<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/2935</link>
<atom:link href="https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/2935" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ททท. ร่วมกับจังหวัดพะเยา เนรมิตกว๊านพะเยาเฉลิมฉลองศักราชใหม่ “Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/460512</link>
<guid isPermaLink="false">5b2911b46e990beb1525f4b2dd4c7eef</guid>
<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 09:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดพะเยา จัดงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 28&ndash;31 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุสาวรย์พ่อขุนงำเมือง และบริเวณกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ภายใต้แนวคิด &ldquo;แสงแห่งพะเยา เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน&rdquo; โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติร่วมงาน ภายในงานนำเสนอไฮไลต์การประดับไฟLighting &amp; Installation Zone ควบคู่กับการจัดแสดงดอกไม้ Flora Art &amp; Exhibition Zone สร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 120,000 คน สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 180 ล้านบาท พร้อมสร้างความประทับใจและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนยกระดับจังหวัดพะเยาสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างยั่งยืน</p>

<p>นางสาวฐาปนีย์ &nbsp;เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 จัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม - 31 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองและบริเวณกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ถ่ายทอดแนวคิด &ldquo;แสงแห่งพะเยา เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน&rdquo; เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญเพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งจังหวัดพะเยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโอกาสในการเติบโตสูง จากจุดเด่นของจังหวัดที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของภาคเหนือ เอื้ออำนวยต่อการเดินทางเชื่อมโยงจากเมืองหลักและจังหวัดใกล้เคียงที่มีท่าอากาศยาน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และน่าน รวมทั้งชื่อเสียงด้านมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและความงดงามทางธรรมชาติ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะยกระดับจังหวัดพะเยาเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่พร้อมนำส่งประสบการณ์ทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน</p>

<p>งาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 จัดเต็มความตระการตาด้วยไฮไลต์กิจกรรมหลากหลาย เริ่มต้นด้วยโซนประดับไฟและศิลปะแสงสี Lighting &amp; Installation Zone ควบคู่กับ<br />
การจัดแสดงและตกแต่งดอกไม้สุดงดงามใน Flora Art &amp; Exhibition Zone ระหว่างวันที่ 28&ndash;31 ธันวาคม 2568&nbsp;เติมเต็มบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองด้วยการแสดงโดรนสุดอลังการในวันที่ 29&ndash;31 ธันวาคม 2568 และปิดท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่กับการแสดงพลุเฉลิมฉลองคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 คืน โดยวันที่ 29 ธันวาคม 2568 พบกับ เบนซ์พริกไทย, The Toys และ F.HERO ต่อเนื่องวันที่ 30 ธันวาคม 2568 กับบทเพลงอบอุ่นจาก วัชราวลี, เพียว Purenessly, D Gerrard และก้านตอง Big Band ก่อนจะปิดฉากการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กับการแสดงของปรางค์ ปรางค์ทิพย์, ตั๊กแตน ชลลดา, PiXXiE และ Lomosonic ภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าและอาหารท้องถิ่น เพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจร่วมกันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ โดยการจัดงานครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยาในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>

<p>ยิ่งไปกว่านั้น ททท. ยังชวนสายคอนเทนต์ร่วมสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์ในงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท โดยผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบและถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจจากกิจกรรมภายในงาน ผ่านวิดีโอรีวิวบนแพลตฟอร์ม TikTok ความยาวไม่เกิน&nbsp;1 นาที 30 วินาที ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก&nbsp; #PhayaoCountdownFloraFest2026 และ&nbsp;#เค้าท์ดาวน์พะเยา2569 เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 -1 มกราคม 2569 และประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 5 มกราคม 2569&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่าการจัดงาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026 ครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมงาน 120,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 180 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 4 วันของการจัดงาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มระยะเวลาการพำนัก และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202512308551e2b5b8bea56f7f374a30c6ef2303091935.jpg' type='image/jpg' length='279703' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท. เสิร์ฟความสุขรับศักราชใหม่ ปักหมุด 2 เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ “พะเยา–นราธิวาส” สู่จุดหมาย เคานต์ดาวน์แห่งใหม่ ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/459758</link>
<guid isPermaLink="false">a8a7eab78e62b5177760a7b8d62fedba</guid>
<pubDate>Sat, 27 Dec 2025 15:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 จัดงานเคานต์ดาวน์ทั่วประเทศ ชู 2 เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ &ldquo;พะเยา&ndash;นราธิวาส&rdquo; เป็นไฮไลต์หลัก ได้แก่ PHAYAO COUNTDOWN FLORA FEST 2026 แสงแห่งรักพะเยา เทิดพระเกียรติแม่แห่งแผ่นดิน จัดขึ้นในวันที่ 28 -31 ธันวาคม 2568 และ Amazing Thailand Su-ngaikolok Countdown 2026 &nbsp;จัดขึ้นในวันที่ 28-31 ธันวาคม 2568 ผสานแสง สี ศิลปวัฒนธรรมและการแสดงร่วมสมัย สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ทั่วประเทศ &nbsp;เพื่อหนุนการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง คาดสร้างเม็ดเงินท่องเที่ยวช่วงปีใหม่กว่า 7-7.6 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำบทบาทการท่องเที่ยวไทยเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน</p>

