวง เพื่อส่งต่อข้อมูลและกดดันประเทศต้นทางที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์อาชญากรรมไซเบอร์ทันที<br />
<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8">2. GPS (ระบุพิกัดฐานปฏิบัติการ)&nbsp;</b>ใช้ระบบระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่แม่นยำ เพื่อชี้เป้าสถานที่ตั้งของ &quot;ค่ายสแกมเมอร์&quot; หรือกลุ่มอาคารที่ขบวนการค้ามนุษย์ใช้กักขังและบังคับใช้แรงงานเหยื่อ นำไปสู่การเข้าจู่โจมและช่วยเหลืออย่างทันท่วงที&nbsp;<br />
<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10">3. Cryptocurrency / Financial Flow (ตัดวงจรเงิน)&nbsp;</b>ติดตามเส้นทางการเงินและกระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto Wallet) ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการยักย้ายถ่ายเทและฟอกเงิน ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดทรัพย์สินและสกัดกั้นเงินของผู้เสียหายก่อนที่จะถูกโอนออกไปยังต่างประเทศ<br />
<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="12">4. Blacklist (ขึ้นบัญชีดำสากล)&nbsp;</b>รวบรวมและแชร์ข้อมูลเพื่อจัดทำฐานข้อมูล Blacklist ของอาชญากรและผู้ร่วมขบวนการระดับโลก เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศต่างๆ ใช้สกัดกั้นการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<h2 data-path-to-node="15"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15">จากโมเดลไทยสู่ความร่วมมือเวทีโลก</b></h2>

<p data-path-to-node="16">ความสำเร็จของระบบ <b data-index-in-node="18" data-path-to-node="16">SHIELD</b> ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับสากล โดยเฉพาะจากการเข้าหารือร่วมกับหน่วยงานระดับโลกและรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (เช่น หน่วยงาน TIP Office และ FBI) ซึ่งทางการสหรัฐฯ ได้ชื่นชมโมเดลการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมกับสถาบันการเงินของไทย และเตรียมนำระบบนี้ไปใช้เป็นต้นแบบ พร้อมหนุนไทยสู่สถานะการปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับ <b data-index-in-node="363" data-path-to-node="16">Tier 1</b> ปัจจุบัน มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก&nbsp;10&nbsp;ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำเข้าร่วมใช้งานแพลตฟอร์ม SHIELD แล้ว อาทิ <b data-index-in-node="493" data-path-to-node="16">สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, อินเดีย, เนปาล</b> รวมถึงองค์กรสากลอย่าง <b data-index-in-node="626" data-path-to-node="16"></b>สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC), องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI)</p>

<h2 data-path-to-node="18"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="18">บทสรุปและก้าวต่อไปของความปลอดภัย</b></h2>

<p data-path-to-node="19">การอุบัติขึ้นของเทคโนโลยี <b data-index-in-node="26" data-path-to-node="19">SHIELD</b> ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changer) ที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ตั้งรับอยู่เพียงในบ้าน แต่เลือกที่จะใช้ <b data-index-in-node="167" data-path-to-node="19">&quot;นวัตกรรมนำการปราบปราม&quot;</b> เชิงรุกในเวทีโลก</p>

<p data-path-to-node="20">นับจากนี้ ความร่วมมือที่ไร้พรมแดน ความรวดเร็วในการอายัดเงิน และการชี้เป้าพิกัดที่แม่นยำ จะกลายเป็น &quot;โล่&quot; (SHIELD) ที่แข็งแกร่งในการปกป้องเงินในกระเป๋าของประชาชน และช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์จากการถูกหลอกลวงไปค้ามนุษย์ได้อย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260703e168348c0555cc0e758052a2a7224e82141640.png' type='image/png' length='1982680' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ฝ่าฤดูฝนด้วยเทคโนโลยี: คุมต้นทุน "ข้าว-ผลไม้ไทย" ด้วยโดรนและระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517255</link>
<guid isPermaLink="false">09ee8bda334f26253e66f5a91dcd6fc9</guid>
<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 12:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="0">ฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาที่มีความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับภาคการเกษตรของประเทศไทย แม้ว่าน้ำฝนจะมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่สภาพอากาศที่แปรปรวน ปริมาณฝนที่ตกหนัก และความชื้นสัมพัทธ์ที่สูง มักนำมาซึ่งปัญหาการชะล้างปุ๋ยและสารเคมีลงสู่ดินก่อนที่พืชจะดูดซึมได้หมด รวมถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคพืชจากเชื้อรา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับ &quot;ต้นทุนแฝง&quot; ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรงงานที่ซ้ำซ้อน</p>

<p data-path-to-node="6">เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก การนำแนวคิด &quot;เกษตรอัจฉริยะ&quot; (Smart Farming) เข้ามาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง &quot;เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร&quot; และ &quot;ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ&quot; จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น &quot;ทางรอด&quot; ที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<h3 data-path-to-node="7">1. เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร: นวัตกรรมลดต้นทุนและทุ่นแรง</h3>

<p data-path-to-node="8">อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน (Drone) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพพื้นที่มักมีน้ำขังและเป็นโคลนตม การใช้แรงงานคนหรือเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าไปปฏิบัติงานในแปลงเพาะปลูกทำได้ยากและอาจสร้างความเสียหายแก่ต้นพืช</p>

<ul data-path-to-node="9">
	<li>
	<p data-path-to-node="9,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,0,0">ความแม่นยำและการประหยัดเวลา:</b> โดรนสามารถฉีดพ่นปุ๋ยน้ำและสารชีวภัณฑ์ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 2 นาทีต่อ 1 ไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถฉวยจังหวะเวลาในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงสั้นๆ ในการดูแลพืชได้อย่างรวดเร็ว</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="9,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="9,1,0">การลดต้นทุนและเพิ่มความปลอดภัย:</b> การใช้โดรนช่วยลดการสูญเสียปุ๋ยและยาจากการฉีดพ่นที่ไม่ได้สัดส่วน ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ระบุว่าการใช้โดรนสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 20 ต่อปี และยังช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนปกป้องสุขภาพของเกษตรกรจากการสัมผัสสารเคมีโดยตรง</p>
	</li>
</ul>

