<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[สถานการณ์ฝุ่น PM2.5]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/2596</link>
<atom:link href="https://www.prd.go.th/th/content/category/index/id/2596" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“ยศชนัน” เดินหน้าสู้วิกฤต PM2.5 ทันที ย้ำ อว. หนุนทั้งองค์ความรู้-อุปกรณ์ พร้อมเปิดช่องช่วยพื้นที่หน้างานหากขาดแคลน เร่งดูแลภาคเหนือ-ประสานวิเคราะห์แหล่งฝุ่นในและนอกประเทศ]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2596/iid/496221</link>
<guid isPermaLink="false">eb6b197ab3e92694b0d95392e5719bf9</guid>
<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 11:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(21 เม.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงแนวทางรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวสามารถเดินหน้าควบคู่กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากมีการประสานงานและสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่</p>

<p>ในส่วนของการกำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ได้จัดวางเครือข่ายประสานงานไว้แล้ว หากพื้นที่ใดมีข้อขัดข้องหรือขาดแคลนสามารถแจ้งเข้ามาได้ทันที ขณะที่กระทรวง อว. ดำเนินการสนับสนุนในขอบเขตที่ทำได้ภายใต้งบประมาณ พร้อมทั้งส่งต่อองค์ความรู้ให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง โดยยกตัวอย่างกรณีสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่เผยแพร่แนวทางการจัดทำอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีพร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์โดยตรง</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาฝุ่นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังครอบคลุมพื้นที่แม่ฮ่องสอน น่าน แพร่ พะเยา รวมถึงบางส่วนของภาคกลาง พร้อมยืนยันว่ากระทรวง อว. จะให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง การลงพื้นที่ของตนมีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์จริง ตรวจสอบความต้องการ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยมีการตั้ง War room เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลอาสาสมัครทั้งในด้านการทำงานและสภาพจิตใจ</p>

<p>สำหรับประเด็นการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า กระทรวง อว. ทำหน้าที่หลักด้านการวิเคราะห์แหล่งที่มาของฝุ่นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งพบว่าบางกรณีมีปัจจัยจากพื้นที่ชายแดน ขณะที่บางส่วนเป็นปัญหาที่สามารถบริหารจัดการภายในประเทศได้ โดยยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินมาตรการในส่วนนี้แล้ว และจะมีการประสานงานอย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2026042103545e8b757e5ffe2e6e422108a2ffbe113239.jpg' type='image/jpg' length='57957' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.สาธารณสุข ลุยเหนือ! ยกระดับมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM2.5 นำข้อมูลจริงจากพื้นที่ เสริมเกราะป้องกันกลุ่มเปราะบางให้เข้มข้นที่สุด เพราะทุกลมหายใจของประชาชนสำคัญที่สุด]]></title>
<link>https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2596/iid/495822</link>
<guid isPermaLink="false">498ab0e2c9f1590ccaea0f8bdf849c40</guid>
<pubDate>Mon, 20 Apr 2026 11:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(20 เม.ย. 69) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามและบัญชาการสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 โดยเน้นย้ำการนำข้อมูลจากการติดตามจริงมาวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความรัดกุมและรุดช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การลงพื้นที่ภาคเหนือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจเยี่ยม แต่เป็นการนำข้อมูลเชิงลึกจากการเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพ และการตรวจเยี่ยมสถานการณ์ในพื้นที่ที่ผ่านมารวมทั้งล่าสุดที่ จ. เชียงใหม่ เมื่อ 8 เมษายน 2569 มาปรับการดำเนินการให้ยกระดับมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้เข้มข้นมากที่สุด โดยสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด รวมถึงกรมอนามัย รุกคืบเข้าสู่หัวใจของปัญหาเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;</p>

<p>นวัตกรรม &ldquo;ห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก&rdquo; ต้นแบบพื้นที่ปลอดภัยเพื่อเด็กเล็ก ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสำราญราษฎร์ อำเภอดอยสะเก็ด ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมโมเดลความสำเร็จ &ldquo;ศูนย์เด็กเล็กรอบรู้ ปลอดฝุ่น ปลอดโรค&rdquo; ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมอนามัย และ สสส. มีจุดเด่น คือ การติดตั้งระบบห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก (Positive Pressure Room) ที่ช่วยผลักอากาศเสียออกและเติมอากาศบริสุทธิ์เข้าภายในอาคาร และมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมและเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไร้มลพิษอย่างแท้จริง</p>

<p>&quot;มุ้งสู้ฝุ่น&quot; นวัตกรรมเชิงรุกถึงเตียงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุด คือ การรุดเข้าช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่บ้านร้องต้นขาม และบ้านป่าสักหลวง ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือหลบฝุ่นได้สะดวก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งมอบ &ldquo;มุ้งสู้ฝุ่น&rdquo; นวัตกรรมพื้นที่ปลอดภัยส่วนบุคคล (PM2.5 Safety Zone) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตจริง ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็กขณะพักผ่อน ถือเป็นมาตรการเสริมความปลอดภัยที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งใจมอบให้เพื่อบรรเทาผลกระทบสุขภาพในระยะยาวสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ</p>

<p>กรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีให้กับพี่น้องชาวภาคเหนือและคนไทยทุกคน ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5</p>
]]></description>
<enclosure url='https://www.prd.go.th/th/file/get/file/2026042085a25e007240cecea1856dd5c6eacc66110445.jpg' type='image/jpg' length='46902' />
</item>
</channel>
</rss>