<p>นางสาวฐาปนีย์ &nbsp;เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เตรียมส่งมอบความสุขส่งท้ายปี พร้อมสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการจัดงานเคานต์ดาวน์ใน 2 เมืองน่าเที่ยวที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอัตลักษณ์โดดเด่น ได้แก่ PHAYAO COUNTDOWN FLORA FEST 2026 แสงแห่งรักพะเยา เทิดพระเกียรติแม่แห่งแผ่นดิน จัดขึ้นวันที่ 28 -31 ธันวาคม 2568 ณ ลานกิจกรรมพ่อขุนงำเมือง กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา เนรมิตพื้นที่อย่างตระการตาด้วยกิจกรรมไฮไลต์การประดับไฟในโซน Lighting &amp; Installation Zone ผสานความงดงามของดอกไม้ในโซน Flora Art &amp; Exhibition Zone เติมเต็มสีสันด้วยแสง สี เสียง การแสดงพลุและโดรนสุดอลังการ พร้อมทัพศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมปล่อยโคมร่วมถวายความอาลัย ก่อนนับถอยหลังสู่ปีใหม่ 2569 อย่างน่าประทับใจ และงาน Amazing Thailand Su-ngaikolok Countdown 2026 จัดขึ้นวันที่ 28-31 ธันวาคม 2568 ณ สวนสาธารณะสิรินธร อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส &nbsp;ถ่ายทอดความงดงามของแสงไฟด้วยเทคนิค Light Up และ Mapping ควบคู่กับการประดับไฟตามจุดสำคัญทั่วพื้นที่ ภายใต้แนวคิด &ldquo;Harmony Beyond Borders&rdquo; เสริมบรรยากาศการเฉลิมฉลองด้วยการแสดงจากศิลปินชั้นนำ และการแสดงวัฒนธรรมอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ลิเกฮูลู ระบำตารีกีปัส และปันจักสีลัต การจัดงานทั้งสองแห่งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนศักยภาพของเมืองน่าเที่ยวที่มีแนวโน้มพัฒนาไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศ ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรองและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างงาน สร้างรายได้ให้เกิดการกระจายสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>

<p>ขณะเดียวกัน ททท. ยังให้การสนับสนุนการจัดงานเฉลิมฉลองในพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ทั่วประเทศ อาทิ Amazing Thailand Countdown 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27&ndash;31 ธันวาคม 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ภายใต้คอนเซปต์ &ldquo;A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED &ndash; มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก&rdquo; โดยมีไฮไลต์พิเศษเป็น การแสดง 4 มิติเหนือท้องฟ้า การแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และ Pyrotechnics สุดตระการตา ภายใต้แนวคิด &ldquo;In Eternity Reverence&rdquo; ซึ่งในปีนี้นับเป็นข่าวดีที่สถานีโทรทัศน์ CNN จะถ่ายทอดสดรายการ New Year&rsquo;s Eve 2025 นำเสนอการ Countdown ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาจากกรุงเทพฯ ประเทศไทยร่วมกับมหานครชั้นนำต่าง ๆ ของโลก สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น Global Countdown Destination อย่างแท้จริง, งาน centralwOrld Bangkok Countdown 2026 &ldquo;The Original &ndash; A Tribute To Love&rdquo; ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยไฮไลต์การจุดพลุเฉลิมฉลอง และ Special Performance ศิลปิน T-Pop ตัวท็อประดับโลก, งาน One Bangkok Countdown Celebration 2026 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ One Bangkok Park กับการแสดงสดของศิลปินเกาหลีระดับโลก TAEYONG &amp; YUTA และ ศิลปินไทยชื่อดัง โชว์แสงสีเสียงด้วยโดรนและพลุไฟสุดตระการตา, งาน Neon Countdown 2026 ในวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 &nbsp;ณ ราชมังคลากีฬาสถาน พบกับไฮไลต์ปาร์ตี้ EDM กับ ศิลปินและดีเจระดับโลก เวทีใหญ่แบบเต็มระบบเสียง แสง สี และเอฟเฟกต์สุดล้ำ รวมถึงการแสดง visual production ที่จัดเต็ม, งาน EXTRAVAGANZA SUKHUMVIT COUNTDOWN 2026 ในวันที่ 31 ธ.ค. 2568 บริเวณถนนสุขุมวิทรอบ EM District พบกับกิจกรรมการจุดพลุเคาท์ดาวน์บนยอดอาคารและตามแนวถนนสุขุมวิทยาวกว่า 5 กิโลเมตร ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมแสงสีเสียงที่จัดเต็มตลอดเส้นทางอโศก&ndash;พร้อมพงษ์&ndash;ทองหล่อ, งาน Khaosan Countdown 2026 ในวันที่ 31 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค. 69 ณ ถนนข้าวสาร, งาน HATYAI NEW YEAR 2026 จัดขึ้นวันที่ 30-31 ธันวาคม 2568 ณ ถนนธรรมนูญวิถี (สี่แยกโอเดียน) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นตัวและความมีชีวิตชีวาของเมืองหาดใหญ่<br />
ในฐานะเมืองท่องเที่ยวหลักของภาคใต้, งานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ KAMPHAENG PHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026 ในวันที่ 29-31 ธันวาคม 2568 ณ ลานอนุรักษณ์วัฒนธรรมไทยวิจิตรอุทยาน จังหวัดกำแพงเพชร, งาน Udon Countdown 2026 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การค้ายูดี จังหวัดอุดรธานี และ งาน Hua Hin Countdown 2026 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณชายหาดหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ททท. คาดการสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 1.4-1.5 ล้านคนและสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 51,600 -58,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีการขยายตัวดีที่ร้อยละ 7 ทั้งด้านจำนวนและรายได้ จากการประกาศวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 &ndash; 4 มกราคม 2569 สภาพอากาศที่เย็นลงและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. และพันธมิตร โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 4.96 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 18,500 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ทางการท่องเที่ยวรวมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อยู่ระหว่าง 70,105-76,500 ล้านบาท&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20251227829345f7ee867f6f12763c074d1e7a0c152525.jpg' type='image/jpg' length='577346' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้ Smile @ South แรก ที่หาดใหญ่  Amazing Hatyai Happy Bus เปิดเมือง เปิดใจ ฟื้นความเชื่อมั่นหาดใหญ่ หลังอุทกภัย]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/459145</link>
<guid isPermaLink="false">413f23630a81895f4cd761a28d3d524a</guid>
<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 22:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ผนึกกำลังร่วมกับ หอการค้าจังหวัดสงขลา และ YEC Songkhla พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา เปิดตัวโครงการ &ldquo;Amazing Hatyai Happy Bus&rdquo; เดินหน้าฟื้นฟูบรรยากาศการท่องเที่ยวของ หาดใหญ่ หลังสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งสัญญาณชัด &ldquo;หาดใหญ่พร้อมแล้ว&rdquo; ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความสะดวก ปลอดภัย และอบอุ่น</p>