<h3 data-path-to-node="10">2. ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ (IoT Sensors): ผู้ช่วยวิเคราะห์ดินและสภาพอากาศ</h3>

<p data-path-to-node="11">นอกจากการจัดการทางอากาศแล้ว การรับรู้สถานะของ &quot;ดินและน้ำ&quot; เป็นหัวใจสำคัญของเกษตรกรรมยุคใหม่ เทคโนโลยีเซนเซอร์และการประมวลผลผ่าน Internet of Things (IoT) เช่น ระบบ HandySense ที่พัฒนาโดย NECTEC ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเพาะปลูกที่แม่นยำ (Precision Agriculture)</p>

<p data-path-to-node="12">เซนเซอร์วัดความชื้นในดิน (Soil Moisture Sensor) และเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ/ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ช่วยให้เกษตรกรทราบข้อมูลสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ในช่วงฤดูฝน ระบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินว่าระดับน้ำในดินมีความอิ่มตัวเกินไปหรือไม่ หากพบว่าความชื้นสูงเกินเกณฑ์ เกษตรกรสามารถงดการให้น้ำและหาทางระบายน้ำออกเพื่อป้องกันปัญหารากเน่าโคนเน่าได้อย่างทันท่วงที</p>

<h3 data-path-to-node="13">3. การประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับ &quot;ข้าว&quot; และ &quot;ผลไม้ไทย&quot;</h3>

<p data-path-to-node="14">เมื่อนำเทคโนโลยีทั้งสองส่วนมาบูรณาการร่วมกัน จะเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ดังนี้:</p>

<ul data-path-to-node="15">
	<li>
	<p data-path-to-node="15,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15,0,0">3.1 ข้าว (Rice):</b> สำหรับนาข้าว การใช้โดรนร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียมหรือการวิเคราะห์จากเซนเซอร์ จะช่วยระบุพื้นที่ในแปลงที่ต้นข้าวมีอาการขาดธาตุอาหาร เกษตรกรสามารถใช้โดรนบินไปฉีดพ่นปุ๋ยเฉพาะจุด (Spot Spraying) แทนการหว่านปุ๋ยแบบปูพรม ซึ่งนอกจากจะลดต้นทุนค่าปุ๋ยที่อาจถูกน้ำฝนพัดพาไปแล้ว ยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ได้ผลผลิต &quot;ข้าวรักษ์โลก&quot; ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคระดับสากล</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="15,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15,1,0">3.2 ผลไม้ไทย (Thai Fruits):</b> ผลไม้เศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ มักเผชิญปัญหาเชื้อราและโรคพืชที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศชื้น การติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้นสะสมและระบบพยากรณ์อากาศระดับแปลง ช่วยให้ชาวสวนผลไม้สามารถคาดการณ์ความเสี่ยงของการระบาดได้ล่วงหน้า เมื่อผสานกับการใช้โดรนเพื่อพ่นสารชีวภัณฑ์ป้องกันเชื้อราที่ยอดทรงพุ่มสูง (ซึ่งแรงงานคนเข้าถึงยาก) จะช่วยรักษาสภาพต้นและคุณภาพของผลไม้ให้ได้มาตรฐานส่งออก (GAP) สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร</p>
	</li>
</ul>

<h3 data-path-to-node="16">บทสรุป</h3>

<p data-path-to-node="17">การปรับตัวเข้าสู่ยุค &quot;เกษตรอัจฉริยะ&quot; (Smart Farming) ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ (IoT Sensors) คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถเอาชนะข้อจำกัดทางธรรมชาติในฤดูฝนได้ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ &quot;ทุ่นแรง&quot; แต่ยังช่วย &quot;ลดต้นทุน&quot; อย่างเป็นรูปธรรม และ &quot;เพิ่มคุณภาพ&quot; ผลผลิตอย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนและสนับสนุนเทคโนโลยีเหล่านี้สู่ระดับชุมชน จะเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ SME และวิสาหกิจชุมชน นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ</p>

<h3 data-path-to-node="19">แหล่งอ้างอิง:</h3>

<ol data-path-to-node="20" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="20,0,0">สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa). (2566). <i data-index-in-node="48" data-path-to-node="20,0,0">เทคโนโลยีโดรน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพื่อเกษตรกรยุคใหม่</i> และโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="20,1,0">ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC). (2563). <i data-index-in-node="69" data-path-to-node="20,1,0">HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ สู่ Open Innovation.</i></p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="20,2,0">กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2567). <i data-index-in-node="51" data-path-to-node="20,2,0">แนวทางการจัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ.</i></p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="20,3,0">สยามคูโบต้า. (ม.ป.ป.). <i data-index-in-node="23" data-path-to-node="20,3,0">โดรนเพื่อการเกษตร คืออะไร? มีประโยชน์ขนาดไหน กับงานไร่-สวน.</i></p>
	</li>
</ol>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260629690c4b38f960c09cb95f9e3c6d3d8649123533.png' type='image/png' length='708209' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี)]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/518377</link>
<guid isPermaLink="false">4da5e47158404f76c055558ff8670c48</guid>
<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 08:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>*️⃣<strong>ฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี) คืออะไร?</strong></p>

<p><b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="0">&nbsp; &nbsp; ฮูกุมปากัต (Hukum Pakat)</b> หรือ <b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="30">ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี</b> คือ <b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="55">ข้อตกลงหรือกติกาทางสังคมของคนในหมู่บ้าน</b> ที่ไม่ใช่กฎหมายของรัฐ แต่เป็นเครื่องมือส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยอาศัยหลัก <b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="190">จริยศาสตร์ จารีตประเพณี และหลักศรัทธาทางศาสนา</b> มาเป็นเข็มทิศในการดำเนินชีวิต<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ฮูกุม</strong>&nbsp;หมายถึง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="4,1,0">ปากัต (Pakat):</b> หมายถึง การตกลงร่วมกัน การเห็นพ้องต้องกัน หรือมติเอกฉันท์<br />
เมื่อนำมารวมกัน <b data-index-in-node="16" data-path-to-node="5">ฮูกุมปากัต จึงหมายถึง &quot;ข้อตกลงร่วมกันของชุมชน&quot;&nbsp;</b>ที่ทุกภาคส่วนในชุมชน ตั้งแต่ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ร่วมกันกำหนดขึ้นเพื่อสร้างหมู่บ้านให้มีความสงบสุขอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งในบริบทของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการนำแนวคิดนี้มาจัดทำเป็น <b data-index-in-node="131" data-path-to-node="5">&quot;ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี&quot;</b> โดยเป็นการนำหลักการทางศาสนาอิสลาม (อัลกุรอานและอัลหะดีษ) มาผสานรวมกับกฎหมายไทย ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น และบริบทของชุมชน เพื่อกำหนดเป็นกติกาหรือแนวทางในการอยู่ร่วมกันของคนในหมู่บ้านอย่างสันติสุข</p>

<p><b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="533">*️⃣หลักการสำคัญของฮูกุมปากัต: ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี</b><br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;หลักการขับเคลื่อนจะยึดแนวทาง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมแบบองค์รวม<br />
&nbsp; &nbsp;1.&nbsp;<b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="663">เป็นคนดี:</b> ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม &quot;ทำดี ละชั่ว กลัวบาป&quot;<br />
&nbsp; &nbsp;2.&nbsp;<b _ngcontent-ng-c3790128304="" data-start-index="718">มีปัญญา:</b> ส่งเสริมการเรียนรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก<br />
&nbsp; &nbsp;3. <strong>รายได้สมดุล</strong>:&nbsp;ส่งเสริมอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง<br />
&nbsp; &nbsp;4.&nbsp;<strong>สุขภาพแข็งแรง</strong>:&nbsp;ดูแลสุขภาพกายและจิตใจของคนในชุมชน<br />
&nbsp; &nbsp;5.&nbsp;<strong>สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์</strong>: อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น<br />
&nbsp; &nbsp;6.&nbsp;<strong>สังคมอบอุ่น</strong>:&nbsp;สร้างความรักสามัคคีในครอบครัว/ชุมชน ไม่ทอดทิ้งกัน<br />
&nbsp; &nbsp;7.&nbsp;<strong>หลุดพ้นอาชญากรรม/ยาเสพติด</strong>:&nbsp;ป้องกันปัญหายาเสพติดและเหตุร้าย<br />
&nbsp; &nbsp;8.&nbsp;<strong>จัดตั้งกองทุนพึ่งตนเอง</strong>:&nbsp;สร้างความมั่นคงทางการเงินในระดับฐานรากภายในชุมชน<br />
&nbsp; &nbsp;9.&nbsp;<strong>กรรมการหมู่บ้านเข้มแข็ง</strong>: พัฒนาศักยภาพของผู้นำ และสภานักเรียนให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p><strong>*️⃣ การส่งเสริมความมั่นคงของประเทศและชุมชน</strong><br />
ฮูกุมปากัตทำหน้าที่เป็น <strong>ฐานรากที่แข็งแกร่งในการพัฒนาประเทศ</strong> ผ่านกลไกดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; 🔸<strong>ความมั่นคงของชุมชน:</strong> ช่วยลดความขัดแย้งผ่าน กระบวนการยุติธรรมทางเลือก&nbsp;(Alternative Justice) โดยใช้ศีลธรรมและวัฒนธรรมเป็นตัวตัดสิน เช่น การใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการรวมพลังสอดส่องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน<br />
&nbsp; &nbsp; 🔸<strong>ความมั่นคงของประเทศ</strong>:&nbsp;ฮูกุมปากัตช่วยเชื่อมโยง แผนชีวิตหมู่บ้าน&nbsp;เข้ากับ ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ให้เป็นแผนเดียวกัน (One Plan) การที่หมู่บ้านเข้มแข็งและปลอดอาชญากรรม ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความสงบสุขของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้<br />
&nbsp; &nbsp; 🔸<strong>การแก้ไขปัญหายาเสพติด</strong>:&nbsp;ชุมชนใช้กฎฮูกุมปากัตเป็นบทลงโทษทางสังคมสำหรับผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น การไม่สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาหรือการร่วมงานบุญในครอบครัวที่ทำผิด เพื่อให้คนในชุมชนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม</p>

<p><strong>*️⃣</strong>การนำ <b data-index-in-node="6" data-path-to-node="0">ฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี)</b> ไปใช้จริงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (และขยายผลไปยังสถาบันการศึกษาต่าง ๆ) ไม่ใช่การออกกฎหมายบังคับ แต่เป็นการขับเคลื่อนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยมี <b data-index-in-node="190" data-path-to-node="0">&quot;มัสยิดและสถาบันทางสังคม&quot;</b> เป็นศูนย์กลาง มีตัวอย่างรูปแบบการนำไปใช้งานที่เป็นรูปธรรมในด้านต่าง ๆ ดังนี้<br />
<strong>1. การแก้ปัญหาและควบคุมปัญหายาเสพติด/อาชญากรรมในชุมชน</strong></p>

<ul data-path-to-node="2">
	<li>
	<p data-path-to-node="2,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="2,0,0">วิธีนำไปใช้:</b> หมู่บ้านที่นำฮูกุมปากัตไปใช้ (เช่น ต้นแบบอย่างกำปงบูเก๊ะโมเดล) จะกำหนดบทลงโทษทางสังคม (Social Sanction) ควบคู่กับกฎหมาย เช่น หากพบเยาวชนในหมู่บ้านยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือก่อเหตุลักขโมย ชุมชนจะมีมาตรการร่วมกัน เช่น การจำกัดสิทธิ์ในสวัสดิการหมู่บ้านชั่วคราว การให้บำเพ็ญประโยชน์ร่วมกับศาสนสถาน หรือประสานผู้นำศาสนา (โต๊ะอิหม่าม) และผู้ปกครองมาตักเตือนและเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา</p>
	</li>
</ul>

<p data-path-to-node="2,0,0"><strong>2. การขับเคลื่อน &quot;ฮูกุมปากัต 9 ดี&quot; สู่สถานศึกษาและเยาวชน</strong></p>