<p>โครงการนี้ให้บริการ รถโดยสารสาธารณะฟรี 2 เส้นทางหลัก ครอบคลุมย่านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญของเมือง ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2568 &ndash; 28 กุมภาพันธ์ 2569 &nbsp;รวมระยะเวลาดำเนินโครงการกว่า 2 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวก เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการคมนาคม</p>

<p>ททท. คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการตลอดระยะเวลาโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ขณะเดียวกัน โครงการยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยที่ทำให้ยานพาหนะของประชาชนและผู้ประกอบการบางส่วนได้รับความเสียหาย</p>

<p>&ldquo;Amazing Hatyai Happy Bus&rdquo; เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนของ ททท. ภายใต้แนวคิด Smile@South เพื่อคืนรอยยิ้มให้พี่น้องภาคใต้และชาวหาดใหญ่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยกระดับความเชื่อมั่นด้านการเดินทางและความปลอดภัย ควบคู่การกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง</p>

<p>🚌 เพราะทุกการเดินทางที่สะดวก คือจุดเริ่มต้นของความประทับใจ หาดใหญ่&hellip;กลับมาคึกคัก พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202512259c0839b32871698056105d0db0892fbb224039.jpg' type='image/jpg' length='228629' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท. จัดกิจกรรม Smile@South Malaysia–Thailand Caravan ปลุกความเชื่อมั่นตลาดมาเลเซีย]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/459143</link>
<guid isPermaLink="false">a801f19b3564aa329de081bcbf4506d8</guid>
<pubDate>Thu, 25 Dec 2025 22:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>🚗🇹🇭🇲🇾 ททท. จัดกิจกรรม Smile@South Malaysia&ndash;Thailand Caravan ปลุกความเชื่อมั่นตลาดมาเลเซีย ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคักที่หาดใหญ่ช่วงปีใหม่ ต้อนรับคาราวานรถยนต์และบิ๊กไบค์กว่า 50 คัน ผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ตอกย้ำความพร้อมของหาดใหญ่ในฐานะจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย</p>

<p>ปัจจุบัน ปี 2568 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยกว่า 4.4 ล้านคน กลับมาเป็นตลาดอันดับหนึ่ง สร้างรายได้กระจายสู่พื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่ม FIT และ Repeat Visit สูง ททท. เดินหน้าต่อเนื่องด้วยงาน HATYAI NEW YEAR 2026 ส่งท้ายปี กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาคใต้ให้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน</p>

<p>วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ททท. จัดพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ Smile @ South, Malaysia-Thailand Caravan โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายชัย อรุณานนท์ชัย นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ คณะกรรมการ ททท. คณะผู้บริหาร ททท. พร้อมด้วย นายวรัชญ์ ปริสุทธิ์กุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และสมาคมพันธมิตรจังหวัดสงขลา สื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ เข้าร่วมต้อนรับ และร่วมพิธีปล่อยตัวคณะคาราวานรถยนต์ 30 คัน Big Bike 22 คัน จากประเทศมาเลเซีย จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลุ่มศักยภาพและครอบครัว กว่า 100 คน ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยคณะคาราวานมีกำหนดเดินทางท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสงขลาและต่อไปยังจังหวัดสตูล</p>