<ul data-path-to-node="2">
	<li>
	<p data-path-to-node="6,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="6,0,0">วิธีนำไปใช้:</b> มีการนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (สถาบันศึกษาปอเนาะ) และสถานศึกษาในพื้นที่ โดยนำหลัก &quot;ทำดี ละชั่ว กลัวบาป&quot; มาหลอมรวมกับกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น&nbsp;โรงเรียนบ้านเจาะเกาะ จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ขานรับนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโรงเรียนซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านการจัดการเรียนการสอนอิสลามแบบเข้ม ได้นำหลักฮูกุมปากัตมาบูรณาการผ่านนวัตกรรมที่เรียกว่า &ldquo;3 ร่วมโมเดล (จาโปตางัน)&nbsp;</p>

	<ul>
		<li>
		<p><strong>&ldquo;3 ร่วมโมเดล&rdquo; (จาโปตางัน) คืออะไร?</strong><br />
		นวัตกรรมนี้ใช้หลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 มาเป็นหัวใจในการดำเนินงาน</p>

		<ul>
			<li><strong>เข้าใจ (Understanding)</strong>&nbsp;สร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อวางแผนกิจกรรมร่วมกัน</li>
			<li><strong>เข้าถึง (Accessibility)</strong>&nbsp;ทุกภาคส่วนลงมือปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบและเป็นทีม</li>
			<li><strong>พัฒนา (Development)</strong>&nbsp;ร่วมกันสะท้อนผลเพื่อต่อยอดโครงการให้ดียิ่งขึ้น</li>
		</ul>
		</li>
	</ul>
	</li>
</ul>

<p data-path-to-node="7"><strong>3. การจัดตั้งกองทุนพึ่งตนเองและสวัสดิการชุมชน</strong></p>

<ul data-path-to-node="8">
	<li>
	<p data-path-to-node="8,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8,0,0">วิธีนำไปใช้:</b> ใน &quot;ดีที่ 8 จัดตั้งกองทุนพึ่งตนเอง&quot; มีการบริหารจัดการระบบ &quot;ซะกาต&quot; (การบริจาคตามหลักศาสนา) และกองทุนหมู่บ้านอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจน ผู้ด้อยโอกาส ทุนการศึกษาเด็กกำพร้า หรือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความอบอุ่นใจให้คนในสังคมว่า &quot;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&quot;</p>
	</li>
</ul>

<p data-path-to-node="8,0,0"><strong>4. การปั้น &quot;วิทยากรแกนหลัก&quot; เพื่อขยายผล</strong></p>

<ul>
	<li data-path-to-node="8,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="12,0,0">วิธีนำไปใช้:</b> หน่วยงานภาครัฐ (เช่น กอ.รมน.ภาค 4 สน. และ ศอ.บต.) ร่วมกับสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดอบรมให้ความรู้กับประธานชมรมโต๊ะครู และผู้นำชุมชน เพื่อสร้าง &quot;วิทยากรแกนหลักฮูกุมปากัต&quot; นำคู่มือแนวทาง 9 ดีนี้ไปกระจายเสียงและเปิดเวทีพูดคุยสร้างความเข้าใจในมัสยิดแต่ละแห่ง ให้ชาวบ้านเห็นชอบร่วมกันจนกลายเป็นวิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน</li>
</ul>

<p data-path-to-node="8,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="13">กล่าวโดยสรุป</b> การนำฮูกุมปากัตไปใช้ จึงไม่ใช่แค่การตั้งกฎ แต่คือการ <b data-index-in-node="66" data-path-to-node="13">&quot;ใช้ศรัทธาทางศาสนา บูรณาการร่วมกับกฎหมายบ้านเมือง และพลังสามัคคีของชุมชน&quot;</b> มาลงมือทำจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อเปลี่ยนหมู่บ้านให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีรายได้ มีการศึกษา และห่างไกลจากความรุนแรง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2026070242dd8c40fcd2e4e491f1fee8d36c1378143750.png' type='image/png' length='1422321' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วูบบ่อย ไม่ได้แปลว่าเป็น Stroke เสมอไป หมอเตือน "สมองหลับเป็นช่วง ๆ" เสี่ยงอุบัติเหตุไม่รู้ตัว]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/518380</link>
<guid isPermaLink="false">67ca1813abe4365dd92c511c2e61adb4</guid>
<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 14:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>หมอสุรัตน์ เผยภาวะ &ldquo;วูบชั่ววินาที&rdquo; อาจไม่ใช่ Stroke แต่อาจเป็น Micro-lapse หรือสมองหลับบางส่วนจากอดนอน ทำให้เหม่อ หลุดสติชั่วคราว เสี่ยงอุบัติเหตุได้</strong></p>

<p><strong>ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong>&nbsp;โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ อธิบายกรณีผู้ป่วยที่มีอาการ &ldquo;วูบ ๆ เหมือน black out&rdquo; เช่น ขับรถอยู่แล้วเหมือนหลับไปชั่ววินาที หรือยืนคุยอยู่แล้วเกิดอาการเหมือนหลงลืมว่าอยู่ที่ไหน ทำให้หลายคนกังวลว่าอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)</p>

<p>หมอสุรัตน์ ระบุว่า หากเป็น Stroke อาการมักยาวนานกว่านี้ และมักมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย ไม่ใช่เพียงอาการ &ldquo;วูบสั้น ๆ เป็นวินาที&rdquo; ในหลายกรณี</p>

<p>ลักษณะดังกล่าวอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า Micro-lapse หรือ Attention lapse หรือบางครั้งเรียก Micro sleep ซึ่งเป็นภาวะที่สมอง &ldquo;หลับเป็นช่วง ๆ&rdquo; แม้ร่างกายยังลืมตาและทำกิจกรรมอยู่</p>

<p><strong>อาการ &ldquo;หลุดสติชั่ววินาที&rdquo; ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน</strong></p>