<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 21 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเดินทางเข้ามายังประเทศไทยจำนวน 4,378,522 คน คาดว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์อุทกภัยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง สร้างความเชื่อมั่นให้เห็นถึงความพร้อมในการกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจให้นักท่องเที่ยวตลาดหลักคือมาเลเซียเดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อย่างต่อเนื่อง<br />
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านคน ในปี 2568 #SmileatSouthMalasiaHatyaiCaravan #SmileatSouth</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20251225c2a1f78c6c3ac5b444e16f3dace1d04f222404.jpg' type='image/jpg' length='171870' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท. บุก Tourism Expo Japan 2025 (TEJ 2025) โชว์พลังเสน่ห์ไทยมัดใจนักท่องเที่ยวแดนอาทิตย์อุทัย ชี้แนวโน้มตลาดสดใส พร้อมเจาะกลุ่ม Young Generation เสริมกระแส Revisit โตต่อเนื่อง]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/426729</link>
<guid isPermaLink="false">ba1b2c53445df9a406a1e692c4fb4919</guid>
<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 09:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โชว์ศักยภาพการท่องเที่ยวไทยในงาน Tourism Expo Japan 2025 (TEJ 2025) ระหว่างวันที่ 25&ndash;28 กันยายน 2568 ณ Aichi Sky Expo เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยพิธีเปิดคูหาประเทศไทยในวันที่ 25 กันยายน 2568 ได้รับเกียรติจากนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. เป็นประธานฯ พร้อมด้วยนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. เข้าร่วมงาน โดย TEJ 2025 มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดคุณภาพสูง และมีกำลังซื้อ พาสัมผัสประสบการณ์เที่ยวไทยด้วยแนวคิด &ldquo;Journey through the 5 Must Do in Thailand&rdquo; พร้อมนำเสนอเสน่ห์ Soft Power ผ่านประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หวังสร้างการรับรู้เชิงบวก กระตุ้นการเดินทางซ้ำ สร้าง Brand Loyalty และขยายฐาน Gen Z, Active Senior, Digital Nomads และ Oshi-katsu รวมทั้งตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวไทยแล้ว 7.67 แสนคน ททท. จึงเดินหน้าเพิ่มแรงส่งผ่านแคมเปญการตลาด เพื่อผลักดันเป้าหมาย 1.25 ล้านคน สร้างรายได้ 48,880 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2568</strong><br />
<strong>นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.&nbsp;</strong>กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2025 (TEJ 2025) ในวันที่ 25-28 กันยายน 2568 ณ Aichi Sky Expo เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากงาน TEJ ถือเป็นหนึ่งในงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยได้รับการสนับสนุนจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ Japan Travel and Tourism Association (JTTA), Japan Association of Travel Agents (JATA) และ Japan National Tourism Organization (JNTO) สำหรับปีนี้ ททท. ได้ปรับกลยุทธ์การนำเสนอให้แตกต่างจากปีก่อน ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทย ผ่านแนวคิด &ldquo;Journey through the 5 Must Do in Thailand&rdquo; ควบคู่กับนำเสนอ Soft Power ของไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ และประสบการณ์ สร้างกลุ่ม Brand Loyalty เพิ่มวันพักเฉลี่ย และกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างยั่งยืน พร้อมปักธงขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนักท่องเที่ยวคุณภาพกระตุ้น การเดินทางในกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตลาดคุณภาพสูง มีกำลังซื้อ และแสวงหาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน ผู้เกษียณ และกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็น Segment หลักให้เดินทางกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยซ้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;<br />
<br />
ททท. จัดพื้นที่คูหาประเทศไทยขนาด 90 ตารางเมตร เพื่อเป็นเวทีในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ทันสมัย สร้างประสบการณ์ Interactive Experience และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานทั้งจากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปชาวญี่ปุ่นได้สัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมภายใต้แนวคิด &ldquo;Journey through the 5 Must Do in Thailand&rdquo; เพื่อส่งมอบประสบการณ์ตรงและสร้างกระแส &ldquo;Instagrammable&rdquo; ด้วยบรรยากาศอบอุ่นกับการตกแต่งด้วยสีสันสดใสผสมผสานเสน่ห์ของดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการสร้างสรรค์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน อาทิ ZIRA SPA นวดฟ้อน, มาลัยดอกไม้, เข็มกลัดจากดินปั้น, เทียนหอม และ DIY Workshop เช่น การสร้างสรรค์กลิ่นหอมโดย หอมปรุงบายใบห่อ เติมเต็มความสนุกสนานด้วยการแสดงเชิงวัฒนธรรมตลอดระยะเวลาการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้ตื่นตากับการแสดง มวยไทย หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์มรดกทางวัฒนธรรมที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก และการแสดงพื้นบ้านที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เชิดหุ่นคน, พรานบุญจับนางกินรี, เมขลา-รามสูร, อีสานลำเพลิน, ทักษิณาวัฒนธรรมแดนใต้, นาฎลีลาศรีนครพิงค์ นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมเกม Interactive บนจอทัชสกรีน พาผู้เล่นท่องไปในโลกของความเป็นไทยผ่านการจับคู่ภาพและเรื่องราวต่าง ๆ และ Talk Show ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยร่วมกับ KOLs &amp; Specialist ศิลปิน SATO Triplet ทูตวัฒนธรรมด้านการท่องเที่ยวสำหรับตลาดญี่ปุ่น ภายใต้โครงการ &ldquo;Thailand Tourism Ambassador in Japan&rdquo; ของ ททท. และ ศาสตราจารย์ Fumihiko Tsumura ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาวัฒนธรรมและความเชื่อพื้นบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยครบมิติให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้งและช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจในการเดินทางจริงในประเทศไทย&nbsp;<br />
<br />
ตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถือเป็นตลาดระยะใกล้ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยยังคงเป็น Top of mind ในใจนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่ง ททท.ได้เร่งเข้าไปเสริมแรงตลาด เพื่อผลักดันการเติบโตให้ก้าวกระโดด และบรรลุเป้าหมายที่ 1.25 ล้านคน ในปี 2568 โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-18 กันยายน 2568 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นแล้ว 767,923 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉลี่ยมีจำนวนวันพักค้างคืน 6.04 คืน ใช้จ่ายราว 39,108 บาทต่อคนต่อทริป และนิยมเดินทางไปยังเมืองหลักอย่าง กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา และเชียงใหม่ ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เข้าถึงชุมชนท้องถิ่น และให้ความสนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในแหล่งมรดกโลกซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ตลอดจนตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยในการเดินทางท่องเที่ยวด้วย&nbsp;<br />
<br />
จากแรงหนุนของแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว โอกาสทางการบินที่สดใสจาก 6 ท่าอากาศยานในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ซัปโปโร โตเกียว (นาริตะ) โตเกียว (ฮาเนดะ) นาโกย่า โอซากา และฟูกูโอกะ กับจำนวนที่นั่งของเที่ยวบินจากญี่ปุ่นเข้าไทยทั้งหมดในปี 2568 อยู่ที่ 3,014,153 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 จากปีที่ผ่านมาด้วยศักยภาพและพฤติกรรมตลาด ททท. ทั้ง 3 สำนักงานในญี่ปุ่นจึงวางกลยุทธ์ขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ (New Segment) ที่กำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ เช่น Millennials, Gen Z, Active Senior, Power Couples, Digital Nomads และ Oshi-katsu (กลุ่มเที่ยวตามรอยศิลปิน) ผ่านการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมุมมองที่สดใหม่และมีคุณค่า ด้วย Soft Power และ Wellness/Medical Tourism รวมถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าโครงการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ&nbsp; ททท. สำนักงานโตเกียว ดำเนินโครงการส่งเสริมการตลาด Thailand Commercial Flights Promotion ร่วมกับพันธมิตรสายการบินและบริษัทนำเที่ยว โดยมีพันธมิตรสายการบิน ZIP Air และ Air Japan&nbsp; และบริษัทนำเที่ยว OTA และ Conventional Agent ชั้นนำของญี่ปุ่น เข้าร่วม, ททท. สำนักงานโอซากา ดำเนินโครงการ Thailand - Thai Katsu ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวกลุ่ม Gen-Z และ First Visit ผ่าน Online Platform และจัด Fam Trip ให้กับ Tour Operator/Travel Agent ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569, ททท. สำนักงานฟูกูโอกะ ดำเนินโครงการ Amazing Thailand Through Kyushu - Irodori no Tabi (A Journey Full of Colors)&nbsp; คิกออฟประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย ในงาน Saga International Balloon Fiesta 2025 วันที่ 30 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2568 ริมฝั่งแม่น้ำคาเสะ และพื้นที่ราบรอบเมืองซากะและเมืองโอกิ จังหวัดซากะ เป็นต้น ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นของ ททท. ในการต่อยอดโอกาส เสริมแรงตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20250926173ee0cb95034c29045c23bedc4a7487093949.jpg' type='image/jpg' length='483307' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท. รุกตลาด Wedding แดนภารตะ จัดงาน The Celebration with Care Wedding Planners Fam Trip & Trade Meet ปักหมุดภาคใต้ไทย สู่จุดหมายปลายทางสำหรับคู่แต่งงานและการจัดงานเฉลิมฉลองของชาวอินเดีย]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/422330</link>
<guid isPermaLink="false">8e2507006d3ff41d5b22bb30cdb40d75</guid>
<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 11:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.&nbsp;</strong>กล่าวว่า ตลาด Wedding &amp; Honeymoon ของอินเดียเป็นตลาดกลุ่มความสนใจพิเศษที่มีศักยภาพสูงและเติบโตโดดเด่น เนื่องจากชาวอินเดียให้ความสำคัญกับการจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ ใช้เวลาจัดงานหลายวัน และมีการเชิญแขกผู้เข้าร่วมงานแต่ละครั้งจำนวนมากประมาณ 200-400 คน รวมถึงมีงบประมาณในการใช้จ่ายกับการจัดงานแต่งงานอย่างเต็มที่ ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการแต่งงานของชาวอินเดีย ด้วยความสวยงามและความหลากหลายของสถานที่ในการจัดงานแต่งงาน&nbsp; ความพร้อมของโรงแรมระดับ 4-5 ดาว บริการที่ครบวงจร ทั้งการตกแต่ง พิธีการ การจัดเตรียมอาหาร และความเชี่ยวชาญในการบริการรองรับงานแต่งแบบอินเดียของโรงแรมและออร์แกไนเซอร์ในประเทศไทย ตลอดจนความสะดวกสบายในการเดินทางจากมาตรการยกเว้นวีซ่า รวมถึงความคุ้มค่าในการจัดงานในประเทศไทยที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าอินเดียประมาณ 20-40% ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวอินเดียในการจัดงานแต่งงานและเฉลิมฉลองในวาระต่าง ๆ โดย ททท. เดินหน้าส่งเสริมตลาด Wedding &amp; Honeymoon ของอินเดียอย่างเต็มที่ ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย กิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ให้บริการจัดงานแต่งงานในไทย เช่น โรงแรม, Wedding Planner, ผู้จัดตกแต่งสถานที่ และผู้ประกอบการด้านการเดินทาง กับ Wedding Planner ชั้นนำของอินเดียในเมืองสำคัญ อาทิ นิวเดลี มุมไบ อาเมดาบัด ไฮเดอราบัด รวมถึงส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงานสำหรับชาวอินเดียในประเทศไทย ซึ่งคาดว่า แรงส่งจากการเติบโตของตลาด Wedding &amp; Honeymoon จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องจักรสำคัญผลักดันให้ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตทะลุเป้าหมายกว่า 2 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2568</p>