<p>ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีอาการ เช่น</p>

<ul>
	<li>ขับรถแล้วเหม่อ จนเลยทางแยกโดยไม่รู้ตัว</li>
	<li>อ่านหนังสือแต่ไม่เข้าใจเนื้อหา</li>
	<li>คุยกับคนอื่นแล้วเหมือนสมอง &ldquo;หายไปชั่วขณะ&rdquo;</li>
	<li>ลืมชั่วคราวว่ากำลังทำอะไรอยู่</li>
</ul>

<p>บางรายมีอาการศีรษะผงกขึ้นทันที (Sleep attack) ซึ่งเป็นลักษณะของการหลับใน อาการเหล่านี้อาจเกิดได้ทั้งในชีวิตประจำวันและระหว่างทำงาน ไม่จำเป็นต้องเกิดเฉพาะตอนขับรถ</p>

<p><strong>Micro-lapse: สมองไม่ได้หลับทั้งก้อน แต่ &ldquo;หลับบางส่วน&rdquo;</strong></p>

<p>หมอสุรัตน์ อธิบายว่า Micro-lapse มักเกิดเมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีภาวะอดนอนสะสม งานวิจัยในปี 2017 พบว่า แม้คนเราจะยังตื่นอยู่ แต่บางส่วนของสมองสามารถเข้าสู่ภาวะคล้ายการนอนหลับได้ เรียกว่า Local sleep หรือ &ldquo;การหลับเฉพาะส่วน&rdquo;</p>

<p>เมื่อสมองบางส่วนหยุดทำงานชั่วคราว จะส่งผลให้เกิดอาการ เช่น</p>

<ul>
	<li>เหม่อลอย</li>
	<li>ตอบสนองช้า</li>
	<li>จำเหตุการณ์ช่วงสั้น ๆ ไม่ได้</li>
</ul>

<p>หลักฐานทางวิทยาศาสตร์: สมอง &ldquo;แทรกโหมดนอน&rdquo; ระหว่างตื่นปลายปี 2025 นักวิจัยจาก MIT และ Boston University ศึกษาอาสาสมัครที่อดนอน โดยใช้เครื่อง fMRI ร่วมกับการวัดคลื่นสมอง การเปลี่ยนแปลงของรูม่านตา และการไหลของน้ำหล่อสมอง (CSF) ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงที่เกิด Micro-lapse จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน ได้แก่&nbsp;</p>

<ul>
	<li>คลื่นสมองช้าลง</li>
	<li>การไหลเวียนเลือดในสมองเปลี่ยนแปลง</li>
	<li>รูม่านตาหดเล็กลง</li>
	<li>การไหลของน้ำหล่อสมองมีจังหวะคล้ายช่วงหลับ</li>
</ul>

<p>&nbsp;</p>

<p>นักวิจัยจึงสรุปว่า เมื่ออดนอน สมองอาจเริ่ม &ldquo;สลับเข้าสู่โหมดการนอนบางส่วน&rdquo; แม้ในช่วงที่ยังตื่นอยู่ก็ตาม อันตรายที่มองไม่เห็น: เกิดเพียง 1&ndash;3 วินาที แต่ผลกระทบรุนแรง Micro-lapse ใช้เวลาเพียงประมาณ 1&ndash;3 วินาที แต่หากเกิดขึ้นขณะขับรถด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะเคลื่อนที่ไปได้ราว 30&ndash;80 เมตร โดยที่ผู้ขับขี่แทบไม่รับรู้เหตุการณ์</p>

<p>จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ</p>

<ul>
	<li>อุบัติเหตุบนท้องถนน</li>
	<li>ความผิดพลาดในการทำงาน</li>
	<li>การตัดสินใจผิดพลาดเฉียบพลัน</li>
	<li>ไม่ใช่ทุก &ldquo;เหม่อ&rdquo; คือ Micro-lapse ต้องแยกโรคสำคัญ</li>
</ul>

<p>หมอสุรัตน์ ระบุว่า ภาวะนี้ต้องแยกจากโรคสำคัญอื่น ได้แก่</p>

<ul>
	<li>Micro-lapse จากการอดนอน เกิด 1&ndash;3 วินาที มักสัมพันธ์กับความอ่อนล้าหรือพักผ่อนไม่พอ กลับมาปกติทันทีจำเหตุการณ์ได้ไม่ชัด</li>
	<li>ลมชักเหม่อ (Absence seizure) เหม่อนานประมาณ 5&ndash;20 วินาที อาจเกิดซ้ำได้โดยไม่เกี่ยวกับการอดนอนไม่ตอบสนองต่อการเรียก อาจมีอาการกะพริบตาหรือขยับปาก ต้องวินิจฉัยด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)</li>
	<li>Mini stroke หรือ TIA (Transient Ischemic Attack) ไม่ใช่แค่เหม่อ แต่มีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือมองเห็นผิดปกติ แม้อาการหายภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินเป็นสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง</li>
</ul>

<p><strong>สัญญาณเตือนจากสมอง</strong></p>

<p>ฝากข้อสังเกตว่า หากเริ่มมีอาการ เหม่อบ่อย สมาธิหลุด ทำงานผิดพลาดง่าย อาจเป็นสัญญาณว่าสมองกำลัง &ldquo;ขอพัก&rdquo; และหากปล่อยให้เกิดภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอสะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นตามมาได้</p>

<p>ภาวะ &ldquo;วูบเหมือนหมดสติชั่ววินาที&rdquo; ไม่ได้หมายความว่าเป็น Stroke เสมอไป แต่อาจเป็น Micro-lapse หรือภาวะสมองหลับเป็นช่วง ๆ จากการอดนอนและความอ่อนล้า การแยกโรคจาก Stroke, ลมชักเหม่อ และ TIA เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละภาวะมีความรุนแรงและการรักษาแตกต่างกันอย่างมาก<br />
ข้อมูล :&nbsp;&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202607023c93a2c0653f3d2a9f94c776ed8604c1144342.png' type='image/png' length='774872' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผสานขุมพลัง 5G ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคคาร์บอนต่ำ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517139</link>
<guid isPermaLink="false">b3f28286d9d04cdc09a1c8f83028f4a4</guid>
<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 09:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="0">ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายระดับชาติที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 อย่างไรก็ตาม การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวไปพร้อมกับการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถพึ่งพาวิธีการดั้งเดิมได้อีกต่อไป <b data-index-in-node="373" data-path-to-node="3">การผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงข่ายอัจฉริยะ (5G) และพลังงานสะอาด (Green Energy)</b> จึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ภาคยุทธศาสตร์และภาคการลงทุนกำลังจับตามองในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้</p>

<p data-path-to-node="4"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="4">1. AI และ Smart Grid: ปฏิวัติการบริหารจัดการพลังงานสะอาด</b></p>

<p data-path-to-node="4">ความท้าทายหลักของพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม คือความผันผวนที่ไม่แน่นอน (Intermittency) การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำงานร่วมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) จึงเป็นการพลิกโฉมการบริหารจัดการพลังงานอย่างสิ้นเชิง</p>

<p data-path-to-node="5">AI สามารถใช้ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศล่วงหน้า ประเมินกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม และบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) ให้สมดุลกันแบบเรียลไทม์ ซึ่งสอดคล้องกับ <b data-index-in-node="209" data-path-to-node="5">ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2024)</b> ที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 10,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมเม็ดเงินลงทุนในระบบสมาร์ทกริดกว่า 400,000 ล้านบาท</p>

<p data-path-to-node="6"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="6">2. ขุมพลัง 5G: โครงข่ายดิจิทัลไร้รอยต่อสู่ความอัจฉริยะ</b></p>

<p data-path-to-node="6">เพื่อให้ระบบ AI สามารถรับส่งข้อมูลจากเซนเซอร์นับล้านจุด (IoT) ได้อย่างแม่นยำและไม่หน่วงช้า โครงข่าย 5G จึงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านนี้ 5G ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่อุตสาหกรรมโทรคมนาคม แต่เป็นรากฐานในการสร้าง Smart Factory และ Smart Building ที่สามารถตรวจจับและลดการสูญเสียพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>

<p data-path-to-node="7"><i data-index-in-node="0" data-path-to-node="7">กรณีศึกษาในประเทศไทย:</i> รายงานจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ระบุว่า ผู้ให้บริการโครงข่ายในไทยได้ริเริ่มใช้ AI ในการบริหารจัดการการใช้พลังงานของสถานีฐาน 5G และติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ครอบคลุมกว่า 13,465 สถานี ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์โซลาร์และซอฟต์แวร์ AI สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 49,000 ตันต่อปี (แบ่งเป็นการลดจากโซลาร์ ~30,000 ตัน และจากการบริหารประสิทธิภาพด้วย AI ~19,000 ตัน)</p>

<p data-path-to-node="8"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="8">3. Green Data Center: โอกาสใหม่ของการลงทุนคาร์บอนต่ำ</b></p>

<p data-path-to-node="8">การบูมของยุค AI ทำให้ความต้องการประมวลผลข้อมูล (Computing Power) พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งตามมาด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล ศูนย์ข้อมูล (Data Center) แบบดั้งเดิมจึงกลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนขนาดใหญ่</p>

<p data-path-to-node="9">ประเทศไทยกำลังเร่งสร้างความได้เปรียบด้วยการผลักดัน <b data-index-in-node="51" data-path-to-node="9">Green Data Center</b> ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100% พร้อมกับการใช้ AI ควบคุมระบบทำความเย็น (Cooling System Optimization) ภายในศูนย์ข้อมูล ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก (Hyperscalers) ที่มีนโยบาย ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างเข้มงวด การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ผ่านโครงการ AI Transformation ยิ่งเป็นการเร่งให้เกิดการประยุกต์ใช้เพื่อการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น</p>

<p data-path-to-node="10"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10">บทสรุป</b></p>

<p data-path-to-node="10">การบูรณาการระหว่าง AI, 5G และ Green Energy ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์การรักษ์โลกที่ฉาบฉวย แต่คือ &quot;โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต&quot; ที่จะชี้วัดความอยู่รอดทางการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย</p>

<p data-path-to-node="11">AI คือ <b data-index-in-node="7" data-path-to-node="11">&quot;สมอง&quot;</b> ที่คิดวิเคราะห์และสั่งการ, 5G คือ <b data-index-in-node="48" data-path-to-node="11">&quot;ระบบประสาท&quot;</b> ที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ และ Green Energy คือ <b data-index-in-node="115" data-path-to-node="11">&quot;หัวใจ&quot;</b> ที่สูบฉีดพลังงานสะอาดหล่อเลี้ยงทุกภาคส่วน เมื่อทั้งสามองค์ประกอบนี้ถูกยกระดับขึ้นพร้อมกันภายใต้แผนนโยบาย PDP 2024 และมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ ประเทศไทยจะมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็น Hub ด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำของภูมิภาค ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>

<p data-path-to-node="13"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="13">แหล่งอ้างอิงและข้อมูลประกอบการค้นคว้า:</b></p>