<p>สำหรับการจัดงาน The Celebration with Care Wedding Planners Fam Trip &amp; Trade Meet ททท. นำคณะ Wedding Planner &amp; Organizer จากสาธารณรัฐอินเดีย จำนวน 20 ราย เดินทางมาร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยในพื้นที่ภาคใต้ จากจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี จำนวน 31 ราย แบ่งเป็น โรงแรมที่พัก 24 ราย เรือท่องเที่ยว 3 ราย แหล่งท่องเที่ยว 2 ราย สายการบิน 1 ราย และผู้แทนสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต 1 ราย ในวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยางบีช พร้อมเดินทางสำรวจโรงแรมที่พักที่มีความพร้อมในการรองรับการจัดงานแต่งงานและงานเฉลิมฉลอง และสินค้าบริการทางการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บริการสปาและเวลเนส กิจกรรมชายหาด และชอปปิง ณ จังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3-8 กันยายน 2568&nbsp; อาทิ บาบา บีชคลับ, โรงแรมเลอเมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ต, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท, โรงแรมริทซ์ คาร์ลตัน เกาะสมุย, โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย, โรงแรมไฮแอท รีเจนซี เกาะสมุย, โรงแรมอนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย, โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ</p>

<p>ทั้งนี้ จากนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566-2567 ททท. คาดว่ามีจำนวนคู่แต่งงานชาวอินเดียเดินทางมาจัดงานแต่งงานในประเทศไทยกว่า 1,200 คู่ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของการจัดงานแต่งงานมูลค่าประมาณ 10-20 ล้านบาท ซึ่งประมาณการว่าสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย 17,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม &ndash;9 กันยายน 2568 มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 1,627,414 คน เติบโตร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ถือเป็นนักท่องเที่ยวอันดับที่ 3 ที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด รองจากจีน และมาเลเซีย โดย ททท. เดินหน้ามุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดอินเดีย เน้นการเพิ่มค่าใช้จ่ายและขยายวันพัก โดยเฉพาะ กลุ่ม Family, Incentive, Wedding &amp; Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf ควบคู่กับการขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพ (New Segments) ได้แก่ Self-drive, Rejuvenating และ Adventure รวมถึงกระตุ้นการเดินทางครั้งแรกของนักท่องเที่ยวอินเดีย (First Visitor) เพื่อผลักดันการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียสู่เป้าหมาย<br />
ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.tatnewsthai.org/index.php/article-infos/6062">https://www.tatnewsthai.org/index.php/article-infos/6062</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202509107d519050570369a27b84004ae72b3767113300.jpg' type='image/jpg' length='396046' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงเกษตรฯ เชิญเที่ยวชมงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 17]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/408342</link>
<guid isPermaLink="false">f682473fe14ace69020ca721b4f98d79</guid>
<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 19:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงเกษตรฯ เชิญเที่ยวชมงาน &ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&rdquo; ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 8 - 13 สิงหาคม 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;พฤกษาเฉลิมราชย์ 93 พรรษา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&ldquo;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นประธานการจัดงานแถลงข่าวการจัดงาน &ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&rdquo; ประจำปี 2568 ครั้งที่ 17 โดยมี นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน เข้าร่วม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร</p>

<p>ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานในสังกัดทั้ง 17 หน่วยงาน ได้ร่วมจัดนิทรรศการ นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 8 - 13 สิงหาคม 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;พฤกษาเฉลิมราชย์ 93 พรรษา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธาน เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&rdquo; โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการที่มีชีวิต สำหรับการจัดนิทรรศการดังกล่าวจะนำเสนอการพัฒนาที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง อาทิ การสร้างน้ำภายใต้ปฏิบัติการฝนหลวง การพัฒนาแหล่งน้ำ ระบบกระจายน้ำ การจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรป่าต้นน้ำ ภายใต้โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนบนพื้นที่สูง โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ การสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ การปลูกกาแฟร่วมยางพารา และการต่อยอดการแปรรูป กาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด และกาแฟสด (กาแฟโรบัสตาภูสิงห์) การสืบสานงานหัตถศิลป์พื้นถิ่นที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น การทอผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมย้อมครามและพันธุ์ไม้ย้อมสี การสาธิตเทคนิคการย้อมครามทับสีธรรมชาติเพื่อเพิ่มความหลากหลายสี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสาธิตและฝึกอาชีพ อาทิ การสอนทำขนมจีนน้ำยาปลาตะโกก (น้ำยาหัวโจก) การทำคราฟโซดาจากผลมัลเบอร์รี่ การทำสครับจากกากกาแฟ การใช้ประโยชน์จากดอกปทุมมา/ดอกไม้กินได้ (บุษบาห่มผ้า) การจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูป ได้แก่ กาแฟ ชา ข้าวดอย บัตเตอร์นัท เสาวรส เมล่อน ฟักทองญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากห่านหัวสิงโต และนม UHT ตราวาริชภูมิ ซึ่งเป็นผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้ เพื่อสานต่ออาชีพ</p>

<p>นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมชมนิทรรศการ ซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพ และรับของที่ระลึกบริเวณพื้นที่จัดแสดงผลงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ภายในงาน &ldquo;สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ&rdquo; ประจำปี 2568 ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 13 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครและขอเชิญชวนประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มาทรงเปิดงาน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2568 และร่วมจุดเทียนชัย ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารราชพฤกษ์ สวนจากภูผาสู่มหานที อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมไถ่ชีวิตโค - กระบือ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ โค - กระบือดังกล่าวจะนำไปส่งมอบเป็นพ่อแม่พันธุ์และนำลูกที่ได้ไปส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรที่ยากจนต่อไป</p>

<p>ที่มา :&nbsp;<a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98712">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98712</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2025072337873357fcb2fd94b6df0c808f44a130194204.jpg' type='image/jpg' length='333929' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.ท่องเที่ยวฯ หนุน ททท. ผนึก 20 พันธมิตร เดินหน้า “Shape Supply” ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืน STGs ปี 2030]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/407693</link>
<guid isPermaLink="false">c086ced2822fc2e4eb1db29d0d545e35</guid>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 10:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 20 หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals: STGs) ภายในปี 2030 ผ่านโครงการ &ldquo;Shape Supply&rdquo; ที่มุ่งเสริมสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในทุกมิติ โดยมีนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ และโฆษกกระทรวงฯ, นายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ,&nbsp; นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงฯ , นางสาวฐาปนีย์&nbsp; เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และ 20 หน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p>