<ol data-path-to-node="14" start="1">
	<li>
	<p data-path-to-node="14,0,0">กระทรวงพลังงาน. (2567). <i data-index-in-node="24" data-path-to-node="14,0,0">ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2024)</i>. (มุ่งเน้นการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนและระบบสมาร์ทกริด).</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="14,1,0">สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa). (2569). <i data-index-in-node="48" data-path-to-node="14,1,0">AI for Green &amp; Sustainability พลิกประเทศไทยสู่โลกสีเขียวด้วยพลังแห่งปัญญาประดิษฐ์ และโครงการ AI Transformation</i>.</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="14,2,0">สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.). (พฤษภาคม 2569). <i data-index-in-node="74" data-path-to-node="14,2,0">สิ่งแวดล้อมเป็นวาระธุรกิจยุคใหม่: สถิติการลดก๊าซเรือนกระจกในโครงข่ายโทรคมนาคมด้วย AI และ Solar</i>.</p>
	</li>
</ol>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20260629a542cc0a18b19a0c3fa48fd505996507092416.png' type='image/png' length='586140' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองคนพิการ: ความห่วงใยจากรัฐสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/518106</link>
<guid isPermaLink="false">d5b41a272a1c2862a94edda0768eb5b5</guid>
<pubDate>Thu, 02 Jul 2026 08:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นและแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการผ่านนโยบายการยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี เสมอภาค และพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รัฐได้จัดสรรสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองในหลายด้านเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสุขและความมั่นคงให้กับคนพิการทั่วประเทศ</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="505">1. ความมั่นคงทางรายได้และสวัสดิการเบี้ยความพิการ</b> รัฐให้ความสำคัญกับค่าครองชีพพื้นฐาน โดยจัดสรร &quot;<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="599">เบี้ยความพิการ&quot;&nbsp;</b>รายเดือนให้กับผู้ถือบัตรประจำตัวคนพิการ ซึ่งปัจจุบันได้รับ 800 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 1,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี&nbsp; ทั้งนี้ หากเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐร่วมด้วย จะได้รับเงินเพิ่มเติมอีก 200 บาทต่อเดือน รวมเป็น 1,000 บาท&nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยังมีมติ<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="948">เสนอปรับเพิ่มเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน</b> สำหรับผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการทุกคน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและแสดงถึงความห่วงใยในการลดภาระค่าใช้จ่าย</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="1112">2. การสร้างอาชีพและโอกาสในการพึ่งพาตนเอง</b> เพื่อส่งเสริมให้คนพิการมีรายได้ที่ยั่งยืน รัฐบาลผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้เปิดโอกาสให้<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="1261">กู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพโดยไม่มีดอกเบี้ย&nbsp;</b>โดยคนพิการหรือผู้ดูแลสามารถกู้รายบุคคลได้สูงสุด 120,000 บาท และกู้รายกลุ่มได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท ผ่อนชำระภายใน 5 ปี&nbsp;ล่าสุดยังมีการปรับเพิ่มวงเงินกู้ยืมสูงสุดรายบุคคลจากเดิม 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อรองรับการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน&nbsp;อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชัน <b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="1567">DepFund</b> เพื่อช่วยให้การเข้าถึงแหล่งทุนและการบริหารจัดการเงินกู้เป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ รัฐยังผลักดันนโยบายการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นแบบอย่างให้ภาคเอกชน โดยเน้นการจัดสรรงานตามศักยภาพเพื่อให้คนพิการมีที่ยืนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="1824">3. การเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการศึกษา</b> ความห่วงใยด้านสุขภาพสะท้อนผ่านสิทธิ<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="1901">บัตรทองคนพิการ (ท.74)</b> ซึ่งช่วยให้คนพิการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐได้ฟรีโดยไม่ต้องมีใบส่งตัว&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมทั้งการตรวจรักษา ค่ายา การผ่าตัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ รวมถึงมีสิทธิขอรับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ เช่น รถเข็น ขาเทียม หรือเครื่องช่วยฟัง ตามการวินิจฉัยของแพทย์&nbsp; ในด้านการศึกษา รัฐสนับสนุนให้คนพิการ<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2227">เรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาตรี</b>ในหลักสูตรที่กำหนด เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียม</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2314">4. การอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะและการเดินทาง</b> รัฐกำหนดให้มีการจัดทำ<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2385">สิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร</b>และพื้นที่สาธารณะตามหลัก Universal Design ไม่ว่าจะเป็นทางลาดที่มีราวจับที่มั่นคง ลิฟต์สำหรับคนพิการ ห้องส้วมที่มีอุปกรณ์พยุงตัว และที่จอดรถที่จัดไว้ใกล้ทางเข้าอาคารมากที่สุด&nbsp;เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ด้วยตนเอง&nbsp;สำหรับการเดินทาง คนพิการได้รับสิทธิ<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2672">ยกเว้นค่าโดยสาร</b>รถไฟฟ้า (BTS/MRT/Airport Rail Link) และเรือโดยสารในเขตกรุงเทพฯ&nbsp;รวมถึงส่วนลดค่าโดยสาร 50% สำหรับรถเมล์ ขสมก. รถทัวร์ บขส. รถไฟ และการบินไทย (ในประเทศ)&nbsp;และบริการ <b data-index-in-node="228" data-path-to-node="11">&quot;ล่ามภาษามือ&quot;</b> เพื่อให้การสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างเท่าเทียม</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2836">5. ความคุ้มครองและการสนับสนุนผู้ดูแล</b> รัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ที่อยู่เคียงข้างคนพิการ จึงมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษี โดยผู้ดูแลสามารถนำค่าอุปการะคนพิการไป<b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2991">ลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาทต่อคนพิการ 1 คน</b>&nbsp; นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณสำหรับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยรายละไม่เกิน 40,000 บาท เพื่อให้บ้านมีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการดำรงชีวิต และมีการจัดสวัสดิการ โดยมอบเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน&nbsp; เพื่อสนับสนุนการดูแลภายในชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำ</p>

<p>สิทธิประโยชน์เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมที่จะสนับสนุนทุกย่างก้าวของคนพิการให้มีความสุข มีความปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับผู้พิการที่ต้องการขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือสายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2991"> </b></p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2991">&nbsp;ที่มา กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</b></p>

<p><b _ngcontent-ng-c2118263928="" data-start-index="2991">&nbsp;</b></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202607014d209d93b681128a4f4fea7e90401a2f150317.png' type='image/png' length='1435139' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เตือนภัยสายบิน! “รับหิ้วของ” รายได้เสริมหลักร้อย เสี่ยงคุกไม่รู้ตัว]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/517740</link>
<guid isPermaLink="false">368d276524f920d20b1de2559d15e898</guid>
<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 15:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p data-path-to-node="1">ยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากมีรายได้เสริม และหนึ่งในอาชีพยอดฮิตของคนที่เดินทางต่างประเทศบ่อย ๆ หรือกลุ่มนักเรียนนอกก็คือ <b data-index-in-node="111" data-path-to-node="1">&ldquo;การรับหิ้วของ&rdquo;</b> ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง กระเป๋าแบรนด์เนม ขนม หรือโมเดลของเล่น ดูเป็นงานง่าย ๆ แค่หิ้วขึ้นเครื่องบินมาก็ได้เงินค่าขนมหลักร้อยหลักพัน</p>