<p>นายสรวงศ์ เทียนทอง กล่าวแสดงความยินดีต่อความร่วมมือครั้งสำคัญ พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยการลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เข้มแข็งในการบูรณาการทรัพยากรและศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามเป้าหมาย STGs ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่อนาคตของการท่องเที่ยวไทยที่มั่นคงและยั่งยืน</p>

<p>ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. ได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติมาพัฒนาเป็น &ldquo;เป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (STGs)&rdquo; เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการรับรอง เช่น STGs STAR, Carbon Footprint Hotels (CF-Hotels) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (TTA) โดยในปี 2568 ได้มีการเพิ่มรางวัลประเภท &ldquo;องค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน&rdquo; และยกระดับรางวัลด้านความยั่งยืนในทุกประเภท</p>

<p>พันธมิตรทั้ง 20 หน่วยงานที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.), องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.), สอวช., สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย, สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ &ndash; ไทย (TICA), มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท AWC, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท วัน แบงค็อก จำกัด</p>

<p>สำหรับแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างปี 2568&ndash;2570 จะครอบคลุมการส่งเสริมการรับรองผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวตามมาตรฐานความยั่งยืนของ ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การจัดกิจกรรมไมซ์ที่เป็นกลางทางคาร์บอน การนำแนวทาง ESG / BCG / Eco-efficiency มาใช้ในกิจกรรมกีฬาและท่องเที่ยวเชิงกีฬา รวมถึงการส่งเสริม Zero Waste ในแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการ</p>

<p>นายสรวงศ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า &ldquo;ความร่วมมือในวันนี้คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน ในการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่เข้มแข็ง หากยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อคุณค่าให้กับคนรุ่นต่อไป&rdquo;</p>

<p>ที่มา :&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98640">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/NhuBC7gC?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2025072252bfabab6f412843d6f845bb90151c73100506.jpg' type='image/jpg' length='886569' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ รัฐบาลเร่งเดินเครื่องยนต์ท่องเที่ยวไทย ปรับแผน "สะอาด สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย" สู่จุดหมายที่ต้องมา]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/407672</link>
<guid isPermaLink="false">abbe659c035b8713d9b9b6abe0e8a833</guid>
<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 17:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (21 กรกฎาคม 2568) เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารเอกชนภาคการท่องเที่ยว ที่มาร่วมงานการแถลงทิศทางการท่องเที่ยวไทย เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทย&nbsp;</p>

<p>ในโอกาสนี้ นายสรวงศ์ฯ ได้แถลงถึงการปรับนโยบายและแผนการฟื้นฟูเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและแข็งแรง มุ่งดึงนักท่องเที่ยวด้วยเอกลักษณ์ ประสบการณ์การท่องเที่ยวหนึ่งเดียวในโลก</p>

<p>แม้ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ ปัจจัยที่กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรอบด้าน เช่น ภัยพิบัติ ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งของสถานการณ์ในต่างประเทศ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ทั้งนี้ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทยไม่เคยหยุดเดินหน้า แต่ติดตามเพื่อประเมินและมุ่งปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เน้น &#39;คุณภาพมากกว่าปริมาณ&#39; ด้วยแนวทาง &ldquo; สะอาด สะดวก ปลอดภัย และทันสมัย&rdquo; และการขับเคลื่อนด้วยแนวคิด 5 ปรากฏการณ์ใหม่ (5 New Paradigm) คือ New Customer, New Product, New Partnership ที่สำคัญทั้งเรื่อง เปิดเส้นทางการบิน การถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย และความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวให้เที่ยวไทยอย่างมั่นใจด้วย บุคลากร เครื่องมือ และเทคโนโลยีทันสมัย, New Marketing Strategy และ New KPI ที่เน้น &ldquo;คุณภาพ&rdquo; มากกว่า &ldquo;ปริมาณ&rdquo; ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม</p>

<p>สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านบาท รัฐบาลตั้งใจหนุนท่องเที่ยว-กีฬาเต็มสูบโดยแบ่งเป็น</p>

<p>&bull; การส่งเสริมการตลาดกว่า 3,800 ล้านบาท เช่น โครงการ &ldquo;เที่ยวไทยคนละครึ่ง&rdquo; และแผน &ldquo;Thailand Summer Blast&rdquo; ร่วมมือกับสายการบินและ OTA</p>

<p>&bull; การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวกว่า 6,000 ล้านบาท เช่น โครงการของกรมอุทยานฯ, กรมป่าไม้ และกรมศิลปากร ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ สิ่งอำนวยความสะดวก และแหล่งมรดกไทย&nbsp;</p>

<p>รวมทั้งใช้พลัง Soft Power และมหกรรมกีฬาเชื่อมกับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ &ldquo;Amazing Thailand&rdquo; โดยมีแคมเปญเด่น เช่น &ldquo;Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025&rdquo; งาน Maha Songkran World Water Festival 2025 และ Pride Festival &ldquo;Love Wins&rdquo; เดือนมิถุนายน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ เช่น Muaythai Soft Power Championship, Waterjet World Cup 2025, FIVB World Volleyball Series และที่สำคัญคือ SEA Games 2025 ระหว่างวันที่ 9&ndash;20 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพฯ ชลบุรี และสงขลาโดยคาดว่า SEA Games จะดึงดูดผู้ชมกว่า 500,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 17,000 ล้านบาท และเกิดการจ้างงานมากกว่า 14,000 ตำแหน่ง</p>