<p data-path-to-node="2">แต่รู้ไหมว่า? หลังฉากความสะดวกสบายนี้ มีขบวนการมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ และอาจเปลี่ยนสถานะของคุณจาก &quot;คนหารายได้เสริม&quot; ให้กลายเป็น &quot;ผู้ต้องหา&quot; ในพริบตา</p>

<p data-path-to-node="2"><strong>🔴กลลวงยอดฮิตที่มิจฉาชีพใช้หลอกให้ &quot;รับหิ้ว&quot;</strong><br />
มิจฉาชีพมักจะใช้ความใจอ่อน ความโลภ หรือความเกรงใจของเราเป็นเครื่องมือ โดยมาในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; 👤<strong>ฝากของนาทีสุดท้ายที่สนามบิน</strong>&nbsp;มักจะมาพร้อมบทดราม่า เช่น &quot;น้ำหนักกระเป๋าเกิน&quot; หรือ&quot;ลืมของไว้ ฝากถือผ่านด่านตรวจหน่อย<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;👤<strong>จ้างขนส่งสิ่งของผ่านกลุ่มออนไลน์ </strong>โพสต์หาคนบินวันเดียวกันเพื่อฝากเอกสาร ขนม หรือเสื้อผ้า โดยให้ค่าตอบแทนที่สูงเกินจริง<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;👤<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="6,1,0">ยัดไส้ในสินค้าถูกกฎหมาย:</b> ฝากหิ้วของที่ดูธรรมดา เช่น กล่องนม กระป๋องแป้ง หรือตุ๊กตา แต่ภายในถูกดัดแปลงเพื่อซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย</p>

<p data-path-to-node="8"><strong>🔴ความเสี่ยงทางกฎหมาย: คำว่า &quot;ไม่รู้&quot; ไม่ช่วยให้พ้นคุก<br />
&nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;ในทางกฎหมาย เมื่อสิ่งของนั้นอยู่ในความครอบครอง หรืออยู่ในกระเป๋าเดินทางของคุณ เจ้าหน้าที่จะถือว่าคุณเป็น <b data-index-in-node="105" data-path-to-node="9">&quot;เจ้าของ&quot;</b> สิ่งนั้นทันที คำแก้ตัวที่ว่า <i data-index-in-node="144" data-path-to-node="9">&quot;ไม่รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมาย&quot;</i> หรือ <i data-index-in-node="177" data-path-to-node="9">&quot;มีคนฝากมา&quot;</i> ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างเพื่อพ้นผิดได้ และนี่คือบทลงโทษที่ต้องเจอหากสิ่งที่คุณหิ้วคือสิ่งผิดกฎหมาย</p>

<p data-path-to-node="8"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,1,0,0">&nbsp; &nbsp; &nbsp;ยาเสพติด</b> (ยาไอซ์, เฮโรอีน, ยาบ้า) โทษสูงสุดคือ <b data-index-in-node="13" data-path-to-node="10,1,1,0">จำคุกตลอดชีวิต หรือ ประหารชีวิต</b> (ขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งบางประเทศในเอเชียเข้มงวดมาก)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,2,0,0">สินค้าหนีภาษี / แบรนด์เนมเกินโควตา&nbsp;</b>ปรับเงิน 4 เท่าของมูลค่าของรวมภาษี หรือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;<b data-index-in-node="0" data-path-to-node="10,3,0,0">ของต้องห้าม / ของผิดกฎหมายอื่น ๆ&nbsp;</b>เช่น กัญชา (ในบางประเทศ), อาวุธ, เนื้อสัตว์หรือพืชต้องห้าม มีโทษปรับและจำคุกตามกฎหมายศุลกากร</p>

<h3 data-path-to-node="12"><strong>🔴คาถาป้องกันตัว: วิธีเอาตัวรอดให้ห่างไกลคุก</strong></h3>

<p data-path-to-node="13">หากคุณต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ หรือไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ขอให้ท่องจำกฎเหล็กเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจครับ:</p>

<ul data-path-to-node="14">
	<li>
	<p data-path-to-node="14,0,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="14,0,0">ปฏิเสธทุกกรณี:</b> ไม่รับฝากของจากคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะดูน่าสงสารขนาดไหนก็ตาม</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="14,1,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="14,1,0">เช็กของทุกชิ้น:</b> หากเป็นคนรู้จักที่สนิทกันจริง ๆ และเลี่ยงไม่ได้ <b data-index-in-node="64" data-path-to-node="14,1,0">คุณต้องขอตรวจดูสิ่งของด้านในด้วยตาตัวเองทุกครั้ง</b> และห้ามรับของที่ปิดผนึกมิดชิดจนตรวจสอบไม่ได้</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="14,2,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="14,2,0">แพ็กกระเป๋าเองและดูแลให้ดี:</b> อย่าปล่อยกระเป๋าเดินทางทิ้งไว้โดยไม่สอดส่องสายตาในขณะที่อยู่สนามบิน เพราะอาจมีคนแอบหย่อนสิ่งของผิดกฎหมายใส่กระเป๋าของคุณ</p>
	</li>
	<li>
	<p data-path-to-node="14,3,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="14,3,0">อย่าเห็นแก่เงินเล็กน้อย:</b> ค่าจ้างหิ้วหลักร้อยหลักพัน ไม่คุ้มเลยกับการต้องไปเสี่ยงติดคุกในต่างแดน หรือสูญเสียอนาคตไปตลอดชีวิต</p>
	</li>
</ul>

<blockquote data-path-to-node="15">
<p data-path-to-node="15,0"><b data-index-in-node="0" data-path-to-node="15,0">จำไว้เสมอว่า:</b> ในโลกของการเดินทาง ความปลอดภัยของเราต้องมาก่อนความเกรงใจเสมอ &quot;ตัดใจปฏิเสธวันนี้ ดีกว่าต้องไปนั่งเสียใจในคุก&quot;</p>
</blockquote>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202606300a319cdf18c537d43e438cd1fd7d0622153027.png' type='image/png' length='1963943' />
</item>
</channel>
</rss>