<p>ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ย้ำว่า &ldquo;ที่สำคัญไปกว่านั้น รัฐบาลตั้งเป้าดึงมรดกไทยสู่ World Heritage เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้การท่องเที่ยวเพราะประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกแล้ว 6 รายการ และมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง พร้อมทั้งเดินหน้ายกระดับแหล่งมรดกไทยให้เป็นจุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เราต้องเปลี่ยนมรดกให้เป็นพลังเศรษฐกิจ สร้างความประทับใจให้คนทั้งโลกไม่เพียงแค่ &lsquo;เห็น&rsquo; มรดกไทย แต่ต้อง &lsquo;รู้จัก&rsquo; และ &lsquo;จดจำ&rsquo; สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การกระจายรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศในทุกมิติโดย ให้มรดกเลี้ยงเมือง ให้การท่องเที่ยวเลี้ยงครัวเรือน&rdquo;</p>

<p>ที่มา :&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98642">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/5tLGSieS?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/20250722a4ac41d54c0fe2c0f6d046376c2f989f094356.jpg' type='image/jpg' length='649015' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท. เดินหน้าสู่ "TATAP 2026" รวมพลังบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ปี 2569 มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การปรับสมดุลตลาด เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างความยั่งยืน]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2935/iid/405691</link>
<guid isPermaLink="false">d84ae7826930de125d3e5dc388c72939</guid>
<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 19:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (14 กรกฎาคม 2568) ททท. ได้เปิดฉากการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการปี 2569 (TAT Action Plan 2026) อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะกรรมการและ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบนโยบายการดำเนินงานปี 2569 &nbsp;พร้อมผู้บริหาร พนักงาน ททท. ทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกำหนดทิศทางสำคัญ มุ่งสู่การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้ปรับสมดุลตลาด เน้นคุณภาพ สร้างความยั่งยืน และตอบรับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>

<p>ผู้ว่าการ ททท. มุ่งการท่องเที่ยวเข้าสู่คุณภาพมากกว่าปริมาณ Value Over Velume ผ่านแนวคิดหลัก &ldquo;Stay Focus&rdquo; เดินหน้าอย่างมีเป้าหมาย ทำงานด้วยข้อมูล บูรณาการเครือข่ายอย่างมืออาชีพ และปรับตัวให้ทันสถานการณ์ ผ่าน 5 แนวคิดขับเคลื่อนนโยบาย<br />
1. Fascinating Experience<br />
มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่คุ้มค่า น่าจดจำ มีมาตรฐานบริการที่ดี<br />
2. Optimistic Thailand<br />
สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นในประเทศไทย<br />
3. Circular Economy<br />
กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการกระจายนักท่องเที่ยว การใช้จ่าย และสนับสนุน SME<br />
4. Ultimate People<br />
พัฒนาศักยภาพบุคลากร ททท. เสริมทักษะการตลาดและ DNA ขององค์กร<br />
5. Satisfying Customer<br />
สนับสนุนนโยบายรัฐบาลด้วยการปรับกฎระเบียบเพื่อเอื้อตลาดเป้าหมาย</p>

<p>โดยเน้นฟื้นตลาดระยะสั้น ปูทางเติบโตระยะยาว ดันตลาดไทยเที่ยวไทย สื่อสารเร็ว ตรง ทันสถานการณ์ พร้อมทั้งกล่าวถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลัก ของ ททท. ในการพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว เน้นสร้างสินค้าท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ระบบเดินทางมาตรฐาน กิจกรรมระดับนานาชาติ ด้านตลาดต่างประเทศเน้นตลาดหลัก-ศักยภาพ-ใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน และสร้างพันธมิตร ด้านตลาดในประเทศ ผลักดันเมืองรอง วันหยุดยาว แคมเปญระดับชาติ การสื่อสารการตลาด เสริมแบรนด์ Amazing Thailand เน้นสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ รับมือวิกฤต ด้านข้อมูลและดิจิทัล พัฒนาระบบข้อมูลแม่นยำ ทันเหตุการณ์ ใช้งานได้จริง รวมทั้งการพัฒนาองค์กรสู่ HPO (High Performance Organization) เสริมคุณค่าทางองค์กร คน และระบบภายใน เพราะ Teamwork คือหัวใจสำคัญ และ &ldquo;ความคิดเชิงบวกคือกุญแจสำคัญในการปลดล็อคศักยภาพเพราะแค่เริ่มต้นคิดบวกจะมองเห็นโอกาสแทนอุปสรรคทันที&rdquo;</p>

<p>ทั้งนี้ ททท. กำหนดให้มีการแถลงทิศทางการตลาดท่องเที่ยวปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 21 ก.ค. 2568 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. โดยในเวลา 9.00 น. - 17.00 น. จะมีการจัดกิจกรรม Market Briefing นำเสนอสถานการณ์ตลาดและแนวทางการส่งเสริมตลาดของททท. สำนักงานต่างประเทศในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก และการจัดกิจกรรม Tourism Clinic เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้พบปะหารือกับผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานต่างประเทศ เพื่อหาโอกาสในการทำตลาดศักยภาพ ปิดท้ายด้วยการแถลงทิศทางการดำเนินงานด้านการตลาด ททท. ปี 2569 แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชนในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เวลา 17.30 น. โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมได้ทางYouTube Channel : Amazing Thailand</p>

<p>#TATAP2026 #AmazingThailand #MoveToSustainability #TourismStrategy2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/202507149a20785cc7ab0dc114d93b7ae55227f8195742.jpg' type='image/jpg' length='313643' />
</item>
</channel>
</rss>
